กกต. เตือน! ซื้อสิทธิ-ขายเสียง เลือกตั้ง 2569 โทษหนักทั้งจำคุก ปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอแจ้งเตือนไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง ให้ละเว้นการกระทำที่เข้าข่ายการซื้อสิทธิขายเสียง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม โดยมีรายละเอียดข้อกฎหมายและบทลงโทษที่ควรทราบดังนี้
1. กรณีผู้ซื้อสิทธิ (ผู้สมัครหรือบุคคลใดก็ตาม)
ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 (มาตรา 73) ห้ามมิให้ผู้ใดจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้ลงคะแนนหรืองดเว้นการลงคะแนนด้วยวิธีการดังนี้:
- ให้ทรัพย์สิน: จัดทำ ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด
- บริจาคแฝง: ให้เงินหรือทรัพย์สินแก่ชุมชน วัด มูลนิธิ หรือสถานศึกษา (ทั้งทางตรงและทางอ้อม)
- ความบันเทิง: จัดมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ เพื่อการหาเสียง
- จัดเลี้ยง: เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่ม
- บิดเบือนข้อมูล: หลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม หรือใส่ร้ายด้วยความเท็จ
...
บทลงโทษ: จำคุก 1 – 10 ปี หรือปรับ 20,000 – 200,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ) และ ศาลจะสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี
หมายเหตุ: ผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การลงโทษ มีสิทธิได้รับเงินสินบนนำจับไม่เกินกึ่งหนึ่งของค่าปรับ
2. กรณีผู้ขายเสียง (ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง)ตามมาตรา 101 ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเรียก รับ หรือยอมรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้ใครบทลงโทษ: จำคุก 1 – 5 ปี หรือปรับ 20,000 – 100,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ) และ ศาลจะสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
ข้อควรระวังและข้อยกเว้น: หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับเงินหรือทรัพย์สินมาแล้ว แต่ "แจ้งเบาะแส" ต่อ กกต. หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะถูกจับกุม ผู้นั้นจะ ไม่ต้องรับโทษและไม่ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ตามมาตรา 164)ช่องทางการติดต่อและแจ้งเบาะแสร่วมกันทำให้การเลือกตั้งโปร่งใส หากพบเห็นการทุจริตหรือต้องการ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:เว็บไซต์: www.ect.go.thสายด่วน กกต.: 1444สถานที่: สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกแห่ง