กกต.เคยติดคุก ย้อนรอยบทเรียนเลือกตั้งฉาว สั่นสะเทือนการเมืองไทยเมื่อปี 2549 เรื่องการจ้างพรรคการเมืองขนาดเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง ก่อนศาลสั่งจำคุกอดีต กกต. สะท้อนความผิดพลาดที่เป็นบทเรียนถึงปัจจุบัน

คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่สำคัญมาก เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในองค์กรอิสระอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในขณะนั้น

ความสำคัญของคดีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2559 สรุปเหตุการณ์สำคัญ ดังนี้


คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความไม่โปร่งใส โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการ “จ้างพรรคการเมืองขนาดเล็ก” ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อหนีเกณฑ์การมีคะแนนเสียงไม่ถึง 20% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว

• จำเลยที่ 1: พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ (อดีตประธาน กกต.)

• จำเลยที่ 2: นายปริญญา นาคฉัตรีย์ (อดีต กกต.)

...

• ข้อหา: ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 มาตรา 24 และ 42


ศาลฎีกาได้วิเคราะห์พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองคน โดยมีประเด็นดังนี้

1. การดึงเรื่องให้ล่าช้า: กกต. ทั้งสองท่านถูกฟ้องว่าไม่ได้เร่งรัดดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่มีการกล่าวหาพรรคไทยรักไทย (พรรคใหญ่ในขณะนั้น) ว่าว่าจ้างพรรคการเมืองขนาดเล็ก ซึ่งถือเป็นการกระทำที่จงใจประวิงเวลา

2. ขาดความเป็นกลาง: ศาลมองว่าการกระทำดังกล่าวมีลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองบางพรรค ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ กกต. ที่ต้องมีความเป็นกลางและเที่ยงธรรม

3. ความร้ายแรง: แม้จำเลยจะอ้างเรื่องคุณงามความดีในอดีต แต่ศาลเห็นว่าตำแหน่ง กกต. เป็นตำแหน่งที่ต้องใช้วางรากฐานประชาธิปไตย การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะนี้สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างร้ายแรง

บทสรุปของคดี

• ศาลชั้นต้น: พิพากษาจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา

• ศาลอุทธรณ์: พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น (แต่ลดโทษเหลือจำคุก 2 ปี)

• ศาลฎีกา (3 มิ.ย. 2559): พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำคุกคนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี





...





...