หากกล่าวถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญราชอิสริยาภรณ์อันทรงเกียรติของไทย “เหรียญราชรุจิ” นับเป็นหนึ่งในเหรียญที่มีความพิเศษอย่างยิ่ง เพราะเป็นเหรียญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบ “ในพระองค์” โดยเฉพาะ สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณและความพึงพอพระราชหฤทัยที่มีต่อผู้ได้รับพระราชทาน
กำเนิดเหรียญราชรุจิ จากรัชกาลที่ 5 สู่ปัจจุบัน
จุดเริ่มต้นของเหรียญราชรุจิเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2440 โดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้น เพื่อพระราชทานแก่ข้าราชการในราชสำนัก นายทหารรักษาพระองค์ ผู้มีบำเหน็จความชอบ ตลอดจนข้าราชการในราชสำนักต่างประเทศ
หลังจากนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนรัชกาล พระมหากษัตริย์ในรัชกาลต่อๆ มาก็ได้ทรงสถาปนาเหรียญราชรุจิประจำรัชกาลของพระองค์ขึ้นสืบต่อมา:
- พ.ศ. 2454: พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)
- พ.ศ. 2470: พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7)
- พ.ศ. 2502: พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)
- พ.ศ. 2562: พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10)
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ 8) ไม่ได้มีการพระราชทานเหรียญราชรุจิไว้ เนื่องจากเสด็จสวรรคตก่อนการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ความหมายและเอกลักษณ์แห่งสัญลักษณ์
เหรียญราชรุจิแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ เงินกาไหล่ทอง และ เงิน ใช้ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย มีลักษณะเป็นเหรียญกลมซึ่งมีลวดลายและข้อความอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
ด้านหน้า เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ (หรือพระบรมรูป) ของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงสร้างเหรียญ ล้อมรอบด้วยพระปรมาภิไธยภาษาบาลี อักษรไทย เช่น “จุฬาลังกรโณ ปรมราชาธิราชา” (รัชกาลที่ 5) หรือ “วชิราลงกรโณ ปรมราชาธิราชา” (รัชกาลที่ 10)
ด้านหลัง ทำเป็นรูปจักร (ปลายคมจักรเวียนตามเข็มนาฬิกา) กลางวงจักรจารึกข้อความภาษาบาลี อักษรไทยว่า "ราชรุจิยา ทิน์นมิทํ" ซึ่งแปลว่า "เหรียญนี้ทรงพอพระราชหฤทัยพระราชทาน" (ยกเว้นรัชกาลที่ 7 ที่ข้อความดังกล่าวจารึกไว้บนแผ่นป้ายติดห่วงเหรียญ)
เอกลักษณ์แพรแถบประจำรัชกาล
สีของแพรแถบเหรียญราชรุจิจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละรัชกาล เพื่อระบุรัชสมัยอย่างชัดเจน
รัชกาล | ลักษณะแพรแถบย่อ | ความกว้าง |
รัชกาลที่ 5 | พื้นสีแดง | - |
รัชกาลที่ 6 | พื้นสีขาบเข้ม | 31 มม. |
รัชกาลที่ 7 | พื้นสีเขียว | 33 มม. |
รัชกาลที่ 9 | พื้นสีเหลือง ริมสีขาว | 34 มม. |
รัชกาลที่ 10 | พื้นสีเหลือง ริมสีขาว (ชายประดับสีเหลืองริมขาว กว้าง 32 มม. สำหรับสตรีผูกเป็นรูปแมลงปอ) | 32 มม. |
อักษรย่อเกียรติยศ
ผู้ได้รับพระราชทานจะได้รับสิทธิ์ใช้อักษรย่อต่อท้ายชื่อตามชนิดเหรียญและรัชกาล เช่น:
- เหรียญทอง ร.จ.ท. (เช่น ร.จ.ท.10)
- เหรียญเงิน:ร.จ.ง. (เช่น ร.จ.ง.9)
มรดกตกทอดแห่งวงศ์ตระกูล
ความพิเศษอีกประการของเหรียญราชรุจิ คือการเป็น "สิทธิพระราชทาน" ที่เมื่อผู้ได้รับล่วงลับไปแล้ว เหรียญดังกล่าวจะ ตกทอดแก่ทายาท เพื่อเก็บรักษาไว้เป็นเกียรติประวัติและที่ระลึกในวงศ์ตระกูลสืบไป (แม้ทายาทจะไม่มีสิทธิ์นำมาประดับก็ตาม)
อย่างไรก็ดี หากผู้ได้รับพระราชทานหรือทายาทผู้ถือรักษา กระทำความผิดร้ายแรงหรือประพฤติตนไม่สมเกียรติ ก็อาจทรงมีพระบรมราชโองการให้เรียกคืนเหรียญดังกล่าวได้เช่นกัน
เหรียญราชรุจิจึงไม่เพียงแต่เป็นเครื่องประดับยศ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ จงรักภักดี และเป็นบำเหน็จความชอบที่สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ในพระมหากษัตริย์ไทยทุกยุคสมัย