“จุดตัดมรณะ” 3 ปีกับอุบัติเหตุรถไฟไทย ยังไร้ทางออก พบสถิติอุบัติเหตุใหญ่หลายครั้งเกิดจากวินัยจราจร และไม่เคารพกฎการขับรถข้ามทางรถไฟ

“จุดตัดทางรถไฟ” ยังคงเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงภัยสูงสุดบนท้องถนนเมืองไทย จากรายงานสถิติอุบัติเหตุทางรถไฟย้อนหลังในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2566 – 2569) พบว่าอุบัติเหตุรุนแรงส่วนใหญ่ยังคงเกิดขึ้นบริเวณจุดผ่านทางเสมอระดับ และ “ทางลักผ่าน” ซ้ำเล่า สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและความปลอดภัยที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน

จากการรวบรวมข้อมูลของทีมข่าวพบว่า อุบัติเหตุรุนแรงในรอบ 3 ปี พบว่ามีเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณจุดตัดทางรถไฟรวมทั้งสิ้น 4 ครั้งใหญ่ โดยสามารถจำแนกตามประเภทของอุบัติเหตุและพาหนะคู่กรณีได้ดังนี้

 


วิกฤตชน “รถกระบะ” บริเวณทางลักผ่าน จำนวน 2 ครั้ง

ทางลักผ่าน หรือจุดตัดที่เกิดขึ้นตามความสะดวกของชุมชนโดยไม่มีไม้กั้นอย่างเป็นทางการ ยังคงเป็นจุดเกิดเหตุซ้ำซาก

6 มกราคม พ.ศ. 2566 ขบวนรถไฟที่ 1202 (มหาชัย-วงเวียนใหญ่) พุ่งชนรถยนต์กระบะ บริเวณจุดตัดทางลักผ่านถนนเดิมบาง ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 2 ราย

...

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 เกิดเหตุซ้ำรอยเมื่อขบวนรถธรรมดาที่ 201 (กรุงเทพฯ/หัวลำโพง - พิษณุโลก) พุ่งชนรถยนต์กระบะ ณ จุดตัดทางรถไฟ (ทางลักผ่าน) ระหว่างสถานีพิจิตร - สถานีท่าฬ่อ หมู่ 1 บ้านราชช้างขวัญ จังหวัดพิจิตร ความรุนแรงของแรงปะทะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย


มหันตภัยชน “รถบรรทุกใหญ่” จำนวน 1 ครั้ง

อุบัติเหตุจากรถขนาดใหญ่ที่มักติดขัดหรือข้ามทางตัดไม่พ้นตามกรอบเวลา

19 มกราคม พ.ศ. 2567 ขบวนรถเร็วที่ 109 (กรุงเทพอภิวัฒน์-เชียงใหม่) พุ่งชนรถบรรทุกอย่างรุนแรงบริเวณจุดตัดทางรถไฟบ้านคลองสำพริ่ง ตำบลพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้พนักงานขับรถไฟ (พขร.) เสียชีวิตในหน้าที่ 1 ราย และช่างเครื่องได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย


โศกนาฏกรรมกลางกรุงชน “รถโดยสารประจำทาง” จำนวน 1 ครั้ง

รถไฟชนรถเมล์ เหตุการณ์ล่าสุดที่สร้างความสะเทือนใจและกลายเป็นข่าวดังระดับประเทศ

16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569: เกิดอุบัติเหตุขบวนรถไฟขนส่งสินค้าพุ่งชนกับรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) สาย 206 บริเวณทางผ่านเสมอระดับรถไฟแยกอโศก-ดินแดง (ใกล้แอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน) แรงอัดทำให้เกิดเพลิงไหม้ลุกท่วมตัวรถ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก กลายเป็นอีกหนึ่งฝันร้ายของคนเมืองกรุง


ทางออกที่ยังไร้ทางแก้  

 

จากข้อมูลทั้ง 4 เหตุการณ์ในรอบ 3 ปี ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ชนิดของอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดรถไฟทั้งหมดคือ “การพุ่งชนกับยานพาหนะอื่นบนท้องถนน” แบ่งเป็น รถกระบะ 2 ครั้ง, รถบรรทุก 1 ครั้ง และรถเมล์ 1 ครั้ง

 

ตราบใดที่ “ทางลักผ่าน” ยังไม่ถูกปิดตัวลงอย่างถาวร หรือระบบสัญญาณเตือนและไม้กั้นอัตโนมัติในจุดตัดสำคัญยังทำงานไม่มีประสิทธิภาพพอ อุบัติเหตุเหล่านี้ก็อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย วิกฤตการณ์ตลอด 3 ปีที่ผ่านมานี้ จึงเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่หน่วยงานภาครัฐและผู้ใช้รถใช้ถนนจะต้องร่วมมือกันผ่าทางตัน “จุดตัดมรณะ” เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียบนรางเหล็กขึ้นอีกในอนาคต