7 องค์กรพิทักษ์สัตว์ ขอเร่งสอบ “สีดอหูพับ” ล้มระหว่างเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้าย ค้านย้ายช้างป่าที่เหลืออีก 3 ตัว ย้ำกรมปศุสัตว์ พิจารณากฎหมายคุ้มครองช้างบ้าน-ช้างป่า
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 องค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์และการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์(ประเทศไทย) ประกอบด้วย สมาคมสงเคราะห์สัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมพิทักษ์สัตว์(ไทย) มูลนิธิเพื่อนช้าง สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ล้านนาด็อกเวลแฟร์ มูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทยและให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง มูลนิธิรักษ์ลิง เป็นต้น ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ ต่อกรณีการล้มของช้างป่า “สีดอหูพับ” มีใจความว่า
จากกรณี “สีดอหูพับ” ช้างป่าภูหลวง ล้มและเสียชีวิตอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ระหว่างการเคลื่อนย้ายจากพื้นที่อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เพื่อกลับคืนสู่เขตป่าจังหวัดเลย หลังจากรถบรรทุกเคลื่อนย้ายออกเดินทาง ตามที่สื่อมวลชนนำเสนอไปแล้วนั้น
ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมทั้งกลุ่มองค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์และการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ (ประเทศไทย) ได้เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดและ “รู้สึกเสียใจ สะเทือนใจ” กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง และขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน ประกอบด้วย
...
1.ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยุติการจับและเคลื่อนย้ายช้างป่าที่เหลืออีก 3 ตัว คือ งาจิ๋ว คุถัง และ สีดาน้อย ทันที
2.ขอให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการพิสูจน์ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาคส่วนต่างๆ ที่มีความเป็นกลาง โปร่งใส เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งต่อตัวช้างป่า “สีดอหูพับ” และผู้ร่วมปฏิบัติงานการจับและเคลื่อนย้ายช้างป่า ทั้งนี้ ด้วยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
3.ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช และ กรมปศุสัตว์ เร่งรัดดำเนินการให้ช้างป่า และ ช้างเลี้ยง ได้รับการคุ้มครองด้านการจัดสวัสดิภาพและป้องกันการทารุณกรรมอย่างเร่งด่วน
4.ขอให้กรมปศุสัตว์ เร่งรัดในการพิจารณาและออกพระราชบัญญัติช้างไทย พ.ศ. .... ให้ครอบคลุมทั้งช้างเลี้ยง และ ช้างป่า และ กำหนดให้ช้างป่า ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557
5.ขอให้นายกรัฐมนตรีกำกับดูแลการแก้ไขปัญหาช้างป่า โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งของคน และ ช้างป่าอย่างเป็นระบบ ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม ในทุกพื้นที่ที่มีข้อพิพาท รวมทั้งสนับสนุนทรัพยากรการบริหาร การแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค ที่ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและเกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนในพื้นที่ในทุกมิติที่มีข้อพิพาท รวมทั้งสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองดูแลในฐานะทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศชาติ
กรณี “สีดอหูพับ” นับว่าเป็นความสูญเสียและเป็นอุทาหรณ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งโครงสร้าง และขอให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ใจ และ ขอแสดงความห่วงใยต่อพี่น้อง ครอบครัวประชาชนทุกคนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว
“ด้วยความจริงใจ และ เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าประชาชนในชาติมีความเมตตาต่อช้างไทย และ จะแก้ปัญหานี้ไปด้วยกัน”