ไลฟ์สดขายทุเรียน ชาวสวนชี้ต้นทุนเฉลี่ย 70-80 บาท/กิโลกรัม ขออย่ากดราคาระบายผลผลิตในประเทศ เสี่ยงวงจรราคาทุเรียนพัง ปีนี้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 20-30% จับตาเดือนหน้าผลผลิตล้นตลาด ห่วงราคาตก

ทุเรียนภาคตะวันออก เพิ่งเริ่มต้นฤดูกาลในการให้ผลผลิต โดยคาดการณ์ว่าผลผลิตทุเรียนปีนี้จะให้มากกว่าปีก่อน และมีแนวโน้มว่าจะล้นตลาด ซึ่งอาจทำให้ราคาตกได้ จึงเกิดแนวคิดการกระตุ้นการระบายผลผลิตภายในประเทศ โดยล่าสุดรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้หารือกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เช่น พิมรี่พาย เพื่อส่งเสริมการจำหน่าย “ทุเรียนไทย” ผ่านรูปแบบไลฟ์สดจากแหล่งผลิตโดยตรง มุ่งเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกร และส่งมอบทุเรียนคุณภาพสู่ผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว


แต่ก็มีกระแสดราม่าตามมา หลังมีการโปรโมทว่า 28 เมษายนนี้ ทุเรียน 1 ล้านลูก ลูกละ 100 บาท โดย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ พิมรี่พาย จนต่อมาได้มีการชี้แจงจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ทุเรียนลูกละ 100 เป็นโปรโมชันเกรดรอง ไม่ใช่เกรดส่งออก ราคาปัจจุบันเฉลี่ย 140-150 บาท/กก.

...

การกระตุ้นยอดขายทุเรียนภายในประเทศ กลายเป็นกระแสที่มีผลทั้งด้านบวกและด้านลบ “ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์” สอบถามไปยัง ภานุศักดิ์ สายพานิช ประธานสมาคมทุเรียนไทย วิเคราะห์ว่า การขายทุเรียนลูกละ 100 บาท จะเป็นการทำลายระบบราคาทุเรียนในประเทศ เพราะต้องยอมรับว่าตอนนี้ยังอยู่ในช่วงต้นฤดูทุเรียนภาคตะวันออก ประกอบกับต้นทุนทุเรียนจริงสูงถึง70-80 บาทต่อกิโลกรัม


สถานการณ์ผลผลิตและตลาดทุเรียนปี 2569 คาดการณ์ว่าปีนี้ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30%จากปีที่แล้ว แม้จะมีบางส่วนเสียหายจากสภาพอากาศร้อนและปัญหาน้ำ

ต้องจับตาช่วงเวลาวิกฤต ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ จะเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด และมากกว่าเดือนเมษายนที่ผ่านมาหลายเท่า มีความเสี่ยงเรื่องราคาตกต่ำหากระบายไม่ทัน เพราะต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาทุเรียนไทยมีการส่งออกไปกัมพูชาและประเทศเพื่อนบ้าน แต่หลังจากไทยมีการโจมตีกับกัมพูชา ทำให้ไม่สามารถส่งทุเรียนไปได้ ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ทำให้กำลังซื้อลดลง


ทุเรียนไทย ยังเติบโตในตลาดจีน


“ภานุศักดิ์” ยังมองถึงการเติบโตของทุเรียนไทย ในตลาดจีนว่า ปีนี้ถือว่าสถานการณ์ดีกว่าปีที่แล้ว ด่านตรวจและมาตรการต่างๆ ค่อนข้างสะดวก ราคาส่งออกช่วงต้นฤดู เดือนมีนาคม-เมษายน ที่ผ่านมา ยังยืนระยะได้ดีที่ประมาณ 130-200+ บาทต่อกิโลกรัม ตามเกรดและช่วงเวลา

สำหรับการบริหารจัดการตลาดทุเรียน ภายในประเทศ และการส่งออก ควรเน้นระบายทุเรียน “เบอร์ตกไซส์” เช่น ผิวไม่สวย, มีราดำ, หนามจีบ ซึ่งรสชาติยังดี แต่ส่งออกไม่ได้ แต่ราคาขายในประเทศไม่ควรต่ำกว่า 60 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้เกษตรกรอยู่รอด

ขณะที่กิจกรรมทางการตลาดเดิมอย่าง “บุฟเฟ่ต์ทุเรียน” หรือ “เที่ยวชมสวน” ยังเป็นที่นิยมและช่วยสร้างมูลค่าได้ดี

ส่วนตลาดต่างประเทศ เช่น จีน ต้องสนับสนุนการใช้ Influencer ไลฟ์สด แต่ควรเน้นการนำเสนอ “ความพรีเมียม”

โดยเสนอให้ภาครัฐช่วยทำสื่อโปรโมทกระบวนการผลิตที่ประณีตเพื่อให้เห็นคุณค่าของทุเรียนไทย มากกว่าการแข่งกันที่ราคา

...


ปัญหาและข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ

ภานุศักดิ์ มองว่า การควบคุมคุณภาพ สำคัญที่สุดคือ ต้องเข้มงวดเรื่อง “ทุเรียนอ่อน” โดยเฉพาะช่วงหัวฤดูที่มีราคาสูง หากมีทุเรียนด้อยคุณภาพหลุดไป จะกระทบความเชื่อมั่น และทำให้ราคาตกทั้งประเทศ

จึงขอให้กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ทำงานบูรณาการกัน ทั้งต้นทางด้านคุณภาพ และปลายทาง ในด้านการตลาดจัดจำหน่าย


ด้านระบบโลจิสติกส์ ในการส่งทุเรียนไทยไปจีน ต้องเตรียมพร้อมรับมือช่วงเดือนพฤษภาคมที่การขนส่งจะหนาแน่น โดยคาดว่า จะส่งทุเรียนไปจีนเกิน 1,000 ตู้ต่อวัน

ทุเรียนไทยปีนี้ดูคึกคักและมีโอกาสสดใส แต่ “คุณภาพ” คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ราคาคงที่ หากรักษาคุณภาพให้อร่อยสม่ำเสมอได้ ผู้ซื้อก็จะกลับมาซื้อซ้ำและช่วยให้ระบบเศรษฐกิจทุเรียนเดินหน้าต่อได้


...