อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเบื้องลึกสาเหตุน้ำมันหมดปั๊ม คนแห่เติม 3 เท่าขนส่งไม่ทัน-จ็อบเบอร์ขาจรขาดสัญญาซื้อตรงโรงกลั่น พร้อมอัปเดตปริมาณน้ำมันสำรองไทย พอใช้ 95 วัน 

จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่กระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานทั่วโลก วันนี้ (11 มี.ค.2569)  สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ และสถาบันการขนส่ง จัดงานเสวนาวิชาการ “ความมั่นคงทางพลังงานไทยภายใต้วิกฤตการณ์โลก : ถอดรหัสความเสี่ยง สู่แผนรับมือของชาติ” ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

เปิดเบื้องลึกน้ำมันหมดปั๊ม

ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ปะทุขึ้นอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ระหว่าง สหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ยืนยันว่าทางการไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการประชุมเพื่อหามาตรการรับมือต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงแรกยังไม่ได้เกิดผลกระทบที่รุนแรง แต่หลังจากวันที่ 2 มี.ค.เป็นต้นมา สถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มบานปลาย เริ่มเกิดความกังวลว่าน้ำมันจะขาดแคลน รวมถึงราคาอาจพุ่งสูงขึ้น ทำให้มีประชาชนแห่ไปเติมน้ำมันเพื่อกักตุน ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

ส่วนปัญหาที่หลายปั๊มน้ำมันหมดนั้น ดร.สราวุธ เปิดเผยว่า ในปัจจุบันโรงกลั่นน้ำมันจะส่งให้ผู้ค้าที่เป็นปั๊มใหญ่มีสัญญาระยะยาว ทำให้ปั๊มแบรนด์ใหญ่เหล่านี้ไม่ขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งในประเทศไทยมีปั๊มเหล่านี้อยู่ราว 8,500 แห่ง จากทั้งหมด 26,000 ปั๊ม

ส่วนอีกราว 16,000 ปั๊ม เป็นปั๊มอิสระ ไม่สามารถซื้อน้ำมันโดยตรงจากโรงกลั่นหรือคลังใหญ่ได้ ต้องซื้อผ่านตัวแทนหรือพ่อค้าคนกลางที่เรียกว่า จ็อบเบอร์ (Jobber) ซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ จ็อบเบอร์ที่มีการทำสัญญาตรงกับโรงกลั่นหรือคลังน้ำมัน ซึ่งไม่ค่อยมีปัญหา

...

แต่มีจ็อบเบอร์อีกกลุ่ม ที่อาจเรียกว่า “จ็อบเบอร์ขาจร” ที่เปลี่ยนที่ซื้อน้ำมันไปเรื่อยๆ เจอที่ไหนถูกกว่าก็ซื้อ แล้วนำมาขายต่อให้ปั๊มอิสระ ซึ่งปกติแล้วมักไม่มีการทำสัญญากัน เป็นการซื้อแบบ Spot หรือซื้อแบบครั้งต่อครั้ง ซึ่งเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ จึงประสบปัญหาการหาน้ำมันมาส่งต่อให้ลูกค้าที่เป็นปั๊มรายย่อย 

ดร.สราวุธ ยืนยันว่า น้ำมันสำรองมีเพียงพอ แต่อาจมีจังหวะที่การขนส่งหรือทางโลจิสติกส์อาจสะดุดบ้าง โดยปกติแล้วใน 1 ปั๊มจะมีรถน้ำมันทยอยมาส่งวันละ 3 คัน คันละ 3-4 หมื่นลิตร แต่เมื่อประชาชนเกิดตื่นตระหนกแห่ไปเติมน้ำมันพร้อมๆ กันจนยอดเติมเพิ่ม 3 เท่า ทำให้ปั๊มต้องบริหารจัดการหารถส่งน้ำมันเพิ่ม ซึ่งอาจไม่ทัน ทำให้เกิดปัญหาน้ำมันในปั๊มไม่เพียงพอบ้าง แต่สถานการณ์ล่าสุดตอนนี้ถือว่าดีขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน

สถานการณ์น้ำมันสำรองไทย  

สำหรับปริมาณน้ำมันสำรองของไทยนั้น ข้อมูล ณ 9 มีนาคม 2569 มีเพียงพอกับความต้องการใช้ไม่น้อยกว่า 95 วัน โดยแบ่งเป็น

1.น้ำมันสำรองที่อยู่ในประเทศพร้อมนำมาใช้งาน รวม 4,792 ล้านลิตร เพียงพอใช้ 39-40 วัน แบ่งเป็น

  • น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,403 ล้านลิตร พอใช้ 14 วัน
  • น้ำมันสำรองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร พอใช้ 25 วัน

2. น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว 3,350 ล้านลิตร เพียงพอใช้ 26 วัน

3. น้ำมันที่ยืนยันการจัดหาแล้ว รอคิวส่งมาประเทศไทย (จากทุกเส้นทางนอกช่องแคบฮอร์มุซ เช่น ทวีปอเมริกาและแอฟริกาตะวันตก) ราว 3,700 ล้านลิตร เพียงพอใช้ 30 วัน

สถานการณ์ LPG สำรองไทย 

ในส่วนของก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ดร.สราวุธ เปิดเผยว่า ในการใช้งานก๊าซ LPG ของไทย ครึ่งหนึ่งใช้เป็นวัตถุดิบ เช่น ปิโตรเคมี ส่วนอีกครึ่งหนึ่งใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง รวมอยู่ที่ 10.4 ล้าน กก./วัน แบ่งเป็นภาคครัวเรือน 6.13 ล้าน กก./วัน ภาคอุตสาหกรรม 2.08 ล้าน กก./วัน และภาคขนส่ง 2.22 ล้าน กก./วัน

ก๊าซ LPG ของไทยมาจาก 3 ช่องทาง คือ

1. มาจากการผลิตในอ่าวไทย สู่โรงแยกก๊าซ คิดเป็น 60% โดยสามารถผลิตได้ 9.57 ล้าน กก./วัน ซึ่งเกือบครอบคลุมปริมาณการใช้งานในส่วนของการใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว

2. มาจากโรงกลั่นน้ำมันดิบ ราว 6.34 ล้าน กก./วัน

3. นำเข้าจากต่างประเทศ ในบางช่วงที่จำเป็น

ขณะนี้ประเทศไทยมีปริมาณ LPG คงเหลือทั่วประเทศอยู่ที่ 171 ล้าน กก. แบ่งเป็น ก๊าซหมุนเวียน (Working Stock) 88 ล้าน กก. และ ก๊าซสำรองตามกฎหมาย (Legal Reserve) 83 ล้าน กก. ทั้งหมดเพียงพอในการใช้งานถึง 199 วัน

วงจรน้ำมันของไทย

ดร.สราวุธ เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการจัดหาน้ำมันดิบเข้ามาวันละ 172 ล้านลิตร/วัน จากนั้นจะส่งเข้าโรงกลั่น ออกมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูปราว 151.32 ล้านลิตร แบ่งเป็น 

...

  • เบนซิน 33.27 ล้านลิตร/วัน
  • ดีเซล 76.57 ล้านลิตร/วัน
  • น้ำมันเครื่องบิน 27.40 ล้านลิตร/วัน
  • น้ำมันเตา 14.08 ล้านลิตร/วัน

จากนั้นจะมีการเติมส่วนผสมอื่น เช่น เอทานอล รวมถึงทำให้บริสุทธิ์มากขึ้น และนำไปจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูป รวมกับน้ำมันสำเร็จรูปที่นำเข้า 1.07 ล้านลิตร ดังนี้

การจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูป 129.07 ล้านลิตร

  • เบนซิน 32.66 ล้านลิตร/วัน
  • ดีเซล 69.25 ล้านลิตร/วัน
  • เครื่องบิน 20.82 ล้านลิตร/วัน
  • เตา 6.34 ล้านลิตร/วัน

โดยมีการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปไปให้เพื่อนบ้าน 24.87 ล้านลิตร/วัน ซึ่งโดยปกติเป็นปริมาณน้ำมันที่บริโภคในประเทศไม่หมด

มาตรการจัดการวิกฤตพลังงาน 

สำหรับแผนการบริหารจัดการเพื่อป้องกันแก้ไขภาวะขาดแคลนน้ำมันนั้น ประเทศไทยแบ่งความรุนแรงออกเป็น 3 ระดับ โดยปัจจุบันอยู่ในระดับที่ 1 เข้าสู่ 2 แต่ยังไม่ใกล้เคียงระดับ 3

สำหรับระดับ 2 คือการที่ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือลดลงเข้าใกล้ปริมาณสำรองตามกฎหมาย โดยประเทศไทยมีกฎหมายรองรับวิกฤตที่เกิดขึ้น คือ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ.2516 ที่อนุญาตให้นายกฯ มีอำนาจสูงมากและสั่งการได้ทันที ในการออกคำสั่งเกี่ยวกับการผลิต จำหน่าย ขนส่งและครอบครองน้ำมัน โดยมาตรการที่ดำเนินการแล้วคือ

...

1.ระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง 4 ชนิด เบนซิน แก๊สโซฮอล์ เบนซินพื้นฐาน ดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันเครื่องบินชนิด เจท เอ1 และก๊าซปิโตรเลียมเหลว โดยยกเว้นการส่งออกไปสปป.ลาว เนื่องจากเป็นประเทศพันธมิตรที่ไทยซื้อไฟฟ้า และเมียนมา เนื่องจากไทยซื้อก๊าซ และยกเว้นน้ำมันที่ไม่ได้คุณภาพและไม่ได้มีการจำหน่ายในประเทศอยู่แล้ว

2.เพิ่มอัตราสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง โดยให้ปรับเพิ่มอัตราสำรองน้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่ เบนซิน แก๊สโซฮอล์ เบนซินพื้นฐาน น้ำมันเครื่องบินชนิด เจท เอ1 โดยทยอยเพิ่มเป็นขั้นบันไดคือ

ปัจจุบัน : น้ำมันดิบ 6% สำเร็จรูป 1% คิดเป็น 25 วัน

31 มี.ค.69 : น้ำมันดิบ 6% สำเร็จรูป 1.5% คิดเป็น 27 วัน

30 เม.ย.69 : น้ำมันดิบ 6% สำเร็จรูป 3% คิดเป็น 32 วัน

มาตรการนี้จะช่วยให้ประเทศมีน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 7 วัน รวมเป็นประมาณ 102 วัน 

3.การปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซล 2 ชนิด ได้แก่

  • น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา จาก B5 เป็น B7 คือปรับจากปกติเติมไบโอดีเซล 5% ปรับให้เป็น 7% ซึ่งจะช่วยลดการใช้น้ำมันที่จะต้องมีการนำเข้ามากลั่น
  • น้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 โดยสัดส่วนผสมไบโอดีเซลเป็น 19-20% เพื่อเป็นน้ำมันทางเลือกสำหรับกลุ่มรถบรรทุกขนาดใหญ่

4.ประชุมเร่งรัดโรงกลั่นให้จัดหาน้ำมันแหล่งอื่น โดยกรมธุรกิจพลังงานได้ประชุมกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่มีสถานีบริการฯ ให้จัดหาน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการ บริหารการขนส่งให้ต่อเนื่องไม่เกิดการขาดแคลน แก้ไขปัญหากักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา

5.มาตรการที่เกี่ยวข้องกับกลไกราคาน้ำมัน คือ

...

  • การใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.)ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ที่ลิตรละ 29.94 บาท นาน 15 วัน (ถึง 17 มี.ค.)
  • ส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ E20 โดยการขยายส่วนต่างให้ราคาน้ำมันระหว่าง E10 และ E20 เพิ่มขึ้น จูงใจประชาชนหันมาใช้ E20