ซื้อเครื่องฟอกอากาศในปี 2569 นี้ มีตัวเลือกที่หลากหลายตั้งแต่รุ่นประหยัดไปจนถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย ป้องกันฝุ่น PM 2.5 สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกเครื่องที่ "ครอบคลุมพื้นที่ห้อง" ของคุณ เพื่อให้ฟอกอากาศได้ทันท่วงที

 สรุปข้อมูลการเลือกซื้อที่อัปเดตสำหรับปี 2569 ดังนี้

 


1. วิธีเลือกขนาดเครื่องให้เหมาะกับห้อง

คุณควรเลือกเครื่องที่มีค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) หรือพื้นที่ครอบคลุม มากกว่า ขนาดห้องจริงประมาณ 10-20% เพื่อไม่ให้เครื่องทำงานหนักเกินไปและลดเสียงรบกวนครับ

ขนาดห้อง (ตร.ม.)

ขนาดเครื่องที่แนะนำ(ครอบคลุม)

ตัวอย่างการใช้งาน

15 - 25 ตร.ม.

20 - 30 ตร.ม.

ห้องนอนขนาดเล็ก, หอพัก, คอนโด Studio

30 - 50 ตร.ม.

45 - 60 ตร.ม.

ห้องนอนใหญ่, ห้องนั่งเล่นขนาดกลาง

60 ตร.ม. ขึ้นไป

80 - 100+ ตร.ม.

บ้านเดี่ยวชั้นล่าง, สำนักงาน, พื้นที่เปิดโล่ง

...

 

2. แนะนำรุ่นยอดนิยมปี 2569 แบ่งตามงบประมาณ

 

กลุ่มงบประหยัด (1,500 – 4,000 บาท)

เน้นความคุ้มค่า กรองฝุ่น PM 2.5 ได้มาตรฐาน

Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact: ขนาดเล็ก ดีไซน์สวย เหมาะกับโต๊ะทำงานหรือห้องนอนเล็ก (ราคาประมาณ 2,7xx.-)

Sharp FP-J30TA: รุ่นพิมพ์นิยม ทนทาน มีระบบพลาสม่าคลัสเตอร์ช่วยฆ่าเชื้อโรค (ราคาประมาณ 2,9xx.-)

Philips AC0650/10 (Series 600i): รุ่นใหม่ปี 2026 ขนาดกะทัดรัดแต่ฟอกอากาศเร็ว เชื่อมต่อแอปได้ (ราคาประมาณ 3,1xx.-)

 


กลุ่มระดับกลาง (5,000 – 15,000 บาท)

มีเซ็นเซอร์แม่นยำ กรองกลิ่นและสารก่อภูมิแพ้ได้ดีขึ้น

Xiaomi Smart Air Purifier 4 Pro: เหมาะกับห้องนั่งเล่น 35-60 ตร.ม. กรองได้ละเอียดและเสียงเงียบ (ราคาประมาณ 8,7xx.-)

Samsung AX32: ดีไซน์โมเดิร์น ควบคุมผ่าน SmartThings ได้แม่นยำ (ราคาประมาณ 7,9xx.-)

Levoit Core 400S: รุ่นยอดฮิตจากฝั่งอเมริกา กรองละเอียด 3 ชั้น เหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้ (ราคาประมาณ 5,9xx.-)

 

กลุ่ม High-end (20,000 บาทขึ้นไป)

เทคโนโลยีล้ำสมัย กรองไวรัส สารฟอร์มาลดีไฮด์ และดีไซน์หรู

Dyson Purifier Cool PC2 (TP12): เป็นทั้งพัดลมและเครื่องฟอก กรองก๊าซ NO2 และฝุ่นได้ 99.95% (ราคาประมาณ 29,9xx.-)

Dyson Big+Quiet BP03: สำหรับพื้นที่ใหญ่ถึง 100 ตร.ม. ทำงานเงียบสนิทแม้เปิดแรงสุด (ราคาประมาณ 37,9xx.-)

IQAir Atem X: มาตรฐานสูงสุดระดับการแพทย์ สำหรับผู้ที่ต้องการอากาศบริสุทธิ์ที่สุด (ราคาประมาณ 67,xxx.-)