รัฐบาลคิกออฟมาตรการใหญ่ สตช. จับมือ กรมการขนส่งทางบก ลงนาม MOU เชื่อมข้อมูลใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่ ปรับระบบตามหลักนิติธรรมและแนวคำพิพากษาศาลปกครอง เริ่มนับหนึ่งใบสั่งแรก 1 สิงหาคม 2569 หากค้างชำระเกินกำหนด ต่อภาษีประจำปีได้แค่เอกสารชั่วคราว แต่ "ไม่ได้ป้ายภาษีฉบับจริง" จนกว่าจะชำระค่าปรับครบถ้วน!

 จบยุคดื้อแพ่ง! เบี้ยวใบสั่งจราจร หลัง 1 ส.ค. 69 เตรียมเจออะไรบ้าง?

เชื่อว่าผู้ใช้รถใช้ถนนหลายคนอาจเคยชินกับการ “เมินใบสั่ง” จราจรที่ส่งมาถึงบ้าน แล้วปล่อยทิ้งไว้จนปัจจุบันมีสถิติใบสั่งค้างชำระสูงถึงหลายสิบล้านใบ ส่งผลกระทบต่อวินัยจราจรและภาพรวมความปลอดภัยทางถนน... แต่ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป พฤติกรรมนี้จะใช้ไม่ได้อีกต่อไป

เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ร่วมมือกับ กรมการขนส่งทางบก บูรณาการระบบข้อมูลใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่ หากใครคิดจะเบี้ยวค่าปรับ เตรียมตัวรับ 3 ผลกระทบตรง ในวันที่ไปต่อภาษีประจำปี

 1. โดนตัดสิทธิ์ “ไม่ได้ป้ายภาษีฉบับจริง”
เมื่อถึงเวลาต่อภาษีประจำปี ณ กรมการขนส่งทางบก แม้คุณจะชำระเงินค่าภาษีรถตามปกติ แต่ระบบจะล็อกไว้ ทำให้คุณ ได้รับเพียง "เอกสารชั่วคราว" (มีอายุ 30 วัน) และจะ ไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายวงกลม) ฉบับจริง จนกว่าจะชำระค่าปรับครบถ้วน

 2. เสี่ยงโดนโทษปรับเพิ่มข้อหา "ไม่ติดป้ายภาษี"
หากเอกสารชั่วคราวหมดอายุ (30 วัน) แล้วคุณยังไม่ไปชำระค่าปรับใบสั่งเพื่อรับป้ายภาษีฉบับจริง การนำรถไปขับขี่บนท้องถนนจะถือเป็นความผิดฐาน "นำรถที่ยังไม่ได้แสดงเครื่องหมายเสียภาษีมาใช้" ซึ่งมีโทษปรับตามกฎหมายจราจรเพิ่มเติมอีกกระทง

 3. ข้อมูลค้างชำระโชว์หรา ณ จุดต่อภาษี
ระบบใหม่เชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real-time เจ้าหน้าที่ขนส่งจะเห็นประวัติใบสั่งค้างชำระทั้งหมด พร้อมหลักฐานสำเนาใบสั่ง สำเนาเอกสารแจ้งเตือน และหลักฐานการส่งไปรษณีย์ตอบรับทันที ไม่สามารถบ่ายเบี่ยงได้



ที่มาความร่วมมือ รัฐบาลเดินหน้าลดอุบัติเหตุ สร้างมาตรฐานสากล


เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีพิธีลงนาม บันทึกข้อตกลง (MOU) แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 แนบท้ายบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก

พิธีลงนามได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

พร้อมด้วยผู้บริหารจาก สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

การลงนามครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและ แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2565–2570 ที่ตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้เหลือ 12 คนต่อประชากร 1 แสนคน สอดคล้องกับแนวทางขององค์การสหประชาชาติ (UN) ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหา

 


โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยึดแนวคำพิพากษาศาลปกครอง

ระบบเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งรูปแบบใหม่นี้ ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อการลงโทษเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับการปรับปรุงให้ถูกต้องตาม หลักนิติธรรม และสอดคล้องตามแนวคำพิพากษาของศาลปกครอง เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความโปร่งใสให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลของตนเองก่อนชำระค่าปรับได้ ดังนี้:

ตรวจสอบผ่านระบบได้: เข้าถึงสำเนาใบสั่ง และสำเนาเอกสารแจ้งเตือนได้ทันที

โปร่งใสเรื่องขั้นตอน: สามารถดูสำเนาหลักฐานการส่งไปรษณีย์ตอบรับได้

ยืนยันตัวตนเจ้าพนักงาน: มีข้อมูลของเจ้าพนักงานจราจรผู้ออกใบสั่งชัดเจน

สะดวกสบาย ณ จุดบริการ: หากพบข้อมูลใบสั่งค้างชำระขณะไปต่อภาษีประจำปี สามารถ ตรวจสอบและเลือกชำระค่าปรับกับนายทะเบียนขนส่งได้ทันที



จากวันโดนใบสั่ง สู่จุดตึงเครียดวันต่อภาษี


(หมายเหตุ: มาตรการนี้ ไม่มีผลย้อนหลัง เริ่มบังคับใช้เฉพาะใบสั่งที่ออกตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป)

ขั้นที่ 1 | 1 ส.ค. 69 เป็นต้นไป

กระทำผิดกฎจราจรถูกออกใบสั่งรูปแบบใหม่ และส่งหนังสือแจ้งเตือนตามกฎหมาย

ขั้นที่ 2 | ภายใน 60 – 90 วัน

หากยังคงไม่ชำระค่าปรับ ข้อมูลการค้างชำระจะถูกส่งตรงไปยัง กรมการขนส่งทางบก

ขั้นที่ 3 | ต.ค. – พ.ย. 69 เป็นต้นไป

เมื่อเดินทางไป ต่อภาษีประจำปีที่ขนส่ง ระบบจะแสดงข้อมูลใบสั่งค้างชำระทันที

 ทางเลือกในวันต่อภาษี

จ่ายจบ ชำระค่าปรับ ณ จุดบริการขนส่งทันที  ได้รับป้ายภาษีฉบับจริง

ดื้อแพ่ง ไม่ยอมชำระค่าปรับ ได้แค่ใบแทนชั่วคราว 30 วัน (ไม่ได้ป้ายจริง)