ฟ้าผ่ากลางสนามบอล 5 ปัจจัยเสี่ยง นักฟุตบอลถูกฟ้าผ่า รัศมีอันตราย-วิธีป้องกัน เคยสงสัยไหมว่า... ทำไมข่าว "ฟ้าผ่าสนามฟุตบอล" ถึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และทำไมนักฟุตบอลที่วิ่งอยู่กลางพื้นที่โล่งถึงกลายเป็นเป้าหมายของสายฟ้า? ทั้งที่รอบสนามมักจะมีเสาไฟสูงหรืออาคารอยู่ใกล้ๆ
สาเหตุทางวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ รัศมีฟ้าผ่า ที่ส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง พร้อม วิธีป้องกันฟ้าผ่า ที่ผู้จัดงานและนักกีฬาต้องรู้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในสนามแข่งขัน
5 ปัจจัยเสี่ยง ทำไมนักฟุตบอลถูกฟ้าผ่ากลางสนาม
เหตุการณ์ฟ้าผ่าไม่ได้เกิดขึ้นจากความโชคร้าย แต่เป็นเรื่องของหลักวิทยาศาสตร์และอุตุนิยมวิทยา โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักๆ ดังนี้
1.สนามฟุตบอลเป็นพื้นที่โล่งกว้าง (Open Space) สนามกีฬาคือพื้นที่ราบเรียบที่ไม่มีสิ่งบดบัง ทำให้ประจุไฟฟ้าจากเมฆฝนพายุคะนองมองหาเส้นทางที่สั้นที่สุดในการลงสู่พื้นดิน
2.นักกีฬาคือจุดที่สูงที่สุด (Upward Streamer) ในขณะที่เล่นฟุตบอล ตัวนักกีฬาที่ยืนตั้งตรงจะกลายเป็น "จุดที่สูงที่สุดในบริเวณนั้นโดยเปรียบเทียบ" ทำให้ร่างกายปลดปล่อยประจุบวกพุ่งขึ้นไปดึงดูดประจุลบจากเมฆลงมา
3.เหงื่อและความเปียกชื้น ร่างกายของนักฟุตบอลที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ซึ่งมีส่วนผสมของเกลือโซเดียม ร่วมกับสนามหญ้าที่เปียกฝน ถือเป็น ตัวนำไฟฟ้าชั้นดี ที่ช่วยลดความต้านทานไฟฟ้าของผิวหนัง
4.โลหะบนร่างกายและอุปกรณ์ ปุ่มโลหะใต้รองเท้าสตั๊ด เสาประตูฟุตบอล หรือเครื่องประดับ ล้วนเป็นปัจจัยล่อสายฟ้า
5.ระบบน้ำใต้ดิน ระบบสปริงเกอร์และท่อน้ำเหล็กใต้สนามฟุตบอล สามารถเป็นสื่อนำกระแสไฟฟ้าข้ามผ่านใต้ดินได้ดีเยี่ยม
รัศมีของฟ้าผ่า และผลกระทบต่อคนรอบข้าง
ความน่ากลัวของฟ้าผ่าไม่ได้อยู่แค่การผ่าลงที่ตัวคนโดยตรง (Direct Strike) เท่านั้น แต่กระแสไฟฟ้าแรงสูงหลายสิบล้านโวลต์ยังสามารถส่งผลกระทบไปถึงผู้อื่นในระยะไกลได้ผ่าน 2 รูปแบบหลัก
1. กระแสไฟฟ้าไหลตามพื้น (Ground Current) อันตรายที่สุด
เมื่อฟ้าผ่าลงจุดใดจุดหนึ่งในสนาม กระแสไฟจะกระจายออกจากจุดศูนย์กลางไปตามพื้นดินที่เปียกชื้นเป็นวงกลม รัศมีอันตรายกว้างถึง 10 - 30 เมตร
ทำไมสลบพร้อมกันหลายคน เกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า แรงดันไฟฟ้าขณะก้าว (Step Voltage) เมื่อนักฟุตบอลวิ่ง ขาซ้ายและขาขวาจะอยู่ห่างกัน ทำให้เกิดความต่างศักย์ไฟฟ้า กระแสไฟจะวิ่งเข้าขาข้างหนึ่ง ผ่านลำตัว/หัวใจ และพุ่งออกอีกขาหนึ่ง จนทำให้หัวใจวายเฉียบพลันหรือหมดสติพร้อมกันทั้งทีมได้
2. การกระโดดของกระแสไฟ (Side Flash)
สายฟ้าสามารถผ่าลงวัตถุที่สูงกว่า เช่น เสาประตู ม้านั่งสำรอง หรือเสาไฟ แล้ว "กระโดด" ข้ามมายังคนที่ยืนอยู่ใกล้เคียงในระยะ 1–2 เมตร ได้ทันที
ผลกระทบ ผู้ชมข้างสนาม ตัวสำรอง หรือผู้ตัดสิน มีโอกาสได้รับอันตรายจากกระแสไฟที่วิ่งมาตามพื้นเปียก หรือสัมผัสรั้วเหล็กขอบสนามได้อย่างง่ายดาย
วิธีป้องกันฟ้าผ่าในสนามฟุตบอล
เพื่อป้องกันความสูญเสีย ทั้งผู้จัดการแข่งขันและนักกีฬาควรปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยดังนี้
1. ใช้ "กฎ 30-30"
30 วินาทีแรก หากเห็นแสงฟ้าแลบ แล้วนับเวลาจนได้ยินเสียงฟ้าร้องได้ น้อยกว่า 30 วินาที แสดงว่าพายุอยู่ห่างออกไปไม่เกิน 10 กิโลเมตร ต้องสั่งยุติการแข่งขันและออกจากสนามทันที
30 นาทีหลัง หลังจากได้ยินเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้าย ต้องรออย่างน้อย 30 นาที จึงจะสามารถกลับเข้ามาใช้สนามได้
2. เข้าหลบในสถานที่ปลอดภัย
ที่ปลอดภัย ตัวอาคารคอนกรีตที่ปิดมิดชิด หรือภายในรถยนต์หลังคาเหล็ก (กลไก FaraDay Cage)
ที่ห้ามเข้าใกล้ ต้นไม้ใหญ่ เสาไฟ ซุ้มม้านั่งสำรองขอบสนาม อุปกรณ์โลหะ และการนอนราบกับพื้น
3. ท่าทางเอาตัวรอดฉุกเฉิน (Lightning Crouch)
หากติดอยู่กลางสนามและหนีไม่ทัน ให้ทำท่า Lightning Crouch
นั่งยองๆ ก้มศีรษะลง เอามืออุดหู
ชิดเท้าทั้งสองข้างเข้าหากันให้แน่นที่สุด เพื่อลดผลกระทบจาก Step Voltage
เขย่งเท้าให้ส่วนของร่างกายสัมผัสพื้นน้อยที่สุด (ห้ามนอนราบกับพื้นเด็ดขาด)