สรุปเทียบอาการความแตกต่างระหว่าง “กรดไหลย้อน” และ “เส้นเลือดหัวใจตีบ” ซึ่งผู้ป่วยมักมีความเข้าใจผิด และปล่อยให้อาการของโรคหนักรุนแรง บางรายถึงขั้นหมดสติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ก่อนสาย
ข้อมูลจากโรงพยาบาลเวชธานี ระบุว่า ความแตกต่างระหว่าง "กรดไหลย้อน" และ "โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ" หลายคนอาจสับสนระหว่างอาการของ กรดไหลย้อน และ โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ เนื่องจากทั้งสองภาวะนี้สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกได้ อย่างไรก็ตาม สาเหตุของอาการเหล่านี้แตกต่างกันอย่างมาก เพราะฉะนั้น การรู้ถึงความแตกต่างของโรคจะช่วยให้ดูแลสุขภาพและป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
อาการกรดไหลย้อน
กรดไหลย้อน เกิดจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก รสขมในปาก หรือเรอเปรี้ยว อาการมักเกิดขึ้นหลังการรับประทานอาหารหรือในขณะที่นอนราบ
อาการที่พบได้บ่อย
แสบหน้าอก
รสขมหรือเปรี้ยวในปาก
เรอหรือคลื่นไส้
กลืนลำบาก
อาการเส้นเลือดหัวใจตีบ
เส้นเลือดหัวใจตีบ เกิดจากการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจลดลง ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก ซึ่งอาจรุนแรงขึ้นเมื่อออกแรงหรือเผชิญความเครียด
อาการที่พบได้บ่อย
เจ็บแน่นหน้าอก เหมือนถูกกดทับ
หายใจลำบากหรือหายใจถี่
เหนื่อยง่าย
เหงื่อออกเยอะ ใจสั่น
ข้อแตกต่างอาการกรดไหลย้อน - เส้นเลือดหัวใจตีบ
กรดไหลย้อน มักเกิดหลังการรับประทานอาหารหรือนอนราบ และมีอาการแสบหน้าอกชัดเจน
โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ อาการเจ็บหน้าอกมักเกิดขณะออกแรงหรือเมื่อเครียด และรู้สึกเหมือนหน้าอกถูกบีบคั้น
จากผู้ป่วยจริง โรงพยาบาลเวชธานี มีผู้ป่วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบหลายรายที่ในช่วงแรกคิดว่าอาการเจ็บหน้าอกที่เกิดขึ้นเป็นเพียงอาการของกรดไหลย้อน
ตัวอย่างจากผู้ป่วย 2 เคสที่ได้แบ่งปันประสบการณ์กับโรงพยาบาลเวชธานี ทั้ง 2 รายมีอาการคล้ายกรดไหลย้อน แต่ภายหลังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
หากมีอาการเจ็บหน้าอกที่ไม่ทราบสาเหตุ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางทันที ที่โรงพยาบาลเวชธานีเรามีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านหลอดเลือดหัวใจที่มีประสบการณ์และสามารถให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจทุกขั้นตอน พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ