แอปพลิเคชัน SSO Plus ประกันสังคม เช็กสิทธิอะไรบ้าง พร้อมวิธีดาวน์โหลด มีผู้เข้าใช้งานแล้ว จำนวน67,000 กว่าราย เฉลี่ย 1,700 รายต่อนาที

สำนักงานประกันสังคมเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการแอปพลิเคชัน SSO Plus ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์2569 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบข้อมูลเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วและเข้าถึงบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ตั้งแต่เปิดบริการ SSO Plus เวลา 9.00 น.

ขณะนี้มีผู้เข้าใช้งานแล้ว จำนวน 67,000 กว่าราย เฉลี่ย 1,700 รายต่อนาที

ในการนี้ สำนักงานมีการจัดการระบบรองรับการใช้งานตามลำดับเพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและเฝ้าระวัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีข้อมูลที่แสดงผลบนแอปพลิเคชันของผู้ประกันตนแต่ละคนจะเริ่มทยอยแสดงผล อาจใช้ระยะเวลาในการโหลดข้อมูล เพื่อให้ครบถ้วน 100%

แอปพลิเคชัน SSO Plus (หรือ SSO+) คือ แพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ล่าสุดจากสำนักงานประกันสังคม(สปส.) ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทนระบบเดิม (SSO Connect) โดยออกแบบมาให้เป็น "Super App" สำหรับผู้ประกันตนทุกมาตรา (ม.33, ม.39 และ ม.40) เพื่อให้เข้าถึงบริการและข้อมูลประกันสังคมได้ครบจบในแอปเดียว

...


1. SSO Plus ตรวจสอบและทำอะไรได้บ้าง?

แอปนี้รวบรวมฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยให้เราไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานประกันสังคมบ่อย ๆ ดังนี้


• ข้อมูลส่วนตัวและเงินสมทบ: เช็กยอดเงินสมทบที่จ่ายไปในแต่ละเดือน และตรวจสอบสถานะผู้ประกันตน

• สิทธิการรักษาพยาบาล: ตรวจสอบว่าเราใช้สิทธิที่โรงพยาบาลไหน และสามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปี ผ่านแอปได้เลย

• เงินชราภาพ: เช็กยอดเงินสะสมกรณีชราภาพ และมีระบบทดลองคำนวณเงินบำเหน็จ/บำนาญ ให้ล่วงหน้าด้วย

• สิทธิประโยชน์อื่น ๆ: ตรวจสอบยอดเงินทันตกรรมที่เหลือในปีนั้น ๆ, การเบิกสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตร, สงเคราะห์บุตร หรือว่างงาน

• บริการ E-Self Service: ยื่นคำขอรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และติดตามสถานะการพิจารณา

• ระบบติดต่อ: มีบริการ Live Chat เพื่อคุยกับเจ้าหน้าที่โดยตรง และระบบแจ้งเตือนการชำระเงินสมทบ


2. วิธีการดาวน์โหลดและติดตั้ง

คุณสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android โดยมีขั้นตอนดังนี้:

1. ค้นหาแอป: เข้าไปที่ App Store (iPhone) หรือ Google Play Store (Android) แล้วพิมพ์ค้นหาคำว่า"SSO Plus" หรือ "SSO+"

2. ติดตั้ง: กด "รับ" หรือ "ติดตั้ง" (สังเกตชื่อผู้พัฒนาต้องเป็น Social Security Office)

3. ลงทะเบียนใช้งาน:

◦ กรอกหมายเลขบัตรประชาชนและเบอร์โทรศัพท์

◦ ยืนยันตัวตนผ่านระบบ E-KYC (การสแกนใบหน้าและถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน)

◦ ตั้งรหัส PIN 6 หลักเพื่อความปลอดภัยในการเข้าใช้งานครั้งต่อไป


3. ข้อควรรู้เพิ่มเติม

• ความปลอดภัย: ระบบมีการยืนยันตัวตนที่เข้มงวดเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ ดังนั้นการสแกนหน้าอาจจะต้องใช้แสงที่เพียงพอ


...

ดาวน์โหลดเลยตรงนี้