คนเร่ร่อน กทม. พม. ชี้ต้นเหตุจากวิกฤตค่าเช่าบ้านพุ่งสูง ค่าแรงโตไม่ทันใช้ บวกัับหนี้สินครัวเรือน พอกพูนจนถูกยึดทรัพย์ ขณะบางกลุ่มเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีหางาน พลาดโอกาสประคองชีพ
ข้อมูลจาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุถึง สถานการณ์คนเร่ร่อนในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร จากการสำรวจคนไร้บ้านหรือคนเร่ร่อน ระหว่างปี 2562 – 2568 มีการแจงนับคนไร้บ้านหรือคนเร่ร่อน จำนวน 3 ครั้ง พบว่า ปี 2562 ผลจากการแจงนับคนไร้บ้านหรือคนเร่ร่อนทั่วประเทศ พบจำนวนคนไร้บ้านหรือคนเร่ร่อน 2,721 คน กรุงเทพมหานคร จำนวน 1,029 คน (ร้อยละ 37.81)
ปี 2563 มีคนไร้บ้านหรือคนเร่ร่อน เพิ่มขึ้นจาก 2,721 คน เป็น 3,534 คน
ปี 2566 มีจำนวนคนไร้บ้านหรือคนเร่ร่อนลดลง เหลือเพียง 2,499 คน ซึ่งกรุงเทพมหานคร พบมากที่สุด จำนวน 1,271 คน (ร้อยละ 50.86)
สำหรับกรณีสถิติคนไร้ที่พึ่งที่ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตกรุงเทพมหานคร ให้บริการภายใน มีการลงทะเบียนและขอรับความช่วยเหลือ ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา มีข้อมูลดังนี้
...
ปี | จำนวนผู้ใช้บริการ (คน) |
2564 | 424 |
2565 | 385 |
2566 | 412 |
2567 | 658 |
2568 | 517 |
2569 (ต.ค. 68 – เม.ย. 69) | 259 |
ข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2569
จากสถิติในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์คนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้านในกรุงเทพมหานคร สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างชัดเจน จำนวนคนไร้บ้านมีลักษณะผันผวนตามสถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วงหลังวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและรายได้ของประชาชน อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนในภาพรวมของประเทศจะมีแนวโน้มลดลงในบางช่วง แต่กรุงเทพมหานครยังคงเป็นพื้นที่ที่มีการกระจุกตัวของคนไร้บ้านมากที่สุด ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญของการบริหารจัดการเมืองในระยะยาว
ในส่วนของคนไร้ที่พึ่งในสถานรองรับของรัฐ จำนวน 11 แห่ง ทั่วประเทศ มีอัตราการรองรับได้เพียง 3,980ราย ปัจจุบันมีการรองรับภายในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จำนวน 5,049 คน ซึ่งเกินศักยภาพการรองรับไปถึง 1,069 คน
...
จากสถิติของสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ทั้ง 11 แห่ง ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน มีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และในจำนวนกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ ร้อยละ 80 เป็นกลุ่มที่มีอาการทางจิต ซึ่งถูกส่งต่อมาจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งโรงพยาบาลสุขภาพจิต เรือนจำ ด้วยสาเหตุการติดยาเสพติด และปัญหาพฤติกรรมต่าง ๆ
ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ เคยมีประวัติและความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับครอบครัว การใช้ความรุนแรง การใช้สารเสพติด ทำให้ครอบครัวและชุมชนปฏิเสธการรับกลับไปดูแล ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจและสังคม ยิ่งตอกย้ำและผลักดันให้กลุ่มเป้าหมายเข้าสู่การพึ่งพารัฐในที่สุด
หากพิจารณาในเชิงสาเหตุ จะพบว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นผลจากหลายมิติที่ซ้อนทับกัน โดยเฉพาะปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการว่างงาน รายได้ไม่เพียงพอกับค่าครองชีพ และความไม่มั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ประกอบกับปัญหาครอบครัว และข้อจำกัดในการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า คนไร้บ้านหรือคนเร่ร่อนไม่ใช่เพียง “ผู้ขาดโอกาส” แต่เป็น “ผู้ที่หลุดออกจากระบบ” ในหลายมิติพร้อมกัน
...
สาเหตุของการเป็นบุคคลเร่ร่อน
จากสถิติของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (กระทรวง พม.) ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปี 2566 ซึ่งศึกษาถึงสาเหตุของการเข้าสู่ภาวะคนไร้บ้านหรือคนเร่ร่อน พบว่า สาเหตุหลักเกิดจาก
1. การไม่มีงานทำ การตกงาน และการถูกเลิกจ้าง คิดเป็นร้อยละ 44.72
2. รองลงมา คือ ปัญหาภายในครอบครัว ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้บุคคลเข้าสู่ภาวะคนไร้บ้าน คิดเป็นร้อยละ 35.18
สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางครอบครัวเป็นสาเหตุสำคัญที่ผลักดันให้บุคคลเข้าสู่ภาวะความเปราะบางทางสังคมดังกล่าว
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือปัจจัยด้านสังคม เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเอื้ออาทรและมีวัฒนธรรมการแบ่งปัน เมื่อประชาชนพบเห็นบุคคลที่อยู่ในภาวะยากลำบาก จึงมักเกิดความเมตตาสงสารและให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค หรือเงินช่วยเหลือ ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์การรอรับสิ่งของบริจาคในพื้นที่สาธารณะจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
...
คนไร้บ้านหรือคนเร่ร่อนบางส่วนมองว่า แม้จะไม่มีงานทำหรือรายได้ประจำ ก็ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ในพื้นที่สาธารณะได้จากความช่วยเหลือและความเอื้อเฟื้อของผู้มีจิตเอื้ออาทร ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เอื้อให้บุคคลสามารถใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่สาธารณะได้อย่างต่อเนื่อง
ข้อค้นพบจากการสำรวจ พบว่า “มีกลุ่มคนไร้บ้านหรือคนเร่ร่อนหน้าใหม่” เป็นคนที่เข้าสู่สภาวะไม่เกิน 2ปี ในประเด็นคนไร้บ้านหรือคนเร่ร่อนหน้าใหม่ (New Homeless) ถือเป็นประเด็นที่ท้าทายมากในปัจจุบัน เพราะสะท้อนถึงรอยรั่วของระบบเศรษฐกิจและสวัสดิการสังคมที่ทำให้คนที่เคยมีงานทำ มีบ้านอยู่ กลายเป็นคนไร้บ้านอย่างฉับพลัน โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจาก
1. วิกฤตค่าเช่าบ้าน (Rental Crisis) ค่าเช่าห้องพักในเมืองพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำโตไม่ทัน เมื่อขาดรายได้เพียง 1 - 2 เดือน ก็ถูกเชิญให้ออกทันที
2. หนี้สินครัวเรือน การถูกยึดทรัพย์หรือที่อยู่อาศัยจากการค้ำประกัน หรือหนี้นอกระบบ
3. ช่องว่างทางดิจิทัล (Digital Divide) กลุ่มที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีในการหางานหรือลงทะเบียนรับสวัสดิการรัฐ ทำให้พลาดโอกาสในการประคองชีพ