“ตอนพี่แย่ที่สุด ไม่มีใครช่วยพี่เลย”
ดาว (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี อดีตเหยื่อการค้ามนุษย์ ปัจจุบันเป็นเกษตรกร, ทำงานให้ความรู้เรื่อง Harm Reduction ในกลุ่มผู้ใช้สาร/ผู้หญิงขายบริการ
"พี่เริ่มเที่ยวตั้งแต่อายุ 12 ปี ตอนนั้นเกเรมาก พ่อแม่ห้ามก็ไม่ฟัง หนีออกจากบ้าน ไปเที่ยวตามงานต่างๆ ไปอยู่กับเพื่อน ดมกาว สูบกัญชา ไปมั่วสุมกับพวกผู้ชาย พ่อแม่ตามบ่อยมาก แต่พี่ก็ไม่กลับ
เคยมีครูถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร พี่ตอบเลยว่า “อยากเป็นผู้หญิงขายตัว” เพื่อนยังหันมามองว่าเป็นอะไรของมึง ตอนนั้นพี่ยังเด็กมาก ไม่รู้หรอกว่าคำนี้จริงๆ แล้วมันหมายถึงอะไร รู้แค่เพื่อนบอกว่าเป็นแล้วได้เงินดี ได้แต่งตัวดี เห็นผู้หญิงตามร้าน ตามบาร์ เขาสวย เขาดูมีเงิน พี่ก็คิดว่าชีวิตแบบนั้นมันน่าจะดี
พออายุ 19 พี่ไปเที่ยวกรุงเทพกับเพื่อน แล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งมาชวนบอกว่าจะพาไปทำงานที่หาดใหญ่ เขาซื้อของให้กิน ดูแลดีมาก เหมือนให้ความสุขเราทุกอย่าง แล้วเขาก็พาไปบ้านหลังหนึ่ง บอกให้นั่งรอก่อนเดี๋ยวจะมีคนมารับ เขาเอาอะไรมาให้กินก็ไม่รู้ พวกเราก็หลับกันหมด ตื่นมาอีกที ผู้หญิงคนนั้นก็หายไปแล้ว
ตื่นมาเจอคนแปลกหน้าคนหนึ่ง เขาบอกพวกเราว่า “พวกเธอต้องอยู่ที่นี่นะ ฉันซื้อพวกเธอมาแล้ว หัวละ 1,500 บาท” ตอนนั้นถึงรู้ว่าเราออกไปไหนไม่ได้แล้ว เขาล็อกกุญแจ คุมเราตลอด เราอยากกินอะไรก็ซื้อมาให้ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ยาเสพติด เขาหามาให้หมด แต่เราต้องทำงานให้เขา
เขาให้เราแต่งตัวออกไปนั่งกับแขก ต้องได้เงินกลับมา ถ้าแขกเลือกก็ต้องไป ถ้าไม่ไปก็โดนตี ถ้าหนีก็โดนซ้อม เขาขู่ไว้เลยว่า “อย่าหนี ถ้าหนี…ตาย”
ตอนแรกพี่เคยคิดว่านี่คืออาชีพที่ตัวเองเคยอยากทำ แต่พออยู่จริงมันไม่ใช่ มันไม่ใช่การเลือก มันคือการถูกบังคับ บางวันร่างกายเจ็บมาก แต่ก็ต้องแต่งตัวไปทำงาน ไม่มีวันหยุด กลางวันทำงาน กลางคืนไปนั่งดริ้งค์ ถ้าไม่ได้เงินก็โดนตัดค่ากิน โดนทำร้าย
บางครั้งไม่อยากนอนกับแขก แต่ก็ต้องไป เพราะถ้าไม่ไปเขาก็ยืนเฝ้าหน้าห้อง พี่ใช้คำว่า ‘กลั้นใจเอา’ เขาจะทำอะไรก็ทำ ช่างมัน ขอแค่ให้จบ แล้วไม่ต้องโดนตีเพิ่ม
ยาเสพติดเข้ามาในชีวิตเราตอนนั้น เขาให้กิน บอกว่าถ้าไม่กินจะไม่มีแรงทำงาน จะไม่กล้าขึ้นโชว์ จะอายเวลาอยู่ต่อหน้าแขก ตอนแรกเขาเป็นคนบังคับให้ใช้ ต่อมามันกลายเป็นว่าเราอยากใช้เอง เพราะถ้าได้ใช้ มันลืมทุกอย่างไปชั่วคราว ลืมว่าเราไม่อยากอยู่ตรงนั้น ลืมว่าเราเจ็บ ลืมว่าเราไม่อยากให้ใครมาจับตัวเรา
แต่พอหมดฤทธิ์ มันก็กลับมาเหมือนเดิม กลับมาเครียด ซึม เจ็บ แล้วก็ต้องกลับไปใช้ใหม่ มันเหมือนให้ความสุขเราช่วงหนึ่ง แล้วเอาคืนเราเยอะมาก เอาสุขภาพ เอาสมอง เอาความจำ เอาชีวิตเราไปเยอะ
พี่พยายามหนีหลายครั้ง นับไม่ถ้วนว่ากี่ครั้ง แต่หนีไม่พ้นสักครั้ง เขาบอกว่าถ้าอยากออกไป ต้องหาเงินค่าหัวมาให้ 3-4 ล้าน แล้วพี่จะไปเอาที่ไหน เงินที่หาได้เขาก็เอาไปหมด ที่เหลือก็หมดไปกับยา
พี่อยู่ในวงจรนั้นหลายปีมาก จนมีคนคนหนึ่งช่วยพาออกมา เขาเป็นเหมือนคนที่มาดึงพี่ออกจากตรงนั้น ถ้าวันนั้นเขาไม่ช่วย พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้จะยังมีชีวิตอยู่ไหม จะได้กลับมาเห็นหน้าพ่อแม่อีกไหม
แต่ถึงออกมาได้ มันไม่ได้จบ มันตามมาอยู่ในหัว ในร่างกาย ในความจำ พี่ยังจำได้ทุกฉาก บางคืนยังนั่งคิดว่าเราผ่านตรงนั้นมาได้ยังไง เคยคิดสั้นหลายครั้ง เคยกินยา เคยทำร้ายตัวเอง จนทุกวันนี้ก็ยังรักษาโรคแพนิคอยู่ หมอบอกว่าความเครียดมันสะสมมาตั้งแต่เด็ก
พี่มีลูกสี่คน สิ่งที่เจ็บที่สุดคือมีลูกคนหนึ่งใช้สารเหมือนกัน บางทีเขาขอเงิน พี่ก็ให้ ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ควรให้ แต่พี่เป็นแม่ พี่สงสารเขา เห็นเขาแล้วเหมือนเห็นตัวเองเมื่อก่อน บางครั้งอยากแจ้งตำรวจให้มาจับ แต่ทำไม่ลง เพราะถ้าทำเขาก็เหมือนทำตัวเอง
ทุกวันนี้พี่ทำงานช่วยเพื่อนกลุ่มผู้ใช้สาร ผู้หญิงขายบริการ กลุ่มชายรักชาย และคนที่เข้าไม่ถึงบริการสุขภาพ พาเขาไปตรวจเลือด แจกถุงยาง แจกอุปกรณ์สะอาด พาไปหาหมอ ให้ความรู้เรื่อง HIV โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สิทธิการรักษา ถ้าใครอยากเลิก พี่ก็พาไป ถ้าใครยังไม่พร้อม พี่ก็ไม่บังคับ แค่ขอให้เขาปลอดภัยก่อน
พี่ทำงานนี้ได้เพราะเพื่อนไว้ใจ พี่เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน เวลาพี่เข้าไปหาเขา เขารู้ว่าพี่ไม่ได้จะเอาเขาไปโดนจับ ไม่ได้จะเอาชื่อเขาไปบอกใคร บางคนยังไม่กล้าไปหาหมอ ไม่กล้าเปิดตัว ไม่กล้าบอกใครว่าตัวเองใช้สาร พี่ก็เข้าใจ เพราะพี่เองก็ไม่ได้เปิดกับทุกคนเหมือนกัน
มีคนถามว่าทำไมต้องช่วยคนกลุ่มนี้ พี่ก็คิดง่ายๆ ว่า ตอนพี่แย่ที่สุด พี่ไม่มีใครช่วย ถ้าวันนี้พี่ยังพอช่วยใครได้ พี่ก็ช่วย พาเขาไปตรวจ พาเขาไปรักษา บอกเขาว่าเวลาไปนอนกับแขกต้องใช้ถุงยางนะ ถ้าต่อรองได้ก็ต้องต่อรอง บางคนเขาทำได้ เขาปฏิเสธแขกได้ พี่ก็ภูมิใจนะ บางทียังบอกเขาเลยว่า “มึงเก่งกว่ากูอีก ตอนกูอยู่ตรงนั้น กูทำไม่ได้”
คนข้างนอกมองผู้ใช้สารว่าไม่มีงานทำ ขี้ลักขี้ขโมย เป็นคนไม่ดี พี่ไม่เถียงว่าบางคนมันมีจริง แต่ไม่ใช่ทุกคน แล้วต่อให้เขาใช้สาร เขาก็ยังเป็นคนอยู่ บางคนอยากดีขึ้น แต่พอโดนตีตราหนักๆ มันก็ยิ่งแย่
โดยเฉพาะผู้หญิง ถ้าเป็นผู้หญิงมุสลิมที่ใช้สาร หรือเคยขายบริการ มันโดนหนักกว่าผู้ชายเยอะ ผู้ชายใช้ยาสังคมยังพอปล่อยผ่าน แต่ผู้หญิงโดนด่าหลายอย่าง โดนมองว่าเลว ไม่มีใครเอา เป็นเมียใครก็อายเขา
พี่ไม่ได้บอกว่าตัวเองดีนะ พี่ก็รู้ว่าพี่ทำผิดมาเยอะ ทำให้พ่อแม่เสียใจก็เยอะ บางคืนทะเลาะกับแม่ เช้ามาก็ไปขอโทษแม่ บอกแม่ว่า “หนูขอโทษนะ หนูผิดไปแล้ว” พี่รักแม่นะ แต่บางทีวิธีรักของแม่มันก็กดพี่ แม่บ่น แม่ด่า แม่ขุดเรื่องเก่าทุกวัน มันไปกระตุ้นในหัว พี่ก็สติหลุด
พี่เคยบอกว่า ถ้าความเครียดไม่หมด ยาก็ไม่หมดไปจากพี่ มันประมาณนั้นจริงๆ แต่ละวันต้องคิดหลายอย่าง ต้องหาเงิน ต้องดูแลแม่ ต้องรับมือลูก ต้องทำงาน ต้องลงพื้นที่ ต้องดูแลเพื่อน ต้องดูแลตัวเอง บางทีคนเห็นพี่หัวเราะ เขาคิดว่าพี่สนุก แต่ข้างในบางวันพี่จะตายแล้ว
ถ้าถามว่าใครบ้างที่จะติดยาได้ พี่ว่าติดได้ทุกคน คนจน คนรวย คนมีศาสนา คนมีตำแหน่ง คนแต่งตัวดีๆ ก็มี เพียงแต่คนรวยเขาซ่อนเก่งกว่า คนจนถูกเห็นก่อน ถูกด่าก่อน ถูกจับก่อน
พี่คิดว่าอย่าเพิ่งมองผู้ใช้สารว่าเป็นปีศาจ เขาก็เป็นคน บางคนไม่ได้อยากอยู่แบบนั้น แต่ถ้าไม่มีใครรับฟัง ไม่มีใครช่วย ไม่มีที่ให้กลับ เขาก็อยู่ในวงนั้นไปเรื่อยๆ
ส่วนพี่ ตอนนี้ก็ยังอยู่ของพี่แบบนี้แหละ ยังใช้สารอยู่ ยังทำงานอยู่ ยังดูแลแม่ ยังช่วยเพื่อนที่ใช้ยา ยังเครียด ยังร้องไห้ง่าย แป๊บเดียวก็ร้อง แล้วแป๊บเดียวก็กลับมาดี บางวันแค่ยังมีชีวิตอยู่ได้ ก็ถือว่าเก่งแล้ว”
หมายเหตุ : เรื่องเล่านี้จัดทำจากบทสัมภาษณ์ผู้มีประสบการณ์ตรง โดยผู้ให้สัมภาษณ์ได้รับการสนับสนุนและเชื่อมต่อบริการผ่านศูนย์ลดอันตรายจากยาเสพติด โดยเครือข่ายผู้ใช้ยา ประเทศไทย จังหวัดตรัง (TDN ตรัง) มีการใช้นามสมมติและปกปิดรายละเอียดบางส่วน เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของเจ้าของเรื่อง