ผักกาดขาวในจีน ถูกพ่นหรือแช่สารละลายฟอร์มาลีน (Formalin) เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาระหว่างขนส่ง สร้างความกังวลใจให้ผู้บริโภคชาวไทยอย่างมาก โดยเฉพาะผักกาดขาวที่นำเข้าจากประเทศจีนทางด่านชายแดน
มีโอกาสส่งมาขายในไทยหรือไม่?
มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผักนำเข้าราคาถูกที่ต้องเดินทางไกลหลายวันผ่านทางบก เนื่องจากฟอร์มาลีนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา ทำให้ผักไม่เน่าเสียและคงความสดกรอบได้นานเกินจริง อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐ เช่น อย. และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีการสุ่มตรวจสารเคมีตกค้างและสารปนเปื้อนบริเวณด่านควบคุมตรวจปล่อยสินค้าอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้บริโภคก็ยังควรระมัดระวังและเลือกซื้ออย่างชาญฉลาด
5 จุดสังเกตผักกาดขาวที่เสี่ยงแช่ฟอร์มาลีน
สดกรอบผิดธรรมชาติ ใบและลำต้นดูสดเต่งตึง ทั้งที่วางขายในอุณหภูมิห้องมาแล้วหลายวัน หรือผักมีรอยเหี่ยวเฉาบางจุด แต่เนื้อสัมผัสยังคงแข็งกระด้าง
กลิ่นฉุนฉุนกึก หากนำมาสูดดมใกล้ๆ จะได้กลิ่นแสบจมูกหรือกลิ่นเคมีคล้ายน้ำยาฆ่าเชื้อ มากกว่ากลิ่นธรรมชาติของผัก
ไม่มีร่องรอยแมลง ผักกาดขาวที่มีใบสวยงามสมบูรณ์แบบ ไม่มีรอยกัดเจาะของแมลงเลยแม้แต่น้อย
ใบนอกสุดไม่เน่าเปื่อย ปกติผักกาดขาวที่เก็บไว้นาน ใบด้านนอกจะเริ่มช้ำ เหลือง หรือชื้นแฉะ หากวางทิ้งไว้ทั้งวันแล้วยังแห้งแข็งกระด้าง อาจผ่านการฉีดพ่นสารเคมี
ปรุงสุกแล้วเนื้อยังแข็ง เมื่อนำไปต้มหรือผัด เนื้อผักกาดขาวจะนิ่มช้ากว่าปกติ หรือยังคงความเหนียวและแข็งกระด้างอยู่
ข้อแนะนำในการลดความเสี่ยงและการล้างทำความสะอาด
แกะใบและล้างน้ำไหล คลี่ใบผักกาดขาวออกทีละใบ แล้วเปิดน้ำไหลผ่านอย่างน้อย 2–3 นาที พร้อมถูเบาๆ บนผิวใบ
แช่ด้วยเบกกิ้งโซดา ใช้เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำอุ่น 10 ลิตร แช่ผักทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ช่วยลดสารตกค้างได้มาก)
เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ อุดหนุนร้านค้า ตลาดสด หรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีการรับรองมาตรฐาน ปลอดสารพิษ หรือเลือกซื้อผักกาดขาวที่ปลูกภายในประเทศ
หากพบผักกาดขาวที่มีกลิ่นฉุนรุนแรงหรือลักษณะผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคทันที เพราะการสะสมฟอร์มาลีนในร่างกายอาจส่งผลเสียต่อระบบทางเดินอาหารและตับในระยะยาว