ทำความรู้จัก "บิ๊กราญ" พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 16 นายตำรวจสายเลือดเพชรบุรีผู้เติบโตจากสายงานสอบสวน สืบสวน

ทำความรู้จัก “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร. คนที่ 16 นายตำรวจสายเลือดเพชรบุรีผู้เติบโตจากสายงานสอบสวน สืบสวน ยุทธวิธี จนถึงงานบริหารระดับสูง กับโปรไฟล์ที่ไม่ธรรมดาทั้งด้านการศึกษาและผลงานปราบปรามระดับชาติ  

หลังล่าสุดวันนี้ (22 ก.ค. 69) ที่ประชุม ก.ตร.ซึ่งมี นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน มีมติเอกฉันท์ 12:0 เห็นชอบให้นั่ง ผบ.ตร.คนใหม่  ต่อจาก “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ที่จะเกษียนอายุราชการ ในวันที่ 30 ก.ย.69 

เปิดโปรไฟล์ ‘บิ๊กราญ’ สายเลือดเพชรบุรี มุ่งมั่นพัฒนาตนไม่หยุดนิ่ง


พล.ต.อ.สำราญ นวลมา หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘บิ๊กราญ’ ปัจจุบันอายุ 53 ปี เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2516 ณ ตำบลบางเก่า อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ก้าวสู่เส้นทางสีกากีด้วยการเป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 34 และนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 50 

นอกจากความเชี่ยวชาญในสายงานยุทธวิธีและงานตำรวจแล้ว บิ๊กราญ ยังเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และปัจจุบันยังคงมุ่งมั่นศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเติมเต็มความรู้ด้านกฎหมายให้รอบด้านยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน นอกเหนือจากบทบาทสำคัญในตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) แล้ว ยังได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) รวมถึง กรรมการกลางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์อีกด้วย

เส้นทางสีกากี ตะลุยงานสอบสวน สืบสวนและปราบปราม

เส้นทางรับราชการของ พล.ต.อ.สำราญ เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2540 ในตำแหน่ง รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลพระโขนง ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสัมผัสปัญหาของประชาชนในระดับฐานราก ก่อนจะเติบโตและสร้างชื่อเสียงในสายงานสืบสวนและป้องกันปราบปรามอย่างต่อเนื่อง

ด้วยการทำงานที่เด็ดขาดและเป็นระบบ ทำให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่ระดับ พ.ต.อ. ถึง พล.ต.อ. รวมระยะเวลานานกว่า 15 ปี ผ่านการคุมกำลังในหน่วยสำคัญมาอย่างโชกโชน และด้วยวัยเพียง 53 ปี ทำให้มีกำหนดเกษียณอายุราชการในปี 2576 ซึ่งถือเป็นแคนดิเดตที่มี "อายุราชการเหลือมากที่สุด" ในกลุ่มผู้เข้าชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ในครั้งนี้

ผลงานปราบปรามระดับชาติ จากสยบโศกนาฏกรรม สู่ทลายอาชญากรรมข้ามชาติ

ในมิติการทำงานปราบปราม ‘บิ๊กราญ’ ถือเป็นนายตำรวจที่มีผลงานเชิงประจักษ์ในคดีสะเทือนขวัญและคดีความมั่นคงระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น

ปฏิบัติการคลี่คลายเหตุการณ์ "กราดยิงโคราช" ที่ห้าง Terminal 21: ในขณะดำรงตำแหน่ง ผบก.สปพ. ได้นำกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ "อรินทราช 26" ลงพื้นที่ปิดล้อม วางแผนยุทธวิธี และเข้ากระชับพื้นที่ระงับเหตุโศกนาฏกรรมระดับชาติ ร่วมสยบผู้ก่อเหตุและช่วยเหลือประชาชนออกมาได้อย่างปลอดภัย 

คดี “แอร์โฮสเตสขนยาเสพติดข้ามชาติ”: กำกับการสืบสวนคดีดังกรณีลูกเรือสายการบินรับจ้างซุกซ่อนยาเสพติดเดินทางออกนอกประเทศไปยังออสเตรเลีย โดยสืบเจาะลึกจนพบโครงสร้างขบวนการ และขยายผลออกหมายจับผู้ว่าจ้าง นายทุน รวมถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดข้ามชาติ


ปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร”: ทลายเครือข่ายทุนจีนสีเทา “พ่อทิพย์” ที่ใช้วิธีจ้างชายไทยรับรองบุตรในสูติบัตรเพื่อสวมสิทธิ์สัญชาติไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการยกระดับดำเนินคดีในฐานะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ


ปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา”: กวาดล้างขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและการสวมสิทธิ์ G-Code โดยดำเนินคดีกับอดีตเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดโดยไม่เว้น


มิติการบริหาร ยึดความโปร่งใสและสวัสดิการผู้ปฏิบัติงาน

ในด้านการบริหารจัดการ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.อ.สำราญ ได้นำพา กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นหน่วยงานเดียวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่ได้รับคะแนนประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ในระดับ “ผ่านดีเยี่ยม”

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับสวัสดิการและความปลอดภัยของตำรวจผู้ปฏิบัติงานสนาม ด้วยการผลักดันงบประมาณจัดซื้อเสื้อเกราะป้องกันกระสุนจำนวน 14,000 ตัว รวมถึงการนำเทคโนโลยีทันสมัยอย่างโดรนตรวจจับความร้อนมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในงานปราบปราม

ด้วยบทบาทที่ครบเครื่องทั้งงานยุทธวิธี ผลงานการปราบปรามคดีสำคัญระดับชาติ ประสบการณ์บริหารที่เน้นความโปร่งใส และอายุราชการที่ยังยาวนาน ทำให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา กลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งคนสำคัญ และถูกเลือกเป็น ผบ.ตร. คนที่ 16