"มดลูกแฝด" ในทางการแพทย์มักจะหมายถึงความผิดปกติของโครงสร้างมดลูกแต่กำเนิด (Congenital Uterine Anomalies) มีหลายรูปแบบ แต่ที่คนมักเรียกว่ามดลูกแฝดจริงๆ คือ Uterus Didelphys (มดลูกแยกเป็นสองส่วนชัดเจน) หรือ Bicornuate Uterus (มดลูกรูปหัวใจ)
สรุปภาพรวมความเข้าใจเรื่องนี้ไว้ให้ ดังนี้
1. ลักษณะของมดลูกแฝด (Uterus Didelphys)
ปกติแล้วมดลูกจะเริ่มจากการเป็นท่อสองข้างที่มาเชื่อมกันตรงกลางในช่วงที่เรายังเป็นตัวอ่อนในครรภ์ แต่สำหรับคนที่มี "มดลูกแฝด":
โครงสร้าง: ท่อทั้งสองไม่เชื่อมกัน ทำให้กลายเป็นมดลูก 2 อันแยกกันชัดเจน
ส่วนประกอบ: แต่ละอันอาจมีท่อนำไข่และรังไข่เป็นของตัวเอง บางรายอาจมี ปากมดลูก 2 อัน หรือแม้แต่ ช่องคลอด 2 ช่อง (Vaginal Septum) ด้วยค
2. ผลกระทบต่อร่างกาย
ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีภาวะนี้ มักไม่รู้ตัว เพราะร่างกายภายนอกและการมีเพศสัมพันธ์ดูปกติมาก แต่มักจะตรวจพบเมื่อไปตรวจภายในหรืออัลตราซาวด์ โดยอาจมีอาการนำดังนี้:
ปวดประจำเดือนรุนแรง: เนื่องจากเลือดประจำเดือนอาจระบายออกได้ไม่สะดวกในบางข้าง
...
เลือดออกผิดปกติ: แม้จะใส่ผ้าอนามัยแบบสอดแล้ว แต่ยังมีเลือดไหลออกมา (เพราะเลือดมาจากมดลูกอีกข้างที่ไม่ได้ใส่ผ้าอนามัยกั้นไว้)
ความเจ็บปวด: อาจรู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์หากมีผนังกั้นในช่องคลอด
3. การมีบุตร (โอกาสและความเสี่ยง)
คำตอบคือ "มีลูกได้ครับ" แต่จัดอยู่ในกลุ่ม ครรภ์เสี่ยงสูง ที่ต้องดูแลใกล้ชิดโดยคุณหมอเฉพาะทาง:
ประเด็น | รายละเอียดและความเสี่ยง |
การปฏิสนธิ | สามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติ (และมีโอกาสตั้งครรภ์ในมดลูกทั้งสองข้างพร้อมกันได้ แม้จะเกิดขึ้นได้ยากมาก) |
พื้นที่ในมดลูก | มดลูกแต่ละข้างจะมีขนาดเล็กกว่าปกติ ทำให้ทารกมีพื้นที่จำกัด |
การคลอดก่อนกำหนด | มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากมดลูกขยายตัวได้ไม่เต็มที่ หรือมดลูกทนแรงยืดขยายไม่ไหว |
ท่าของทารก | เด็กมักจะไม่อยู่ในท่าเอาหัวลง (มักเป็นท่าขวางหรือท่าก้น) ทำให้ต้องลงเอยด้วยการ ผ่าคลอด เป็นส่วนใหญ่ |
การแท้งบุตร | มีโอกาสสูงกว่าคนปกติเล็กน้อยในช่วงไตรมาสแรกหรือสอง |