ผู้ถูกกล่าวหาเป็นมาเฟียเมียนประตูน้ำ ยืนยันไม่ใช่มาเฟีย แค่ชอบไลฟ์ในโซเชียลมีเดีย แล้วมักพูดด่าทอ พร้อมโต้กลับว่าถูกใส่ความจากผู้หญิงเมียนมาที่โกงเงินคนอื่น
กรณีทีมข่าว SEE TRUE ไทยรัฐทีวี นำเสนอผ่านรายการ “SEE TRUE STORY” ทางยูทูปช่องไทยรัฐทีวี กรณีมีผู้หญิงชาวเมียนมาเชื้อสายเนปาล ร้องเรียนผ่านเพจเฟซบุ๊กของทีมข่าวสืบสวน SEE TRUE ว่าตนถูกผู้มีอิทธิพลชาวเมียนมาเชื้อสายเนปาล ที่อาศัยอยู่ในย่านประตูน้ำ ข่มขู่คุกคามมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเธอกล่าวหาว่า ชายคนดังกล่าวมีพฤติกรรมเป็นมาเฟีย มักคุกคามข่มขู่ให้ชาวเมียนมาเชื้อสายเนปาล ที่ทำงานอยู่ในย่านประตูน้ำนับพันคนหวาดกลัวไปทั่ว
หลังจาก SEE TRUE นำเสนอข่าวนี้ออกไป นายซันเจ ชาวเมียนมา ที่ถูกผู้หญิงคนดังกล่าว กล่าวหา ได้เดินทางพร้อมกับภรรยาและญาติๆ มาพบทีมข่าว SEE TRUE ที่สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ว่าตนเองไม่ได้มีพฤติกรรมเป็นมาเฟีย ตามที่ผู้หญิงคนดังกล่าวร้องเรียนมายังทีมข่าว SEE TRUE
...
นายซันเจ ชี้แจงว่า เหตุการณ์ที่เห็นในคลิปว่าตนไปที่อะพาร์ตเมนต์ของผู้หญิงคนดังกล่าวในเวลากลางคืน แล้วมีปากเสียงกัน เป็นเพราะว่าวันนั้น มีกลุ่มคนเมียนมาเชื้อสายเนปาล จากพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งตนรู้จัก เดินทางมาตามหาผู้หญิงคนดังกล่าวที่อะพาร์ตเมนต์ เพื่อตามทวงเงินให้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ที่สามีถูกจับกุมดำเนินคดีและติดอยู่ในเรือนจำ ในคดีทะเลาะวิวาทกันจนมีผู้เสียชีวิต
ในการมาตามหาผู้หญิงคนดังกล่าว มีการไลฟ์ทางโซเชียลมีเดียด้วย ตนเห็นในไลฟ์ จึงเดินทางไปดู แต่ยืนยันไม่ได้มีการคุกคามใดๆ และเมื่อพบผู้หญิงคนดังกล่าวแล้ว ทางกลุ่มคนเมียนมาที่มาจากพัทยา ก็พาตัวขึ้นรถไปตกลงกันเรื่องเงินที่ สน.คลองตัน ซึ่งตนทราบภายหลังว่า สาเหตุมาจากที่ผู้หญิงคนดังกล่าวไปหลอกเอาเงินจากครอบครัวของผู้ชายที่ถูกตำรวจดำเนินคดีว่า จะนำเงินไปประกันตัว และเยียวยาญาติผู้เสียชีวิต แต่ไม่ได้ทำตามที่รับปากไว้ จึงมีการไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา และตามมาทวงเงินในคืนเกิดเหตุ ซึ่งตนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย แต่ต่อมาภายหลังผู้หญิงคนดังกล่าว กลับไลฟ์ทางโซเชียลมีเดีย ด่าตนเสียหายหลายครั้งด้วย ทำให้ตนต้องไลฟ์ด่ากลับ จึงอาจเป็นส่วนหนึ่งให้ผู้หญิงรู้สึกไม่พอใจตน
นายซันเจ กล่าวชี้แจงด้วยว่า ส่วนกรณีที่มีผู้ชายเมียนมาเชื้อสายเนปาลอีกคน กล่าวหาว่าโดนตนทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมานั้น ก็ไม่เป็นความจริง เหตุการณ์วันนั้น ผู้ชายคนดังกล่าวเมาจนไม่ได้สติ และเดินผ่านหน้าร้านกัญชาที่น้องชายตนทำงานอยู่ พร้อมกับพูดจาหาเรื่อง จึงถูกน้องชายตนทำร้าย ตนไม่ได้ร่วมทำร้ายด้วย แต่เป็นคนไปห้าม พร้อมกับใช้ผ้าเช็ดหน้า เช็ดเลือดให้กับชายคนดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังมีการโยงตนทำงานให้กับสมาคมแห่งหนึ่ง ก็ยืนยันว่าตนเองทำงานอยู่ที่ประตูน้ำ ไม่ได้ทำงานให้สมาคมดังกล่าวแต่อย่างใด และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับสมาคมเลย ตนมีแต่คอยช่วยเหลือคนอื่นเวลาตกทุกข์ได้ยาก เช่น ตอนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ก็ลงพื้นที่พร้อมกับเพื่อนๆ ชาวเมียนมาไปช่วยเหลือ การช่วยเหลือชาวเมียนมา ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบจากสงครามภายในเมียนมา รวมทั้งช่วยเหลือชาวเมียนมา ที่ป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งหากตนเป็นมาเฟียจริง คงไม่จิตอาสาช่วยเหลือคนอื่นแบบนี้
นายซันเจ กล่าวด้วยว่า ที่มีการกล่าวหาตนว่าในอดีตตนเคยเป็นคนเก็บส่วยให้ตำรวจบางหน่วยนั้น ขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง เรื่องทั้งหมดถูกใส่ความมาตั้งแต่ปี 2562 จากกลุ่มคนที่ไม่หวังดีต่อตน จนครั้งนี้ก็เช่นกันที่มีการให้ผู้หญิงคนดังกล่าวมาใส่ความตนอีกครั้ง ส่วนการที่ตนไปนั่งอยู่ที่ร้านกัญชาดังกล่าวเป็นประจำ เป็นเพราะว่าน้องชายทำงานอยู่ที่นั่น และตนใช้กัญชาในการรักษาอาการเจ็บป่วย จึงไม่แปลกที่จะเห็นตนอยู่ที่ร้านกัญชา
...
จากนั้น นายซันเจ ได้มอบเอกสารต่างๆ เช่น รูปภาพการทำคุณประโยชน์ให้สังคมให้กับทีมข่าว SEE TRUE เพื่อยืนยันความว่าตนเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือสังคม
สำหรับการร้องเรียนของผู้หญิงชาวเมียนมาเชื้อสายเนปาล ว่าถูกมาเฟียเมียนมาตามคุกคามนั้น ทีมข่าว SEE TRUE ได้ซักถามถึงปมสาเหตุที่ถูกคุกคามตั้งแต่ครั้งแรกที่มาร้องเรียน ซึ่งเธออ้างว่า สาเหตุเพราะมีญาติผู้ชายคนหนึ่งตกเป็นผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในคดีที่ชาวเมียนมา ทะเลาะวิวาทและมีการทำร้ายกันจนเสียชีวิตที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งญาติที่ถูกดำเนินคดีอยู่ในกลุ่มของผู้เสียชีวิต
...
ต่อมาพ่อแม่ของผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ที่ประเทศเมียนมา ได้ส่งเงินราว 2 แสนกว่าบาท ให้ตนช่วยไปประกันตัวญาติออกมาสู้คดี แต่ประกันตัวออกมาไม่ได้ ทำให้ผู้เป็นภรรยา ไปขอความช่วยเหลือจากคนของสมาคมแห่งหนึ่ง จนนำมาสู่การตามไปทวงเงินยังที่พักของตนในกรุงเทพฯ และตนถูกข่มขู่คุกคามตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา