22 ปี ดับไฟใต้ สถิติความรุนแรง สะท้อนภาพการเจรจา “สันติภาพ” ยังจำเป็น “นักวิชาการ” ชี้ตลอด 22ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์กว่า 23,000 ครั้ง เสียชีวิตและบาดเจ็บกว่า 21,800 ราย
สถานการณ์เหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงปี 2569 ยังคงมีการก่อเหตุความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเกิดข่าวใหญ่ในต้นปี ได้แก่ กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดเผาปั๊มน้ำมัน 11 จุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ความไม่สงบนั้นไม่เคยสงบลงเลย
ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้และอาจารย์นักวิจัยประจำสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความต่อเนื่องมาเป็นเวลาประมาณ 21 – 22 ปี โดยเหตุการณ์ความไม่สงบเริ่มตั้งแต่ปี 2547 ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น การใช้อาวุธปืนสังหาร การโจมตีด้วยระเบิด การเผาวางเพลิง การพ่นสเปรย์ ทั้งหมดมีจุดประสงค์เพื่อจะต่อต้านรัฐบาลในขณะนั้น
...
จากฐานข้อมูลของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ที่เจาะเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ความไม่สงบ พบว่าใน 22 ปีที่ผ่านมานี้มีเหตุความไม่สงบเกิดขึ้นประมาณ 23,000 กว่าเหตุการณ์ โดยไม่นับรวมกับคดีการก่ออาชญากรรมทั่วไปและยาเสพติด โดยตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2547 จนถึงเดือนมีนาคมปี2569 มีจำนวนผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 7,800 คนและบาดเจ็บถึง 14,000 คน
จากสถิติเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2547 – 2569 พบว่าเหตุการณ์ไม่ได้พุ่งสูงในทันที แต่มีการขึ้นลงของกราฟสถานการณ์ความไม่สงบอยู่ตลอด โดยในช่วงก่อนปี 2547 จำนวนเหตุการณ์มีประมาณ 40 – 50 ครั้ง แต่หลังจากปี 2547 มาจนถึงปี 2550 เหตุความไม่สงบก็พุ่งมากขึ้นถึงเกือบ 2,000 เหตุการณ์จากปีแรก แล้วหลังจากปี 2551 จึงลดลงตามลำดับ จนกระทั่งปี 2555 กราฟก็พุ่งขึ้นมาอีกและลดในปี 2556 จึงสรุปได้ว่าจำนวนของเหตุการณ์ความไม่สงบเหล่านี้ไม่มีจำนวนที่คงที่และแน่นอน
สาเหตุการก่อเหตุความไม่สงบที่มีจำนวนเหตุมากน้อยแตกต่างกัน เนื่องจากใน 4 ปีแรก มีจำนวนเหตุการณ์ที่มาก ทางรัฐบาลจึงมีการประกาศใช้กฎหมายพิเศษในการใช้ควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ อันดับแรกคือ การประกาศใช้กฎอัยการศึกภายในพื้นที่ทั้งหมดรวมถึงบางส่วนของจังหวัดสงขลา ในปี 2548 เหตุการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงมีการใช้กฎหมายเป็นครั้งแรก คือ กฎหมายพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินปี 2548 เป็นอำนาจพิเศษให้เจ้าหน้าที่ในการควบคุมเหตุการณ์ และมีการใช้ทั้ง 2 กฎหมายนี้มาจนถึงปัจจุบัน
...
ปี 2551 มีการระดมกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 1 , 2 , 3 ทหารจากในพื้นที่อื่น พร้อมทั้งตำรวจ ทหารพราน อาสาสมัคร นอกเหนือจากกองทัพที่ 4 เนื่องจากในขณะนั้นจำนวนคนในกองทัพที่ 4 ไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้เพียงพอ โดยรวมแล้วทั้งหมดมีจำนวน 60,000 คน ซึ่งทำให้มีจำนวนเหตุการณ์ที่ลดลง
แต่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด มีการจับกุมและดำเนินการทางกฎหมายภายในพื้นที่ แต่ก็สามารถคุมเหตุการณ์ได้ทั้งหมด หลังจากนั้นจำนวนของเหตุการณ์ก็สูงขึ้นอีกในปี 2555 แต่พบได้ว่าลดลงเรื่อย ๆ ในปี 2556
เนื่องจากปี 2556 เป็นต้นมา ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีขณะนั้น พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุปฏิบัติการคือ ขบวนการที่เรียกว่า ขบวนการ BRN โดยมีการก่อเหตุ สะสมกำลังและบ่มเพาะสร้างคนขึ้นมา รัฐบาลจึงพบว่าการใช้ความรุนแรงตอบโต้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ จึงใช้การเมืองนำการทหาร ใช้กระบวนการสร้างสันติภาพ โดยใช้การพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา
การพูดคุยเริ่มดำเนินการในปี 2556 โดยอาศัยมาเลเซีย เป็นผู้อำนวยความสะดวก หลังจากมีการพูดคุยกันก็มีการเปิดพื้นที่พูดคุยกันในหลายระดับ ภาคประชาสังคมหรือคนในพื้นที่เองก็มีโอกาสที่จะแสดงบทบาทในการที่จะเรียกร้องสันติภาพ การแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยหลังจากที่หันมาใช้นโยบายสันติภาพนี้ เหตุการณ์ความไม่สงบก็ลดลงเป็นลำดับ
...
หลังจากคณะรัฐบาล คสช. เข้ามาในปี 2557 - 2560 มีการพูดคุยเรื่องนโยบายสันติภาพอย่างต่อเนื่อง ผลของการพูดคุยไม่ได้มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงการพูดคุยเพื่อหาทางออกแต่ยังสรุปผลไม่ได้ โดยสามารถลดความรุนแรงและจำนวนของเหตุการณ์จึงลดลงได้อย่างเป็นขั้นบันได มาจนถึงประมาณปี 2562 - 2563 ส่วนหนึ่งก็ลดลงมากขึ้น เพราะเกิดการระบาดของโควิด มีการปิดเมือง หยุดการเดินทาง ปิดชุมชน เหตุการณ์จึงลดลงโดยปริยาย
แต่หลังจากช่วงการระบาดของโควิด เหตุการณ์ความไม่สงบยังมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แม้มีการพูดคุยดำเนินอยู่ โดยจะพบว่าเหตุการณ์ในช่วงปี 2567 – 2568 เริ่มสูงขึ้นมา รัฐบาลจึงคิดจะปรับนโยบายในเรื่องของการพูดคุย เนื่องจากพบว่าการพูดคุยสันติภาพไม่ส่งผลแต่อย่างใด จึงทำให้มีการยุติการพูดคุย เนื่องจากโดยปกติในทุกครั้งเมื่อรัฐบาลต้องทำการแก้ไขปัญหานี้ จะใช้วิธีการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยและคณะพูดคุยสันติภาพขึ้นมา ต่อจากนั้นคณะพูดคุยสันติภาพจึงจะมีการนัดหมายกันไปคุยกับกระบวนการแลกเปลี่ยน หาทางออกของปัญหา โดยที่มีสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นเลขานุการคณะพูดคุย
...
สถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ขึ้นกว่า 23,000ครั้ง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมแล้วกว่า 21,800 ราย โดยกราฟความรุนแรงมีลักษณะขึ้นลงตลอดเวลาตามรูปแบบการบังคับใช้กฎหมายและนโยบายของแต่ละรัฐบาล แม้กระบวนการพูดคุยสันติภาพและการระบาดของโควิด จะเคยทำให้เหตุความรุนแรงลดลงไป แต่การที่กราฟของเหตุการณ์เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปี2567–2569 พร้อมๆ กับการยุติการพูดคุยสันติภาพ ยิ่งเป็นสิ่งตอกย้ำว่า สถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้นี้ยังคงเป็นประเด็นความมั่นคงที่ยังไม่เคยสงบลงเลยอย่างแท้จริง