คาดช่วง 29-31 พ.ค.นี้ ฝนตกหนักพื้นที่ภาคกลาง และกรุงเทพฯ หลังจากนั้นย้ายไปตกหนักทางภาคใต้และตะวันออก ส่วนเดือน มิ.ย. เฝ้าระวังฝนตกหนักทางภาคเหนืออีกระลอก
นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศและรองโฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า คาดการณ์ฝนในช่วงสั้น 29 พฤษภาคม – ต้นเดือนมิถุนายน 69 โดยช่วงพีคอยู่วันที่ 29 – 31 พฤษภาคมนี้ เป็นช่วงที่ฝนจะกระจายตัวมากที่สุด ในพื้นที่ตอนบนของประเทศ และกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะวันที่ 29และ 30 พฤษภาคม เป็นช่วงที่มีฝนตกหนักที่สุด
คาดว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนมากในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นี้ ช่วงวันที่ 29-30 พฤษภาคมนี้ โดยมักจะเริ่มก่อตัวช่วงบ่ายหรือเย็น และอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมกลางแจ้ง
ช่วงวันที่ 1-4 มิถุนายนนี้ ฝนในพื้นที่ตอนบนจะลดลง แต่จะไปตกหนักในภาคใต้ฝั่งอันดามัน และภาคตะวันออกแทน เนื่องจากมรสุมมีกำลังแรงขึ้น
พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก ภาคใต้ฝั่งอันดามัน เช่น จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต ซึ่งเป็นด้านรับลมมรสุม และภาคตะวันออก เช่นจังหวัดจันทบุรี
...
ลักษณะอากาศและความร้อนระอุ
นายสมควร มองว่า อากาศในช่วงนี้จะร้อนแบบ "อับชื้น" และ "ระอุ" ต่างจากเดือนเมษายนที่ร้อนแห้ง เนื่องจากมีความชื้นจากฝนเข้ามาปน แต่เมฆยังมีน้อย
สาเหตุที่ร้อน เนื่องจากท้องฟ้าโปร่ง มีเมฆน้อย ทำให้แสงแดดส่องลงมาได้เต็มที่ ประกอบกับดวงอาทิตย์เลื่อนมาตั้งฉากกับพื้นที่ภาคเหนือในช่วงเดือนพฤษภาคม
ฝนปีนี้ค่อนข้างแปลก คือมักตกตอนกลางคืน เพราะช่วงเช้าสะสมพลังงานความร้อนและเริ่มเคลื่อนตัวตามมรสุมในช่วงบ่ายหรือค่ำ, นอกจากนี้ฝนยังตกเป็น "กระจุก" คือบางจุดตกหนักมาก แต่พื้นที่ใกล้ๆ กันกลับไม่มีฝนเลย
แนวโน้มช่วงเดือนมิถุนายน และข้อควรระวัง
ช่วงวันที่ 9 - 13 มิถุนายนนี้ คาดว่าจะมีร่องมรสุมชัดเจนขึ้น และจะสวิงขึ้นไปทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นในภาคเหนือตอนบน และอีสานตอนบน รวมถึง สปป.ลาว และเวียดนาม
ความกังวลเรื่องน้ำท่วม ยังไม่น่ากังวลเรื่องน้ำท่วมใหญ่ในระดับ "น้ำเหนือ" แต่ต้องระวังน้ำท่วมฉับพลันในบางจุด เช่น พื้นที่เชียงราย หรือแม่สาย หากฝนตกสะสมติดต่อกัน 3-4 วัน (ปริมาณฝน 60-100 มม.)เนื่องจากกำแพงกั้นน้ำบางจุดยังไม่สมบูรณ์
ภาพรวมปีนี้ เอลนีโญและภัยแล้ง
ฝนน้อยกว่าปกติ แม้ฝนจะมาตามฤดูกาล แต่ปีนี้อยู่ในช่วงรอยต่อของปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ลมค้าอ่อนแรง ความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาน้อย
...
ความน่ากังวลหลักคือ "ภัยแล้ง" ผู้เชี่ยวชาญกังวลเรื่องฝนทิ้งช่วง หรือฝนที่ตกไม่ต่อเนื่องมากกว่าน้ำท่วม ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเกษตรกรที่ทำนาปี หากหว่านข้าวไปแล้วฝนหายไป 7-10 วัน ข้าวอาจเสียหายได้
ควรเตรียมแหล่งน้ำหรือภาชนะกักเก็บน้ำไว้ให้ดี เพราะภาพรวมปริมาณฝนในปีนี้มีแนวโน้มว่าจะน้อยกว่าปีปกติ