ไขปริศนาสองพันปี แหวนทอง “ปุสรขิตส” เชื่อมเส้นทางค้าโบราณ เมืองเพชรบุรี ถอดรหัสการฝังศพซ้อนทับ พิธีกรรมใช้สำริดครอบศีรษะทุกโครงกระดูก
จุดเริ่มต้นการบูรณะ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 69 ทางสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี พร้อมทีมนักโบราณคดี ได้เข้าดำเนินการเก็บกู้ชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์และโบราณวัตถุอย่างเร่งด่วน เนื่องจากหลุมขุดค้นดอนยายทอง จ.เพชรบุรี ประสบปัญหาน้ำใต้ดิน ความเค็ม และความชื้นจากฤดูฝน ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้โครงกระดูกเปื่อยยุ่ย และวัตถุสำริดผุกร่อน หลักฐานทั้งหมดถูกส่งไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ กรมศิลปากร เพื่อเข้าสู่กระบวนการสงวนรักษาและศึกษาต่อทางวิทยาศาสตร์ นำไปสู่การค้นพบ "แหวนทองคำสลักอักษรพราหมี" อายุกว่า 2,000 ปีของพ่อค้าโบราณนาม "ปุสรขิตส” แปลว่า “ของปุสรขิตะ”หลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์ไทย พร้อมเผยปมปริศนาการฝังศพซ้อนทับ และพิธีกรรมใช้สำริดครอบศีรษะทุกโครงกระดูกที่ยังรอการพิสูจน์
...
เจาะลึกแหวนทองคำ “ปุสรขิตตะ” หลักฐานใหม่พลิกหน้าประวัติศาสตร์
ทีมงานข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง นางสาวกรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ถึงข้อสันนิษฐานและความสำคัญของแหวนทองคำโบราณสลักอักษรโบราณ ที่ถูกค้นพบในลักษณะสวมติดอยู่กับโครงกระดูกตามตำแหน่งทางกายวิภาคจำนวน 5 วง
คุณกรรณิการ์ เปรมใจ เปิดเผยว่า จากการถอดความโดยผู้เชี่ยวชาญภาษาศาสตร์ พบว่าแหวนวงหนึ่งมีการสลัก "อักษรพราหมี" (อินเดียโบราณ) หรือภาษาบาลีเก่า ระบุชื่อบุคคลชัดเจนว่า "ของปุสรขิตตะ"ทางโบราณคดีจึงสันนิษฐานว่า แหวนวงนี้คือตราประทับสินค้าของพ่อค้าในวรรณะแพศย์ (ชนชั้นพ่อค้า)
เมื่อเปรียบเทียบรูปแบบและวิวัฒนาการของตัวอักษร พบว่ามีอายุเก่าแก่ถึงพุทธศตวรรษที่ 5–7 หรือประมาณ 1,900–2,100 ปีมาแล้ว ซึ่งเก่าแก่กว่ายุคทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 11–12) ที่นักวิชาการส่วนใหญ่เคยใช้ระบุการเริ่มต้นของยุคประวัติศาสตร์ไทย การค้นพบแหวนทองคำที่มีจารึกสะกดนามคนได้ชัดเจนเช่นนี้ จึงกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยปรับช่วงเวลาเริ่มแรกของประวัติศาสตร์ไทยให้เก่าแก่ย้อนกลับไปอีกอย่างมาก โดยอักษรพรามีที่พบนี้ทำหน้าที่เป็นตัวสะกดชื่อบุคคลทั่วไป ไม่ใช่ภาษาทางการที่ใช้บันทึกคัมภีร์ศาสนา
เชื่อมโยงเส้นทางการค้าทางทะเลโบราณ และศูนย์กลางการค้าโลก
นอกจากแหวนทองคำ ในหลุมขุดค้นยังพบ "กลองมโหระทึก" ซึ่งเป็นวัตถุโบราณที่ผลิตจากทางจีนตอนใต้หรือเวียดนาม หลักฐานที่พบร่วมกันเหล่านี้บ่งชี้ว่า ดินแดนประเทศไทยในอดีตคือศูนย์กลางทางการค้าและเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติเดินทางเข้ามาติดต่อค้าขาย
...
ปัจจุบันเพิ่งค้นพบเพียงแหล่งฝังศพในหลุมขนาดเล็ก จึงยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าบริเวณดอนยายทองนี้เคยเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณหรือสถานีการค้า ซึ่งทีมโบราณคดีมีแผนจะลงพื้นที่ขุดค้นและศึกษาเพิ่มเติมในปีถัดไป
ปมปริศนา "สำริดครอบศีรษะทุกศพ"
...
อีกหนึ่งประเด็นที่นักโบราณคดีตั้งข้อสังเกตคือ โครงกระดูกทั้ง 9 โครงที่ค้นพบล้วนมี "เครื่องโลหะสำริดครอบศีรษะ" อยู่ทุกร่าง ซึ่งแตกต่างจากแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์อื่นๆ ที่มักจะพบเพียงบางโครงเท่านั้น อีกทั้งยังมีลักษณะการฝังศพที่แปลกตาด้วยการเรียงซ้อนทับกันเป็นกลุ่มๆ แทนที่จะวางแนวระนาบปกติ ซึ่งประเด็นเรื่องความเชื่อ พฤติกรรมการปลงศพ และเหตุผลของการใช้สำริดครอบศีรษะนี้ ยังคงอยู่ในขั้นตอนการวิจัยหาคำตอบอย่างละเอียด
ก้าวต่อไปทางวิทยาศาสตร์ และการเตรียมจัดแสดงโชว์
...
ในก้าวต่อไป ทีมโบราณคดีเตรียมส่งวัตถุไปตรวจค่าอายุทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันร่วมกับอายุของตัวจารึก พร้อมศึกษาเปรียบเทียบรูปทรงและลวดลายเพื่อระบุช่วงเวลาผลิตกลองมโหระทึกที่แน่ชัด ส่วนโครงกระดูกจะถูกนำไปตรวจระบุเพศและช่วงวัยอย่างละเอียดต่อไป
สำหรับผู้ที่สนใจ ปัจจุบันหลุมขุดค้นดอนยายทอ งยังคงเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมได้ แต่อาจไม่สมบูรณ์เท่าช่วงแรกเนื่องจากมีการกู้ร่างและวัตถุบางส่วนไปทำความสะอาดและสงวนรักษาแล้ว ทั้งนี้ อธิบดีกรมศิลปากรมีนโยบายที่จะนำโบราณวัตถุล้ำค่า ทั้งแหวนทองคำและภาชนะดินเผา มาจัดแสดงนิทรรศการพิเศษให้ประชาชนได้ชม ณ จังหวัดเพชรบุรี เป็นเวลา 3–5 วัน ก่อนจะเคลื่อนย้ายไปตรวจวิเคราะห์และอนุรักษ์ตามขั้นตอนต่อไป