ผลักดัน “ไรเดอร์” เข้าประกันสังคม "สหภาพไรเดอร์" หนุน ม.33 หวังแก้ปัญหาไรเดอร์ล้นทำค่ารอบหด-ไร้สวัสดิการตามกฎหมาย เสนอรัฐเพิ่มเงื่อนไขยืดหยุ่น ให้ไรเดอร์เลือกได้ เข้า-ไม่เข้า  

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รับทราบถึงข้อเรียกร้องของสหพันธ์คนทำงานแพลตฟอร์มและความเดือดร้อนของกลุ่มไรเดอร์ซึ่งทำหน้าที่ส่งอาหารและพัสดุ ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงอยู่บนท้องถนนในทุกวัน แต่ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานและสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่เพียงพอ

กระทรวงแรงงาน จึงได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อศึกษาปัญหานี้ และเร่งตรวจสอบว่าแรงงานแพลตฟอร์มแต่ละประเภท จะสามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้อย่างไร ซึ่งหากมีกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ ก็จะปรับแก้กฎหมายเพื่อปลดล็อกสิทธิประกันสังคมให้กับกลุ่มแรงงานเหล่านั้น

จากประเด็นนี้ ทำให้ในกลุ่มของไรเดอร์มีการถกเถียงกันเป็นจำนวนมาก โดยมีทั้งฝั่งที่อยากและฝั่งที่ไม่อยากให้บริษัทหรือแพลตฟอร์มเข้าร่วมกับประกันสังคม 

ทางทีมงานข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ พูดคุยประเด็นนี้กับนายอนุกูล ราชกุณา ผู้ประสานงานเครือข่ายสหภาพไรเดอร์ ถึงประเด็นที่เกิดขึ้น

นายอนุกูล เผยว่า ในเบื้องต้นเครือข่ายสหภาพไรเดอร์ สนับสนุนให้บริษัทหรือแพลตฟอร์มเข้าร่วมกับประกันสังคม ด้วยเหตุผลว่า ตอนนี้บริษัทไม่ต้องจ่ายค่าประกันสังคม จึงส่งผลให้มีจำนวนไรเดอร์ล้นตลาด ปริมาณไรเดอร์มากกว่างานที่มี จนเกิดการแย่งงานกัน แต่ทางบริษัทยังรับคนใหม่เข้ามาต่อเนื่อง

“เมื่อไรเดอร์มีไม่จำกัด ค่ารอบจะลดเท่าไหร่ก็ได้หมด เพราะถ้าคุณไม่รับก็ยังมีคนอื่นรับอยู่แล้ว ถ้ามีการจ่ายประกันสังคม ก็กลายเป็นต้นทุนที่บริษัทต้องจ่าย ทำให้สามารถควบคุมจำนวนได้ ไม่รับคนมั่วซั่ว ทุกวันนี้เวลาที่ไรเดอร์เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็ต้องสำรองจ่ายเองทั้งหมด พรบ.ก็ไม่พอ”

...

สำหรับไรเดอร์บางส่วนที่มีงานประจำอื่นหรือวิ่งงานหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน และกังวลว่าการเข้าประกันสังคมจะนำมาสู่การบังคับชั่วโมงการทำงานขั้นต่ำ และอาจต้องจ่ายประกันสังคมหลายที่นั้น

นายอนุกูล มองว่า ประกันสังคมมีลิมิตจ่ายที่ 875 บาทต่อเดือน ถ้าทำงานในบริษัทอื่นหรือวิ่งงานในหลายแอปฯ เมื่อจ่ายของทุกที่รวมกันเกินจำนวน 875 บาท ก็สามารถขอเงินคืนได้ 

ส่วนเรื่องชั่วโมงการทำงานที่อาจบังคับให้ครบ 8 ชม. จะพบว่าในปัจจุบันไรเดอร์ 60 – 70% ทำงานเกิน 8 ชั่วโมงเป็นปกติอยู่แล้วแต่กลับไม่ได้มีหลักประกันอะไรเลย ส่วนกลุ่มที่วิ่งงานไม่ถึง 8 ชั่วโมง ก็ควรได้รับการคุ้มครองแบบยืดหยุ่น คือไม่ต้องเป็นไรเดอร์ในระบบลูกจ้าง แต่ควรได้สวัสดิการที่ดีกว่าที่บริษัทให้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นประกันกลุ่มที่การคุ้มครองไม่ครอบคลุมอะไรเลย

“ในปัจจุบันแพลตฟอร์มก็บังคับอยู่แล้ว ถึงแม้ไม่ได้บอกตรงๆ ว่าต้องทำงานให้ครบ 8 ชั่วโมง แต่การลดค่ารอบลง ก็ทำให้รายรับไม่เพียงพอและต้องวิ่งงานเพิ่มอยู่ดี”

นายอนุกูล ยังกล่าวเสริมอีกว่า ตนเห็นด้วยกับ ม.33 เพราะเป็นมาตราที่บริษัทแพลตฟอร์มต้องทำการร่วมจ่าย โดยคิดถึงตอนที่ตนเกษียณหรือตกงานไปแล้วก็จะยังมีเงินชดเชยในส่วนนี้รองรับ 

ตอนนี้ แพลตฟอร์มกำลังผลักดันให้ไรเดอร์เข้าประกันสังคม ม.40 ซึ่งเป็นมาตราสำหรับคนทำงานอิสระ เพราะแพลตฟอร์มไม่ต้องร่วมจ่าย เมื่อไม่มีภาระส่วนนี้มูลค่าธุรกิจก็สูงขึ้น แต่กลับไม่ได้รับผิดชอบคนทำงาน ดังนั้นทางสหภาพฯ จึงอยากผลักดัน ม.33 แต่ก็ไม่อยากบังคับไรเดอร์คนไหน เพียงแค่อยากให้ทุกคนมีสิทธิในการเลือก

ส่วนในเรื่องของความเป็นลูกจ้างและนายจ้าง บริษัทแพลตฟอร์มพยายามที่จะทำให้ไรเดอร์ไม่ใช่ “ลูกจ้าง” แต่เป็นเพียง “พาร์ทเนอร์” แต่การกระทำและกฎทุกอย่างกลับย้อนแย้ง เช่น มีการเก็บข้อมูลไรเดอร์ การบังคับเปิดสัญญาณ GPS ตลอดเวลาแม้ไม่ได้ทำงาน เพราะหากไม่เปิดจะไม่สามารถใช้งานแอปฯ ได้

“ความเป็นลูกจ้าง นายจ้าง มันมีหลักการชี้วัดไม่กี่ข้อ หนึ่งมีอำนาจบังคับบัญชาไหม สองคุณสามารถให้คุณให้โทษไรเดอร์ได้ไหม และสามไรเดอร์สามารถที่จะกำหนดราคาค่ารอบเองได้ไหม ถ้าแพลตฟอร์มไม่มี 3 ข้อนี้นะ คุณเป็นอิสระ เก็บเงินเอง ไม่มีการลงโทษ อันนี้ถึงเรียกว่าอิสระ แต่ในปัจจุบันพยายามบิดเบือนกลไกสภาพการจ้างงานไง”

...

ทั้งนี้ หากจะมีการผลักดันไรเดอร์เข้าประกันสังคม มาตรา 33 จริง ใน 1 ปีควรดำเนินลำดับขั้นตอนอย่างไรบ้างนั้น นายอนุกูล มองว่า อันดับแรกคือ การสร้างความเข้าใจ เพราะในตอนนี้เกิดการเข้าใจผิดเป็นจำนวนมาก เช่น เรื่องการเข้างาน 8 ชั่วโมง หรือ Fake news การปั่นข่าว อันดับต่อมาคือ การกำหนดสวัสดิการที่มีเงื่อนไขชัดเจน ระบุว่าหากเข้าร่วมแล้วได้รับอะไร รัฐมีการคุ้มครองอย่างไร

นายอนุกูลกล่าวทิ้งท้ายว่า ตอนนี้ไรเดอร์ยังไม่มีความเข้าใจว่าการเป็นลูกจ้างนั้นดีกว่าไม่เป็นลูกจ้างอย่างไร ดังนั้นการมีความคุ้มครองที่ยืดหยุ่นจึงสำคัญ ให้ไรเดอร์สามารถเลือกเองได้ เช่น ถ้าหากทำงานครบ 8 ชม.แล้วไม่ต้องการรับสวัสดิการตามมาตรา 33 ก็สามารถส่งคืนบริษัทได้ เพราะที่ทางสหภาพฯ ผลักดัน ก็เพียงแค่อยากให้ไรเดอร์ทุกคนมีสิทธิ์ในการเลือกและมีความปลอดภัยในการทำงาน