หลากเสียงสะท้อนจากชาวบ้าน ผู้ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พ้อต้องพิสูจน์ความจนจริง-ไม่จริงอย่างไร?

จากกรณีเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 รัฐบาลประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” ตามโครงการฯ ปี 2569 พบว่าจากผู้ลงทะเบียน 18.8 ล้านคน มีผู้ผ่านเกณฑ์เพียง 9.5 ล้านคน และถูกตัดสิทธิกว่า 9.3 ล้านคน ส่งผลให้เกิดกระแสการร้องเรียนถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณารับสิทธิดังกล่าวว่าเป็นธรรมและตัดกรองได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยสาเหตุที่ตัวเลขผู้ไม่ผ่านเกณฑ์มีจำนวนมาก เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลได้ปรับปรุงระบบการคัดกรองให้มีความจริงจังและรัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยสำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์มีการเปิดให้พิจารณาและกดยืนยันการทบทวนสิทธิได้

ล่าสุด รัฐบาลได้มีการปรับเกณฑ์ใหม่ อาทิ รถยนต์อายุ 20 ปี จักรยานยนต์อายุ 15 ปี จะไม่นำมาพิจารณา เป็นต้น และขยายเวลาการยื่นอุทธรณ์จากเดิม 31 ก.ค.เป็น 20 ก.ย.2569

เสียงผิดหวังจากชาวบ้าน ถูกตัดสิทธิบัตรคนจน 

ทั้งนี้หลังประกาศผลการคัดกรอง เกิดเสียงร้องเรียนจากประชาชนขึ้นมากมาย จากการที่โดนตัดสิทธิเนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาในบางข้อ เช่น การมีจำนวนรถในครอบครองเกินเกณฑ์ การมีเงินเก็บเกินเกณฑ์ โดยพบความผิดพลาดในการตรวจสอบหลายกรณี อาทิ

บุญณิศา ขวัญเพชร ชาวบ้านที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจน เนื่องจากมีรถในระบบเกิน โดยในระบบระบุว่ามีรถในครอบครอง 3 คัน แต่ในความเป็นจริงคือมีรถเพียง 1 คัน

“มีกรรมสิทธิ์ในรถยนตร์เกินกว่าที่โครงการกำหนด ก็ขายไป 30 ปีแล้ว ยังจะเป็นกรรมสิทธิ์ของเราได้ไง ไม่เคยซื้อรถยนตร์ ไม่เคยขับรถยนตร์”

คุณตาวัย 85 ปี ที่ทั้งตาบอดและพิการ โดนตัดสิทธิเนื่องจากพบว่าครอบครองจักรยานยนต์ซึ่งเป็นข้อมูลในอดีต ปัจจุบันพังและสูญหายไปนานแล้ว

คุณยายวัย 67 ปี จากจังหวัดบุรีรัมย์ ที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง ต้องกินไข่ต้มประทังชีวิตเนื่องจากโดนตัดสิทธิบัตรคนจนเพราะมีกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ลูกชายทำไว้ให้เผื่อในอนาคตหากเสียชีวิตจะได้มีเงินมาใช้ในการจัดงาน

คุณยายวัย 86 ปี เดินเท้ากว่า 1 กม. มาธนาคารเพื่อมารับเจ้าหน้าที่ไปช่วยยื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรคนจนให้สามีวัย 90 ปีที่ไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากในระบบพบว่ามีรถยนตร์ในครอบครอง 2 คัน แต่ในความเป็นจริงแค่จักรยานยังขับไม่ได้

คุณยายยืนยันว่าไม่ได้ครอบครองรถยนตร์หรือจักรยานยนต์ตามที่ระบุไว้ในผลการพิจารณา “ถ้ามีสองคันนะ ไม่มาทำหรอก แค่หนึ่งคันก็ไม่อยากทำแล้ว”

คุณยาย จากจังหวัดนครราชสีมารายหนึ่ง โดนตัดสิทธิเพราะมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์เก่าที่ซื้อเมื่อ 20 ปีก่อน พร้อมวอนขอรัฐบาลคืนสิทธิกลับมา ชี้การต้องเดินทางไปถอนชื่อครอบครองรถเก่าออกที่กรมขนส่งนั้นทำได้ลำบากเนื่องจากอายุมากแล้ว

“เสียใจไม่รู้จะเสียใจยังไงแล้ว เรามันจนจริงๆ ไม่มีจริงๆ หาเช้ากินค่ำ”

ป้าจุ๊ สมควร ผมทำ เกษตรกรในจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวกับทีมข่าวอย่างอัดอั้น ว่าอย่าเชื่อข้อมูลในระบบทั้งหมด แต่ควรมาตรวจสอบชีวิตความเป็นอยู่จริงด้วย

“ข้อมูลเขาป้อนเข้าไปคุณก็เชื่อใช่ไหม คนนู้นเป็นยังไง คนนี้เป็นยังไง เขาดำรงชีวิตยังไงคุณรู้บ้างไหม คนที่เขาพกเงินสดไม่เอาเข้าบัญชีคุณกล้าไปรูดซิปนับเงินในกระเป๋าเขาไหม ฝากถึงนายกอนุทินนะว่าอย่าเล่นกับระบบคนจน”

ทั้งหมดนี้เห็นได้ว่า มีผู้ได้รับความเสียหายจากการไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจนเป็นจำนวนมาก และจำนวนหนึ่งเป็นผู้สูงวัยที่มีความเป็นอยู่ลำบาก อาศัยเพียงลำพัง จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ควรเร่งช่วยเหลือ ปรับเกณฑ์หรือตรวจสอบการอุทธรณ์เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในกรณีนี้อย่างจริงจัง ไม่ให้มีประชาชนที่ควรได้รับสิทธิตกหล่น