ไทยเผชิญพายุสนามแม่เหล็กโลก กระทบดาวเทียม-จีพีเอส คาดคลี่คลาย 1–2 วัน "จิสด้า" ชี้ความรุนแรงลดเหลือระดับ G2 ต้องจับตาผลกระทบต่อเนื่อง


วันนี้ (20 ม.ค. 69) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 69 ณ เวลา 01.09 น. ตามเวลาประเทศไทย ได้เกิดการปะทุของเปลวสุริยะ (Solar Flare) จากบริเวณ Active Region (AR) 4341


การปะทุครั้งนี้ยังเกิดการปลดปล่อยสสารร้อน (Plasma) และสนามแม่เหล็กออกจากดวงอาทิตย์ในรูปแบบของการพ่นมวลสารจากโคโรนา (Coronal Mass Ejection : CME) โดยมีทิศทางพุ่งตรงมายังโลก ประกอบกับหลุมโคโรนา (Coronal hole) ที่ปล่อยลมสุริยะมาจากดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กโลกรุนแรง จากข้อมูลจากอวกาศและข้อมูลจากเครื่องวัดสนามแม่เหล็กโลก พบว่าไทยเผชิญพายุสนามแม่เหล็กโลกระดับ G4

...


ล่าสุด ดร.สิทธิพร ชาญนำสิน โฆษกสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA)เปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ถึงสถานการณ์พายุสนามแม่เหล็กโลกว่า พายุสนามแม่เหล็กในครั้งนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาประมาณ 1–2 วัน หากไม่มีปัจจัยเพิ่มเติมเข้ามา คาดว่าพายุจะสิ้นสุดภายในวันที่ 21 ม.ค. 69 ก่อนช่วงเที่ยง



ในช่วงเวลาปัจจุบัน ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากพายุสนามแม่เหล็กแต่ไม่รุนแรงมากนัก ขณะที่ประเทศที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ละติจูดสูงอาจได้รับผลกระทบมากกว่า เช่น จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และรัสเซีย


3 ผลกระทบหลักจากพายุสนามแม่เหล็ก


ดร.สิทธิพร ระบุว่า ระดับความรุนแรง G4 แม้จะไม่ส่งผลอันตรายต่อประชาชนทั่วไปโดยตรง แต่จะส่งผลกระทบเชิงเทคนิคต่อระบบเทคโนโลยีอวกาศและการสื่อสาร ดังนี้


...

1. ดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO) เสี่ยงปรับลดระดับความสูงและตกเร็วกว่ากำหนด:

แรงเสียดทานในชั้นบรรยากาศโลกจะเพิ่มสูงขึ้น (Atmospheric Drag) ส่งผลให้ดาวเทียมในวงโคจรต่ำ เช่น ดาวเทียมสำรวจทรัพยากร หรือสถานีอวกาศ มีความเร็วลดลงและอาจเสียระดับความสูงเร็วกว่าปกติ ซึ่งผู้ควบคุมดาวเทียมต้องเตรียมปรับแก้ทิศทาง


2. ระบบนำทาง (GPS) อาจคลาดเคลื่อน:

สัญญาณดาวเทียมระบุพิกัด (GPS) อาจเกิดความคลาดเคลื่อนในบางช่วงเวลา ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบนำทางความละเอียดสูง (Precision Navigation) การสำรวจรังวัด การบินโดรนอัตโนมัติ การเกษตรแม่นยำ


3. สัญญาณวิทยุการบิน (HF) ขาดหาย:

ระบบสื่อสารย่านความถี่สูง (High Frequency) ที่ใช้ในกิจการการบินพาณิชย์และการทหาร อาจเกิดปัญหาสัญญาณขาดหายเป็นช่วงๆ ซึ่งนักบินและหอควบคุมการบินควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

...



ดร.สิทธิพร ยังกล่าวอีกว่า โลกอาจเกิด ปรากฏการณ์ออโรรา ในช่วงเร็ว ๆ นี้ โดยปกติปรากฏการณ์ดังกล่าวจะพบได้ในบริเวณใกล้ขั้วโลก อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้อาจสามารถสังเกตเห็นได้ในบางพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีการเกิดพายุสุริยะ ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ออโรราไม่ได้ส่งผลกระทบอันตรายใด ๆ


...

ทั้งนี้ พายุสุริยะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะ โดยระดับความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเพิ่งผ่านพ้นช่วงปลายของปรากฏการณ์ โซลาร์แม็กซิมัม (Solar Maximum) ซึ่งเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยพลังงานสูงที่สุด โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นเป็นวัฏจักรทุก 11 ปี และขณะนี้อยู่ในช่วงขาลงของวัฏจักรแล้ว

ร.สิทธิพร ชาญนำสิน โฆษกสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA)
ร.สิทธิพร ชาญนำสิน โฆษกสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA)


การแบ่งระดับความรุนแรงของพายุสุริยะ


ดร.สิทธิพร ระบุว่า การแบ่งระดับความรุนแรงของพายุสุริยะ ใช้มาตรฐานของสำนักงานสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NOAA) โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ระดับ ดังนี้


- ระดับ G1 (Minor) ความรุนแรงระดับเล็ก

- ระดับ G2 (Moderate) ความรุนแรงระดับปานกลาง

- ระดับ G3 (Strong) ความรุนแรงระดับรุนแรง

- ระดับ G4 (Severe) ความรุนแรงระดับรุนแรงมาก

- ระดับ G5 (Extreme) ความรุนแรงระดับรุนแรงที่สุด


โดยวันนี้ (20 ม.ค. 69) เวลา 15.10 น. พายุสนามแม่เหล็กได้ลดระดับความรุนแรงลงเหลือ ระดับ G2 จากก่อนหน้านี้ที่อยู่ในระดับ G4


ดร.สิทธิพร ทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพยากรณ์สภาพอวกาศ จึงได้มีการพัฒนาระบบแจ้งเตือน รวมถึงการเตรียมบุคลากรด้านการพยากรณ์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบในระดับรุนแรงเท่ากับประเทศอื่น ๆ