ปัญหาการเข้ามาของคนจีนในตลาดแรงงานไทยเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในปีนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจในแง่บวก การลงทุน และแง่ลบ การแย่งงานคนท้องถิ่น ดังนี้
1. พื้นที่ที่พบคนจีนเข้ามาทำงานมากที่สุด
พื้นที่หลักคือ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะใน 2 จังหวัดคือ ชลบุรี และ ระยอง เนื่องจาก:
นิคมอุตสาหกรรม: เป็นที่ตั้งของโรงงานจีนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอิเล็กทรอนิกส์
กรุงเทพฯ และปริมณฑล: โดยเฉพาะย่านห้วยขวางและรัชดาภิเษก ซึ่งเน้นไปที่ธุรกิจบริการ ร้านอาหาร และการค้าปลีก
2. ประเภทงานที่คนจีนเข้ามาทำ
ลักษณะงานมีตั้งแต่ระดับบริหารไปจนถึงแรงงานไร้ฝีมือ ซึ่งบางประเภทเป็นงานที่สงวนไว้ให้คนไทย:
งานในอุตสาหกรรมไฮเทค: วิศวกร ช่างเทคนิค และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในโรงงานผลิตแบตเตอรี่และรถยนต์ EV
ธุรกิจบริการและร้านอาหาร: เจ้าของกิจการ พนักงานเสิร์ฟ และเชฟ (ในร้านอาหารจีนที่เน้นรับลูกค้าจีนด้วยกัน)
...
งานก่อสร้าง: ผู้รับเหมาจีนที่นำคนงานและวัสดุจากจีนมาเองเพื่อก่อสร้างโรงงานในนิคมฯ
การขายออนไลน์และโลจิสติกส์: การทำ Live สดขายสินค้าจีน และการตั้งโกดังสินค้าผ่านนอมินี
3. ทำไมต้องเป็น "ชลบุรี และ ระยอง"?
เหตุผลที่กลุ่มทุนและแรงงานจีนกระจุกตัวในพื้นที่นี้มากเป็นพิเศษเพราะ:
สิทธิประโยชน์จาก EEC: รัฐบาลไทยให้สิทธิพิเศษทางภาษีและการขอ Visa/Work Permit สำหรับผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ง่ายต่อการนำคนเข้ามา
Supply Chain ของจีน: บริษัทใหญ่จากจีน มักดึงบริษัทซัพพลายเออร์รายย่อยจากจีนตามมาด้วย ทำให้เกิดเป็น "นิคมฯ จีน" ขนาดย่อม
การนำเข้าแรงงานและวัสดุแบบครบวงจร: หลายโครงการก่อสร้างและโรงงาน เลือกใช้บริการผู้รับเหมาและคนงานจีนด้วยกันเองเพื่อความสะดวกในการสื่อสารและลดต้นทุน ทำให้คนไทยในพื้นที่เข้าถึงงานเหล่านี้ได้ยาก
4. ค่าจ้างแรงงานคนจีน
แรงงานทักษะสูง: มักได้รับเงินเดือนสูงกว่าเกณฑ์ (50,000 - 100,000+ บาท) โดยได้รับสวัสดิการที่พักและรถรับส่งจากบริษัทแม่ในจีน
แรงงานระดับล่าง/ผิดกฎหมาย: มีการรายงานว่าบางกลุ่มอาจลักลอบเข้ามาทำงานโดยใช้วีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งกลุ่มนี้อาจได้รับค่าจ้างในอัตราที่ต่ำกว่ากฎหมายกำหนด หรือรับเงินผ่านระบบดิจิทัลของจีนโดยตรง ทำให้ยากต่อการตรวจสอบและจัดเก็บภาษีของรัฐบาลไทย