จากทนายความชื่อดังหน้าสปอตไลท์ ผู้เคยพลิกคดีใหญ่และโลดแล่นบนหน้าสื่อแทบทุกวัน วันนี้ชื่อของ “ทนายตั้ม” หรือ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ต้องจารึกไว้ในฐานะจำเลยที่ถูกศาลตัดสินจำคุก ในมหากาพย์คดีฉ้อโกงเงินมหาศาลจากอดีตคนเคยสนิทอย่าง “เจ๊อ้อย”
วันนี้ (11 มิถุนายน 2569) ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้นัดฟังคำพิพากษาครั้งสำคัญ ซึ่งถือเป็นบทสรุปของคดีที่สังคมจับตามองมานานนับปี
จุดเริ่มต้นจาก “เสน่หา” หรือ “กลลวง”?
...
ย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้น คดีนี้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ “เจ๊อ้อย” มหาเศรษฐีสาวสิบแปดล้านล้าน ออกมาเปิดโปงพฤติกรรมของอดีตทนายคนสนิท ว่าถูกหลอกลวงให้โอนเงินจำนวนมหาศาลหลายครั้ง โดยมีเม็ดเงินก้อนใหญ่ที่เป็นชนวนเหตุสำคัญ ประกอบด้วย
เงินลงทุนแพลตฟอร์มหวยออนไลน์ จำนวน 71 ล้านบาท
เงินส่วนต่างซื้อรถหรูเมอร์เซเดส-เบนซ์ จำนวน 13 ล้านบาท
เงินจ้างศิลปินชาวจีน (ผ่านบิตคอยน์) จำนวน 39 ล้านบาท
ในขณะที่ฝั่ง “เจ๊อ้อย” ยืนยันว่าตนเองถูกฉ้อโกงและหลอกลวง ฝั่ง “ทนายตั้ม” กลับต่อสู้ด้วยข้ออ้างที่กลายเป็นคำฮิตในโซเชียลมีเดียขณะนั้นว่า "เป็นเงินที่ให้โดยเสน่หา" ความมั่นใจของทนายตั้มสะท้อนให้เห็นในชั้นศาล เมื่อเจ้าตัวตัดสินใจทำหน้าที่เป็นทนายความแก้ต่างให้คดีของตัวเอง และขึ้นซักค้านโจทก์ในชั้นสืบพยานด้วยตัวเองอีกด้วย
นอกจากคดีอาญาแล้ว ในส่วนของคดีแพ่ง สำนักงาน ปปง. ได้มีมติยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของทนายตั้มไว้แล้ว 3 รายการ ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝาก รวมมูลค่ากว่า 71 ล้านบาท
วันนัดพิพากษา ศาลสั่งคุกพร้อมชดใช้ 72.5 ล้าน
กระทั่งเวลา 09.00 น. ของวันที่ 11 มิ.ย. 2569 พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และเจ๊อ้อย ในฐานะโจทก์ร่วม ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลอาญาพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดจริงตามฟ้อง
ศาลมีคำพิพากษาลงโทษ "ทนายตั้ม" จำเลยที่ 1 ดังนี้
ความผิดฐานฉ้อโกงฯ จำคุก 4 ปี 6 เดือน
ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จำคุก 1 ปี 6 เดือน
รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 5 ปี 12 เดือน
สั่งชดใช้ค่าเสียหาย ให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงินคืนแก่โจทก์ร่วมจำนวน 72,567,764 บาท พร้อม