"จุดเดือด" บนแนวระเบียงเศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา ชื่อของ ด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ และ โอร์เสม็ด จ.อุดรมีชัย มักปรากฏในหน้าข่าวความมั่นคงอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงปี 2568-2569 ที่สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

สรุปเหตุการณ์ทหารกัมพูชายั่วยุ เกิดขึ้นกี่ครั้ง?

จากการบันทึกสถิติในช่วงวิกฤตล่าสุด มีเหตุการณ์สำคัญที่เข้าข่ายการยั่วยุและเผชิญหน้าอย่างน้อย 4 ครั้ง ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น:

  1. พฤษภาคม 2569 (ล่าสุด)  การยิงปืนอาวุธเบา 11 นัดจากฝั่งโอร์เสม็ดเข้ามายังเขตปลอดภัยของไทย อ้างว่าเป็นการฝึกซ้อมแต่ไม่มีการประสานงานล่วงหน้า

  2. เมษายน 2569: การรุกล้ำพื้นที่อ้างสิทธิ์บริเวณ "ช่องระยี" โดยกองกำลังติดอาวุธกัมพูชาเพื่อขัดขวางการปรับปรุงถนนของเจ้าหน้าที่ไทย

  3. มกราคม 2569: ทหารกัมพูชาสนธิกำลังตั้งจุดตรวจซ้อนในพื้นที่ทับซ้อน ใกล้กับกาสิโนฝั่งโอร์เสม็ด

  4. สิงหาคม 2568: เหตุการณ์ปะทะคารมและประชิดตัวระหว่างทหารพรานไทยกับทหารกัมพูชา กรณีการปักเสารั้วลวดหนาม


...


ทำไมต้องเป็น "ช่องจอม-โอร์เสม็ด"? เจาะ 3 สาเหตุหลัก


หลายคนสงสัยว่าทำไมความตึงเครียดไม่ไปเกิดที่ด่านอื่น แต่มาลงที่จุดนี้บ่อยครั้ง



1. ภูมิรัฐศาสตร์และยุทธศาสตร์ทางทหาร

ช่องจอมเป็นทางผ่านธรรมชาติบน เทือกเขาพนมดงรัก ที่ราบเรียบที่สุด การคุมจุดนี้ได้หมายถึงการคุม "ประตูชัย" ในการเคลื่อนกำลังพลเข้าสู่พื้นที่ส่วนในของทั้งสองประเทศ


2. ขุมทรัพย์ "กาสิโน" และ "ทุนเทา"

ฝั่งโอร์เสม็ดมีการเติบโตของธุรกิจพนันออนไลน์และกาสิโนอย่างก้าวกระโดด การยั่วยุทางการทหารในบางครั้งถูกใช้เป็นเครื่องมือ "แสดงอำนาจ" ของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของกลุ่มทุนข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่

3. เส้นเขตแดนที่ยังเป็น "สีเทา"

แม้จะมี MOU 43 แต่พื้นที่บริเวณรอบๆ ช่องจอมยังมีจุดที่ตกลงกันไม่ได้ (Disputed Area) ทำให้ทุกครั้งที่มีการขยับเขยื้อนสิ่งปลูกสร้าง จะถูกใช้เป็นประเด็นปลุกกระแสชาตินิยมเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองภายในของกัมพูชาเสมอ

...


สรุปสถานการณ์เพื่อคนทำธุรกิจ


แม้จะมีการยั่วยุเกิดขึ้น แต่ในเชิงโครงสร้าง "ช่องจอม" ยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์การค้าที่สำคัญที่สุดของ จ.สุรินทร์ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารจาก กองกำลังสุรนารี และกองทัพภาคที่ 2 อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์วันต่อวัน




...