โผทหารกลางปี 2569 บททดสอบผู้นำกองทัพ แก้ปัญหาใช้ความรุนแรงต่อทหารชั้นผู้น้อย ทางออกเทียบกองทัพต่างประเทศ 

 

ความปลอดภัยของกำลังพล วาระที่รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่และผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องร่วมกำหนดนโยบายให้เป็นรูปธรรม ไม่แพ้ภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ

 

เมื่อโผทหารกลางปี 2569 ปรากฏต่อสาธารณะเมื่อวานนี้ (13 มี.ค.69) บทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ รวมถึงผู้บังคับบัญชาทุกระดับของกองทัพ จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า จะกำหนดทิศทางนโยบายและมาตรฐานการดูแลกำลังพลของกองทัพอย่างไร

 

ท่ามกลางกระแสข่าวเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกำลังพลภายในหน่วยทหาร ซึ่งปรากฏต่อสาธารณะเป็นระยะตั้งแต่ต้นปี และมีรายงานข่าวบางกรณีเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายกำลังพล

 

คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงที่การจัดวางกำลังในโครงสร้างอำนาจของกองทัพ หากยังอยู่ที่ว่า ผู้นำกองทัพในยุคต่อจากนี้จะกำหนดมาตรฐานการคุ้มครองชีวิต ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของกำลังพลให้ชัดเจนเพียงใด

 

เมื่อความเข้มงวดต้องไม่ข้ามเส้นกฎหมาย

 

วินัยคือรากฐานสำคัญของกองทัพ แต่เส้นแบ่งระหว่างความเข้มงวดทางวินัยกับมาตรฐานความปลอดภัยของกำลังพลจำเป็นต้องถูกกำหนดให้ชัด และต้องไม่ก้าวล้ำกรอบของกฎหมาย

 

...


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเด็นเกี่ยวกับการใช้มาตรการทางวินัยในหน่วยฝึกทหารปรากฏเป็นข่าวในสังคมไทยเป็นระยะ และมักก่อให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับความเหมาะสมของวิธีการลงโทษกำลังพล

 

หนึ่งในเหตุการณ์ล่าสุดที่ได้รับความสนใจจากสาธารณะคือ กรณีในค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีรายงานข่าวเกี่ยวกับวิธีการลงโทษกำลังพลจนถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของมาตรการทางวินัย

 

ขณะเดียวกัน ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ได้มีภาพและข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับเหตุการณ์ภายในหน่วยฝึกแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมาเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และได้รับความสนใจจากสาธารณะ โดยมีรายงานข่าวบางส่วนระบุว่ามีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ

 

จากเหตุการณ์ดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงทั้งหมดของเหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นรายละเอียดของเหตุการณ์จึงต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการตามขั้นตอนของกฎหมาย

 

แม้เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจเกิดจากการกระทำของบุคคล แต่ก็สะท้อนสัญญาณเตือนที่สำคัญในเชิงระบบ โดยเฉพาะในประเด็นมาตรฐานการดูแลความปลอดภัยและการคุ้มครองสิทธิของกำลังพล

เส้นแบ่งระหว่างวินัยกับความปลอดภัย

 

การฝึกกำลังพลในกองทัพทั่วโลกจำเป็นต้องมีความเข้มงวด เนื่องจากภารกิจของทหารเกี่ยวข้องกับการปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และความปลอดภัยของประเทศ

 

อย่างไรก็ตาม หลักการสำคัญของกองทัพสมัยใหม่คือ ความเข้มงวดในการฝึกต้องไม่ข้ามเส้นจนกระทบต่อชีวิต ร่างกาย หรือศักดิ์ศรีของกำลังพล

 

มาตรการทางวินัยมีขึ้นเพื่อรักษาระเบียบ ความพร้อม และความเป็นเอกภาพของหน่วย แต่การใช้มาตรการดังกล่าวจำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และหลักความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา

 

เมื่อเส้นแบ่งดังกล่าวถูกตั้งคำถาม เหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์จึงไม่ใช่เพียงปัญหาของบุคคลหรือหน่วยใดหน่วยหนึ่ง หากแต่เป็นคำถามเชิงระบบที่องค์กรด้านความมั่นคงต้องให้ความสำคัญ

 

การเยียวยาไม่ควรแทนที่กระบวนการยุติธรรม

 

การช่วยเหลือหรือการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เป็นมาตรการสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวผู้เสียหาย

 

อย่างไรก็ตาม การเยียวยาไม่ควรถูกมองว่าเป็นจุดสิ้นสุดของการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือความรับผิดชอบตามกฎหมาย

 

ในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บร้ายแรงจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกำลังพล สิ่งที่สังคมคาดหวังคือการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างครบถ้วน รวมถึงการติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างโปร่งใส เพื่อให้ญาติผู้เสียหายสามารถรับทราบข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง

การมีระบบประสานงานหรือการสื่อสารข้อมูลอย่างชัดเจนต่อครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ ถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานความรับผิดชอบที่องค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลกให้ความสำคัญ

...


 

บทเรียนจากกองทัพต่างประเทศ

 

หลายประเทศได้พัฒนากลไกกำกับดูแลและตรวจสอบภายในกองทัพ รวมถึงกลไกตรวจสอบที่สามารถทำงานนอกสายการบังคับบัญชา เพื่อป้องกันการกระทำที่อาจอยู่นอกกรอบของมาตรฐานทางวิชาชีพ

 

ในสหรัฐอเมริกา กระบวนการยุติธรรมทางทหารดำเนินการภายใต้กฎหมาย Uniform Code of Military Justice (UCMJ) ซึ่งกำหนดฐานความผิดและกระบวนการพิจารณาคดีในศาลทหารอย่างเป็นระบบ

 

ในสหราชอาณาจักร กองทัพมีระบบร้องเรียนภายในที่เรียกว่า Service Complaints System และมีหน่วยงานอิสระคือ Service Complaints Ombudsman for the Armed Forces ทำหน้าที่ตรวจสอบความเป็นธรรมของการจัดการคำร้องเรียนของกำลังพล

 

ในสาธารณรัฐเกาหลี มีการเพิ่มบทบาทของกลไกตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชน โดย National Human Rights Commission of Korea สามารถพิจารณาประเด็นร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของกำลังพลได้

 

แนวทางจากหลายประเทศสะท้อนหลักการร่วมกันว่า วินัยที่เข้มแข็งต้องมาพร้อมระบบกำกับดูแลที่โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้

ความปลอดภัยของกำลังพลคือรากฐานของกองทัพที่เข้มแข็ง

 

สำหรับกองทัพ ภารกิจสำคัญคือการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ แต่การดูแลกำลังพลก็เป็นภารกิจที่สำคัญไม่แพ้กัน

ไม่ว่าจะเป็นกำลังพลประจำการ (ทหารอาชีพ) หรือทหารกองประจำการ ต่างเป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญของกองทัพ และเป็นพลเมืองที่พึงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม

 

กองทัพที่เข้มแข็งจึงไม่ได้วัดเพียงศักยภาพในการปกป้องชายแดนเท่านั้น หากยังสะท้อนผ่านมาตรฐานการดูแลกำลังพลของตนเอง ทั้งในด้านความปลอดภัย ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความเป็นธรรมภายใต้กระบวนการยุติธรรม

...

 

วาระที่ผู้นำกองทัพต้องตระหนัก

 

ท่ามกลางโผทหารกลางปี 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตลอดจนนายทหารที่มีรายชื่อตามการปรับย้าย ควรตระหนักร่วมกันว่า

การคุ้มครองความปลอดภัยและศักดิ์ศรีของกำลังพลควรถูกกำหนดเป็นวาระเชิงนโยบายที่ชัดเจนของกองทัพ และต้องได้รับการกำกับดูแลอย่างจริงจังในทุกระดับของสายการบังคับบัญชา

 

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของกำลังพล สิ่งที่สังคมคาดหวังคือการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา การดำเนินการตามกฎหมายอย่างครบถ้วน และการสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะอย่างเหมาะสม

 

ในท้ายที่สุด ความเข้มแข็งของกองทัพไม่ได้วัดเพียงศักยภาพในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ หากยังสะท้อนผ่านความสามารถในการดูแลกำลังพลของตนเองให้ปลอดภัยและได้รับความเป็นธรรม

 

เพราะกองทัพที่ปกป้องแผ่นดินได้อย่างเข้มแข็ง ย่อมต้องเป็นกองทัพที่สามารถปกป้องทหารของตนเองได้เช่นกัน