ในที่สุดแฟนบอลชาวไทยก็ไม่ต้องรอจนถึงวินาทีสุดท้ายเหมือนทัวร์นาเมนต์ก่อนๆ เมื่อมีกระแสข่าววงในยืนยันว่า JAS ได้บรรลุข้อตกลงคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) รอบสุดท้ายมาครอบครองได้สำเร็จ โดยเตรียมเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงรายละเอียดและช่องทางการรับชมในวันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย.69)

บอลโลก ท่ามกลางความดีใจของคอบอล สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ผลการแข่งขันคือ "มูลค่าดีลครั้งนี้" และ "โมเดลธุรกิจ" ที่เปลี่ยนไป เพราะนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของวงการลิขสิทธิ์กีฬาในประเทศไทย

 

ย้อนรอยความเจ็บปวด ทำไมไทยต้องจ่ายแพง และได้ดู "นาทีสุดท้าย" ตลอด?


ไทยได้ดูบอลโลก หากจำกันได้ ในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ประเทศไทยเกือบจะไม่ได้ดูการถ่ายทอดสด เนื่องจากปัญหาเรื่องงบประมาณที่สูงลิ่วถึง ประมาณ 1,200 - 1,400 ล้านบาท ซึ่งในตอนนั้นต้องพึ่งพางบประมาณจาก กสทช. และการระดมทุนจากภาครัฐและเอกชนรายใหญ่หลายเจ้ามารวมพลังกัน จนปิดดีลได้ล่วงหน้าก่อนบอลเตะเพียงไม่กี่วัน

บอลโลก สาเหตุสำคัญที่ทำให้การเจรจาลิขสิทธิ์ของไทยในอดีตลากยาวและมีราคาแพง ประกอบด้วย

กฎ Must Have / Must Carry ของ กสทช. กฎที่ระบุว่าฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายต้องถ่ายทอดสดให้ประชาชนดู "ฟรี" ผ่านฟรีทีวีทุกช่องทาง ทำให้เอกชนรายเดี่ยวไม่กล้าทุ่มเงินซื้อ เพราะซื้อมาแล้วไม่สามารถเก็บค่าบริการ (Pay-TV) เพื่อสร้างกำไรแบบ Exclusive ได้ ส่งผลให้ไม่มีใครยอมเป็นแกนนำในการซื้อ จนต้องรอภาครัฐมาอุ้ม

การอัปเกรดขยายทีมของ FIFA สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ มีการเพิ่มทีมจาก 32 ทีม เป็น 48 ชาติ และเพิ่มจำนวนแมตช์แข่งขันจาก 64 นัด เป็น 104 นัด ซึ่งแน่นอนว่า FIFA ย่อมใช้เงื่อนไขนี้ในการปรับเพดานราคาค่าลิขสิทธิ์ให้สูงขึ้นกว่าเดิมทั่วโลก

...

 


วิเคราะห์ดีล JAS เม็ดเงิน แพลตฟอร์ม และทางรอดทางธุรกิจ

การบุกเข้ามาของ JAS (ซึ่งมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง MONO) ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า "โมเดลการลงขันโดยรัฐ" ได้จบลงแล้ว และเข้าสู่ยุคพาณิชย์เต็มรูปแบบ

 

ไทยได้ดูบอลโลก ราคาลิขสิทธิ์รอบนี้...เท่าไหร่?


แม้ตัวเลขอย่างเป็นทางการจะถูกเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ แต่คาดการณ์จากฐานราคาเดิมบวกกับจำนวนนัดที่เพิ่มขึ้น (104 นัด) มูลค่าลิขสิทธิ์ในไทยน่าจะไม่ต่ำกว่า 1,200 - 1,500 ล้านบาท คำถามคือ JAS จะถอนทุนคืนอย่างไร?

 

โมเดลการรับชมที่น่าจะเป็นไปได้

  • สตรีมมิ่ง/Pay-TV  คาดว่าแพลตฟอร์มหลักที่จะใช้เสิร์ฟความมันส์แบบครบทุกแมตช์คือ MONOMAX และช่องทาง OTT ของกลุ่ม ซึ่งอาจมาในรูปแบบการสมัครแพ็กเกจพิเศษ หรือรวมอยู่ในแพ็กเกจเดิมเพื่อดึงฐานสมาชิกระยะยาว
  • ฟรีทีวี (ตามกฎหมาย) แน่นอนว่าตามกฎของ กสทช. (หากยังไม่มีการแก้ไขแบบเบ็ดเสร็จ) จะต้องมีแมตช์สำคัญๆ หรือจำนวนแมตช์ตามเกณฑ์ยิงสดผ่านฟรีทีวี (เช่น ช่อง MONO29 หรือจับมือกับสถานีฟรีทีวีช่องอื่น) ให้ประชาชนได้รับชมฟรี แต่อรรถรส ความคมชัด และแมตช์ Exclusive น่าจะเทไปที่ระบบจ่ายเงินเป็นหลัก

 


บทสรุป จุดเปลี่ยนวงการสื่อกีฬาไทย

ไทยได้ดูบอลโลก การที่ JAS ปิดดีลได้ล่วงหน้าก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่ม สะท้อนให้เห็นว่า FIFA อาจยอมยืดหยุ่นเงื่อนไขบางประการ หรือไทยเรายอมปรับตัวเข้าหาโมเดลธุรกิจที่เป็นสากลมากขึ้น คือยอมให้ผู้ซื้อสิทธิ์บริหารจัดการเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มที่เพื่อความคุ้มทุน