เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะถึงมหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ที่จะคิกออฟในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 แต่คำถามที่ค้างคาใจแฟนบอลชาวไทยมากที่สุดคือ "ไทยซื้อลิขสิทธิ์หรือยัง?" ท่ามกลางคำยืนยันจากรัฐบาลว่า "คนไทยต้องได้ดู" ทดลองวิเคราะห์สถานการณ์ราคาค่าลิขสิทธิ์เทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน
ฟุตบอลโลก 2026 มีอะไรใหม่? ทำไมค่าลิขสิทธิ์ถึงแพงขึ้น
เรามาทำความเข้าใจก่อนว่าทำไม World Cup 2026 ถึงมีมูลค่าลิขสิทธิ์พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
เจ้าภาพ ฟุตบอลโลก 2026 เจ้าภาพ 3 ประเทศ: สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก
เพิ่มทีมเป็น 48 ชาติ จากเดิมที่มีเพียง 32 ทีม ทำให้มีการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 104 นัด เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
ฟุตบอลโลก 2026 จัดเดือนไหน ระยะเวลาแข่งขัน ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม 256
ด้วยจำนวนคู่แข่งขันที่มากขึ้น ทำให้ FIFA ปรับเพดานราคาค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดสูงขึ้นตามไปด้วย
สถานการณ์ในไทย คำสัญญาของนายกฯ กับความเป็นจริง
แม้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเคยออกมายืนยันหนักแน่นว่า ดูบอลโลกต้องทำให้มี ทุกรัฐบาลทำให้คนไทยดูบอลโลก และรัฐบาลตนจะมีข้อยกเว้นได้อย่างไร"แต่ในทางปฏิบัติกลับมีอุปสรรคสำคัญ
งบประมาณมหาศาล คาดการณ์ว่าค่าลิขสิทธิ์ครั้งนี้อาจพุ่งสูงถึง 1,600 - 2,000 ล้านบาท
การเจรจาที่ล่าช้า ยิ่งไทยรอใกล้ถึงวันเปิดสนาม อำนาจการต่อรองกับเอเย่นต์ของ FIFA ยิ่งลดน้อยลง
...
ซื้อตอนนี้ "ถูกลง" หรือ "แพงขึ้น"? วิเคราะห์โค้งสุดท้าย
หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า หากเราไปซื้อเอาวันสุดท้าย ราคาจะถูกลงหรือไม่?
มุมมอง "แพงขึ้น" หาก FIFA มองว่าประเทศไทยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องซื้อเพื่อรักษาฐานเสียงและกระแสสังคม เขาอาจไม่ยอมลดราคาให้เลย เพราะรู้ว่ารัฐบาลไทย "ต้องจ่าย" ไม่ว่าจะราคาเท่าไหร่
มุมมอง "ถูกลง" ในบางครั้งหากเหลือเวลาเพียงไม่กี่วัน และไม่มีผู้ซื้อรายอื่นในตลาดนั้นแล้ว เอเย่นต์อาจยอมลดราคาลงเพื่อให้ได้เงินกลับมาบ้าง ดีกว่าเสียโอกาสเป็นศูนย์ แต่มักเป็นราคาที่ยังคงสูงอยู่ดี
แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีความชัดเจนเรื่องตัวเลขงบประมาณและเจ้าภาพหลัก แต่ด้วย "ธรรมเนียมปฏิบัติ" และ "แรงกดดันทางสังคม" คาดว่ารัฐบาลจะใช้โมเดลเดิม คือ การระดมทุนจากรัฐวิสาหกิจและยักษ์ใหญ่ภาคเอกชน เพื่อปิดดีลให้ทันก่อนนัดเปิดสนาม
สรุป 48 ชาติที่ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2026
แบ่งตามโซนทวีป
โซนคอนคาเคฟ เม็กซิโก, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา (3 ทีมเจ้าภาพร่วม), ปานามา, เฮติ, กือราเซา (ครั้งแรก)
โซนอเมริกาใต้ อาร์เจนตินา (แชมป์เก่า), บราซิล, โคลอมเบีย, เอกวาดอร์, ปารากวัย, อุรุกวัย
โซนโอเชียเนีย: นิวซีแลนด์
โซนเอเชีย: ญี่ปุ่น, อิหร่าน, เกาหลีใต้, อุซเบกิสถาน (ครั้งแรก), จอร์แดน (ครั้งแรก), ออสเตรเลีย, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, อิรัก
โซนแอฟริกา:โมร็อกโก, ตูนิเซีย, อียิปต์, แอลจีเรีย, กาน่า, เคปเวิร์ด (ครั้งแรก), แอฟริกาใต้, ไอวอรีโคสต์, เซเนกัล, ดีอาร์ คองโก
โซนยุโรป:อังกฤษ, ฝรั่งเศส, โครเอเชีย, โปรตุเกส, นอร์เวย์, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, ออสเตรีย, สวิตเซอร์แลนด์, สเปน, สกอตแลนด์, ตุรกี, สวีเดน, เช็ก, บอสเนีย
ผลการจับสลากแบ่งสาย ฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย
กลุ่ม | รายชื่อทีมในกลุ่ม |
กลุ่ม A | เม็กซิโก, แอฟริกาใต้, เกาหลีใต้, เช็ก |
กลุ่ม B | แคนาดา, บอสเนีย, กาตาร์, สวิตเซอร์แลนด์ |
กลุ่ม C | บราซิล, โมร็อกโก, เฮติ, สกอตแลนด์ |
กลุ่ม D | สหรัฐอเมริกา, ปารากวัย, ออสเตรเลีย, ตุรกี |
กลุ่ม E | เยอรมนี, คูราเซา, ไอวอรี่โคสต์, เอกวาดอร์ |
กลุ่ม F | เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, สวีเดน, ตูนิเซีย |
กลุ่ม G | เบลเยียม, อิยิปต์, อิหร่าน, นิวซีแลนด์ |
กลุ่ม H | สเปน, หมู่เกาะเคปเวิร์ด, อุรุกวัย, ซาอุดีอาระเบีย |
กลุ่ม I | ฝรั่งเศส, เซเนกัล, อิรัก, นอร์เวย์ |
กลุ่ม J | อาร์เจนตินา (แชมป์เก่า), แอลจีเรีย, ออสเตรีย, จอร์แดน |
กลุ่ม K | โปรตุเกส, ดีอาร์ คองโก, อุซเบกิสถาน, โคลอมเบีย |
กลุ่ม L | อังกฤษ, โครเอเชีย, กาน่า, ปานามา |
...