ส่อง 10 พรรคการเมือง ชูนโยบายการศึกษา เปิดข้อเสนอแนวทางพัฒนาคนไทย ลดช่องว่างทางการศึกษา เสริมทักษะอนาคต ก่อนศึกเลือกตั้ง 69

เตรียมร่วมค้นหาคำตอบการศึกษาไทยกับ 6 พรรคการเมือง ก่อนวันเลือกตั้ง ในเวทีดีเบตนโยบายการศึกษา 2569: เรียนไปทำไม?ผ่าตัดการศึกษาไทย ทวงคืนอนาคต⁣⁣ ติดตามได้ใน ไทยรัฐนิวส์รูม Special 16 ม.ค. 69 | เวลา 13.30 - 16.00 น.⁣⁣

⁣⁣ท่ามกลางบริบทของสังคมไทยที่ยังเผชิญกับความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี และความท้าทายของตลาดแรงงานในอนาคต นโยบายด้านการศึกษาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนอีกต่อไป หากแต่ต้องตอบโจทย์ทั้งคุณภาพชีวิต โอกาสทางเศรษฐกิจ และความสามารถในการปรับตัวของประชาชนในทุกช่วงวัย

ด้วยเหตุนี้ นโยบายการศึกษาจึงกลายเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญ โดยแต่ละพรรคมีแนวคิดและวิธีการปฏิรูปที่แตกต่างกัน ทั้งในมิติของโครงสร้างระบบ หลักสูตร บทบาทของครู เทคโนโลยีไปจนถึงสวัสดิการและงบประมาณด้านการศึกษา

ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวมนโยบายด้านการศึกษาจาก 10 พรรคการเมือง เพื่อสะท้อนแนวคิด จุดยืน และทิศทางการพัฒนาการศึกษาไทยที่แต่ละพรรคเสนอไว้ ดังนี้


...


10 พรรคการเมือง ชูนโยบายการศึกษา


1.พรรคกล้าธรรม

พรรคกล้าธรรม นำโดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มีแนวคิดหลักในการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมทั้งยกให้ “ครู” เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนระบบการศึกษา โดยเชื่อว่าการพัฒนาครูคือหัวใจของการพัฒนาผู้เรียน นโยบายด้านการศึกษาที่สำคัญของพรรคประกอบด้วย


แพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลคุณภาพระดับชาติ (Digital Platform for All)


พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญและครูต้นแบบ เพื่อให้เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กหรือพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนที่มีมาตรฐานเดียวกับโรงเรียนชั้นนำในเขตเมือง


แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและยกระดับสวัสดิการบุคลากรทางการศึกษา


พรรคมองว่าภาระหนี้สินของครูส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการจัดการเรียนการสอน จึงเสนอแนวทางพักชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้อย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการปรับเกณฑ์การประเมินและเลื่อนวิทยฐานะ โดยให้ความสำคัญกับ “ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน” มากกว่าภาระงานด้านเอกสาร


กองทุนนวัตกรรมอาชีวศึกษา


จัดสรรงบประมาณโดยตรงให้สถาบันอาชีวศึกษาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง มุ่งเปลี่ยนสถานศึกษาให้เป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ประกอบการและแรงงานทักษะรุ่นใหม่


ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอัจฉริยะ (Smart Early Childhood)


ยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชนให้มีเครื่องมือและสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย สอดคล้องกับพัฒนาการตามช่วงวัย พร้อมดูแลด้านโภชนาการและสุขอนามัยอย่างเหมาะสม เพื่อวางรากฐานการพัฒนาสมองตั้งแต่วัยต้น

...


การเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกช่วงวัย (Universal Learning)


สนับสนุนงบประมาณให้ประชาชนวัยทำงานที่ต้องการพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill / Upskill) โดยสามารถสะสมผลการเรียนรู้ในรูปแบบหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อนำไปใช้เทียบโอนหรือขอรับวุฒิการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต


2. พรรคประชาชน

พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการศึกษาไทย โดยมองว่าต้นตอของปัญหาไม่ได้อยู่ที่ครูหรือนักเรียนเป็นรายบุคคล หากแต่อยู่ที่ระบบการจัดการที่ล้าสมัยและไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ นโยบายด้านการศึกษาจึงมุ่งไปที่การคลี่คลายข้อจำกัดและภาระที่ถ่วงรั้งทั้งครูและผู้เรียน เพื่อเปิดพื้นที่ให้การเรียนการสอนเกิดขึ้นอย่างมีคุณภาพ นโยบายสำคัญประกอบด้วย

...


คืนบทบาทครูสู่ภารกิจหลักในห้องเรียน


ลดและยกเลิกภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอน อาทิ งานเอกสารประกันคุณภาพ งานธุรการ งานพัสดุ หรือเวรยาม โดยใช้ระบบบริหารจัดการจากส่วนกลางหรือจ้างบุคลากรเฉพาะด้านเข้ามารับหน้าที่แทน เพื่อให้ครูสามารถทุ่มเทเวลาและพลังไปกับการพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มที่


โรงเรียนปลอดภัย (Zero Tolerance)


ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อยุติความรุนแรงในโรงเรียนทุกรูปแบบ ทั้งการลงโทษที่ไม่เหมาะสมและการกลั่นแกล้งรังแก พร้อมเพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาประจำโรงเรียน เพื่อดูแลสุขภาพจิตและความปลอดภัยของนักเรียนอย่างเป็นระบบ


...

การกระจายอำนาจด้านหลักสูตร


ลดสัดส่วนเนื้อหาบังคับจากส่วนกลาง และเปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบท ความต้องการ และอาชีพในท้องถิ่น เพื่อให้การเรียนรู้มีความหมายและสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน


คูปองส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน


จัดสรรงบประมาณโดยตรงให้เด็กและเยาวชน เพื่อนำไปเลือกเรียนทักษะหรือกิจกรรมที่ตนเองสนใจนอกระบบโรงเรียน เช่น การเขียนโปรแกรม ดนตรี กีฬา หรือทักษะเฉพาะด้านอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพตามความถนัดของแต่ละบุคคล


สิทธิในร่างกายและเสรีภาพของผู้เรียน


ปฏิรูปกฎระเบียบเกี่ยวกับทรงผมและเครื่องแบบให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยยึดหลักการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน พร้อมผลักดันให้โรงเรียนเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ประชาธิปไตย ที่รับฟังและให้คุณค่ากับเสียงของนักเรียน


3.พรรคภูมิใจไทย

พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกุล ให้ความสำคัญกับการลดข้อจำกัดด้านพื้นที่และฐานะทางเศรษฐกิจในการเข้าถึงการศึกษา โดยมองว่า “เทคโนโลยีดิจิทัล” ควบคู่กับ “การแก้ไขปัญหาหนี้การศึกษา” คือกลไกสำคัญที่จะทำให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม นโยบายด้านการศึกษาที่สำคัญของพรรค ได้แก่


โรงเรียนเสมือนจริง (Virtual School)


ผลักดันการจัดตั้งแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมบทเรียนจากครูและติวเตอร์คุณภาพจากทั่วประเทศเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนที่มีมาตรฐานเดียวกับโรงเรียนในเขตเมือง ภายใต้แนวคิด “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา”


กยศ. ปลอดดอกเบี้ยและเงื่อนไขผ่อนปรน


ปรับปรุงกฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยยกเลิกดอกเบี้ย ไม่กำหนดผู้ค้ำประกัน และตัดค่าปรับต่าง ๆ เพื่อลดภาระทางการเงินของนักเรียนและนักศึกษา และช่วยให้ผู้กู้สามารถเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้อย่างเป็นธรรม


มาตรการพักชำระหนี้ กยศ. ระยะเวลา 5 ปี


สำหรับผู้กู้ที่ยังไม่สามารถหางานทำได้หรือมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มีเวลาในการตั้งหลักทางเศรษฐกิจก่อนเข้าสู่กระบวนการชำระหนี้


อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีเพื่อการศึกษา


จัดสรรสิทธิการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้กับนักเรียนและครูทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อรองรับการเรียนการสอนและการเข้าถึงแหล่งความรู้ผ่านระบบดิจิทัลอย่างทั่วถึง


การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)


สนับสนุนงบประมาณสำหรับหลักสูตรระยะสั้นเพื่อการพัฒนาทักษะหรือการเปลี่ยนอาชีพ (Reskill / Upskill) สำหรับประชาชนวัยทำงานที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและโครงสร้างเศรษฐกิจ

4.พรรคประชาธิปัตย์

พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นำจุดแข็งจากประสบการณ์การผลักดันนโยบาย “เรียนฟรี 15ปี” ในอดีตมาต่อยอด โดยมุ่งขยายขอบเขตสวัสดิการด้านการศึกษาให้ครอบคลุมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งในมิติของการเรียนรู้และการดูแลสุขภาวะของเด็กและเยาวชน นโยบายด้านการศึกษาที่สำคัญประกอบด้วย


เรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรีในสาขาขาดแคลน


สนับสนุนงบประมาณรายหัวและค่าหน่วยกิตให้ครอบคลุมถึงระดับอุดมศึกษา โดยให้ความสำคัญกับสาขาวิชาที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สินของนักศึกษาและครอบครัว


โครงการนมโรงเรียนตลอด 365 วัน


ขยายการจัดสรรนมโรงเรียนให้เด็กได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่องทุกวัน รวมถึงวันหยุดราชการและช่วงปิดภาคเรียน เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายที่สมวัย และช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านโภชนาการของผู้ปกครอง


อาหารกลางวันฟรีถึงระดับมัธยมศึกษา


เพิ่มงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้ครอบคลุมถึงนักเรียนระดับมัธยมศึกษา จากเดิมที่จำกัดเฉพาะระดับประถมเพื่อให้เด็กในช่วงวัยรุ่นได้รับโภชนาการที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการเจริญเติบโต


อินเทอร์เน็ตฟรีจำนวน 1 ล้านจุดทั่วประเทศ


ขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้ค่าใช้จ่ายในโรงเรียน ห้องสมุด และศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงแหล่งความรู้และข้อมูลจากทั่วโลกอย่างเท่าเทียม


คอมพิวเตอร์ฟรี (1 คน 1 เครื่อง)


สนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์การเรียนรู้ที่ทันสมัย เช่น แล็ปท็อปหรือแท็บเล็ต ให้แก่นักเรียนทุกคน เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล


5.พรรคไทยก้าวใหม่

เรียนฟรีถึงปริญญาเอก ยกหนี้ กยศ. และโรงเรียนดีใกล้บ้าน

5 นโยบายรื้อระบบการศึกษา 1.Digital transformation ทำแพลตฟอร์มสำหรับการศึกษาระดับชาติที่เป็น Big Data ที่ไม่ใช่แค่กระทรวงศึกษา อาชีวศึกษา แต่รวมถึงอุดมศึกษาด้วย, ต้องมีระบบการจัดการโรงเรียน ที่จะต้องไม่ใช่หน้าที่ของครู, ความรู้ที่ดีขึ้นระบบออนไลน์ เพื่อให้ครูรุ่นใหม่ได้ศึกษา


และจะต้องมีครูเพิ่มขึ้นจาก 4 แสนคน เป็น 8 แสนคน โดยใช้ AI เป็นครูผู้ช่วยในการทำการเรียนการสอน และจะนำงานวิจัยขึ้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ 2.Re-Engineering ต้องบริหารจัดการแบบกระจายอำนาจ, ยกเลิกภารกิจครูที่ไม่เกี่ยวกับการสอนโดยสิ้นเชิง, ยกเลิกระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนการสอน, เรียนรู้ได้จากผู้เชี่ยวชาญ, ครูครบชั้น ครูตรงวุฒิต้องมี, งบประมาณต้องมีการเสนอขึ้นมาจากเขต


3.Re-Design เด็กวันนี้ต้องมีทักษะ 4C และเน้นการเรียนรู้แบบทำความเข้าใจ, จะต้องมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ต้องสอนAI ตั้งแต่ ป.1, เลิกฟัง จด ท่องสอบ และสร้างอาชีวะเฉพาะทาง และต้องเพิ่มสาขาในมหาลัยให้มากขึ้น


4.อัพสกิล รีสกิล ข้าราชการทุกระดับชั้นที่เกี่ยวกับการศึกษาต้อง up skill ทั้งหมด ครูอาชีวะต้องไปทำงานตอนปิดเทอม


5.โรงเรียนดีใกล้บ้าน จะลดความเหลื่อมล้ำ มีครูตรงวุฒิครบชั้นและทันสมัยได้


6.พรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ วางบทบาทด้านการศึกษาให้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีแนวคิดสำคัญคือการปรับระบบการศึกษาจากรูปแบบการเรียนตามกรอบเดิม ไปสู่การเรียนรู้ที่สามารถต่อยอดเป็นอาชีพและรายได้อย่างเป็นรูปธรรม นโยบายด้านการศึกษาที่สำคัญของพรรคประกอบด้วย


Learn to Earn: เรียนเพื่อสร้างรายได้


ยกระดับการศึกษาให้เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาดแรงงานอย่างใกล้ชิด โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วสามารถเข้าสู่การทำงานและมีรายได้ทันที ลดสัดส่วนเนื้อหาทางทฤษฎีที่ไม่จำเป็น และเพิ่มการพัฒนาทักษะอาชีพทั้งการเสริมทักษะใหม่และการยกระดับทักษะเดิม (Reskill / Upskill)


ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank)


ผลักดันระบบการสะสมหน่วยกิตจากหลากหลายรูปแบบการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในสถานศึกษา การทำงานจริง หรือการฝึกอบรมนอกระบบ เพื่อให้สามารถนำมาเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ในทุกช่วงวัย โดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะการเรียนในระบบเท่านั้น


โครงการหนึ่งอำเภอ หนึ่งทุนการศึกษา (ODOS)


ฟื้นฟูการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในทุกอำเภอ เพื่อเปิดโอกาสให้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นสาขาที่สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศ


โรงเรียนสองภาษาในระดับท้องถิ่น


ส่งเสริมการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและภาษาจีน ผ่านการใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ ควบคู่กับการสนับสนุนครูต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล


การศึกษาฟรีพร้อมสวัสดิการเสริม (Free Education Plus)


นอกจากการเรียนฟรีตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ยังเน้นการเพิ่มสวัสดิการสนับสนุนด้านอื่น ๆ เช่น อาหารกลางวันที่มีคุณภาพ และการพิจารณาจัดระบบรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ขาดแคลน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและความเหลื่อมล้ำของผู้ปกครอง


7.พรรครวมไทยสร้างชาติ

พรรครวมไทยสร้างชาติ นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค มุ่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทั้งศักยภาพทางวิชาการ คุณธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในระยะยาว นโยบายด้านการศึกษาที่สำคัญของพรรคประกอบด้วย


อาชีวศึกษาระดับสูง (High-Skill Vocational)


ยกระดับสถาบันอาชีวศึกษาให้เป็นแหล่งฝึกทักษะขั้นสูง ผ่านความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและบริษัทข้ามชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายและเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา และมีรายได้ที่มั่นคง


การศึกษาเพื่อความมั่นคงและคุณธรรม


บรรจุเนื้อหาที่ส่งเสริมความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน้าที่พลเมืองในรูปแบบร่วมสมัย เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นไทย ระเบียบวินัย และคุณธรรม ควบคู่กับการพัฒนาความรู้ทางวิชาการ


กองทุนสนับสนุนความเสมอภาคทางการศึกษา


ขยายการอุดหนุนงบประมาณแก่เด็กและเยาวชนจากครอบครัวยากจนหรือกลุ่มเปราะบาง เพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาอันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ


ทุนการศึกษา “กมลนาถ”


จัดสรรทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับท้องถิ่น เพื่อเปิดโอกาสให้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น และส่งเสริมให้กลับมามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนหรือบ้านเกิดของตน


การใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยในสถานศึกษา


ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาใช้ในโรงเรียน เช่น ระบบกล้องวงจรปิดและระบบติดตามดูแลนักเรียน เพื่อสร้างสภาแวดล้อมที่ปลอดภัยและเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครอง


8.พรรคพลังประชารัฐ

พรรคพลังประชารัฐ นำโดย นางสาวตรีนุช เทียนทอง ให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบการศึกษาผ่านการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาและการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสถานศึกษาในระดับท้องถิ่น โดยเชื่อว่าหากครูมีความมั่นคงในชีวิตและโรงเรียนใกล้บ้านมีคุณภาพ จะเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน นโยบายด้านการศึกษาที่สำคัญของพรรคประกอบด้วย


แก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบ


จัดตั้งกองทุนหรือมาตรการรองรับการพักชำระหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดแรงกดดันทางการเงิน และเปิดโอกาสให้ครูสามารถทุ่มเทสมาธิและพลังไปกับการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มศักยภาพ


โรงเรียนคุณภาพประจำชุมชน (Magnet School)


พัฒนาโรงเรียนศูนย์กลางในระดับตำบลให้มีความพร้อมด้านบุคลากรและอุปกรณ์การเรียนรู้ที่ทันสมัย เพื่อให้เด็กในพื้นที่ชนบทสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพเทียบเท่าโรงเรียนในเมืองใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไกล


โครงการ Coding Thailand


ขยายการจัดการเรียนการสอนด้านการเขียนโปรแกรมและการคิดเชิงตรรกะในทุกช่วงชั้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยมีทักษะดิจิทัลที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต


เรียนดี มีความสุข


ส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อความสุขของผู้เรียน ลดความกดดันจากการเรียนแบบเดิม และเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ (Active Learning) ควบคู่กับการใช้สื่อดิจิทัล เพื่อช่วยให้การเรียนมีความน่าสนใจและเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น


สวัสดิการด้านการศึกษาแบบประชารัฐ


สนับสนุนทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนขั้นพื้นฐานให้แก่ครอบครัวที่มีรายได้น้อย ผ่านกลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาตั้งแต่ระดับต้น


9.พรรคไทยสร้างไทย

พรรคไทยสร้างไทย นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เสนอนโยบายการศึกษาที่ต้องการ “พลิกระบบ” โดยมุ่งยกระดับการเรียนรู้ให้สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว นโยบายเด่นประกอบด้วย


เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี

ขยายการศึกษาฟรีจากเดิมที่เป็นเพียง 12 ปีตามกฎหมาย ให้ครอบคลุมไปจนจบระดับปริญญาตรี โดยรัฐรับผิดชอบค่าเล่าเรียนทั้งหมด เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่สูงขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย


ลดระยะเวลาเรียนรวม 3–4 ปี

ปรับโครงสร้างการศึกษาในระดับประถม มัธยม และมหาวิทยาลัยให้กระชับและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ตัดเนื้อหาที่จำเป็น เพื่อลดเวลาการจบการศึกษาและให้เยาวชนสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วกว่าเดิม


ตัดวงจรหนี้ กยศ.

เนื่องจากรัฐจะรับผิดชอบค่าเล่าเรียนจนจบปริญญาตรีและลดเวลาเรียนลง จึงจะช่วยทำให้เยาวชนไทยไม่จำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสินกับ กยศ. อีกต่อไป ช่วยให้คนรุ่นใหม่มีอิสรภาพทางการเงินตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน


คูปองการศึกษา (Education Voucher)

ให้เด็กมี “อำนาจงบประมาณ” อยู่กับตัวเอง สามารถเลือกสถาบันหรือสาขาที่ต้องการเรียนได้อย่างอิสระ เพื่อส่งเสริมการแข่งขันและคุณภาพการเรียนรู้ตามความสนใจของผู้เรียน


ปรับหลักสูตรให้เน้นทักษะใช้งานจริง

เปลี่ยนหลักสูตรการเรียนให้มุ่งเน้นทักษะที่จำเป็นต่อโลกยุคใหม่ มากกว่าการยึดติดกับใบปริญญาเพียงอย่างเดียว โดยใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และนำครูผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเสริมคุณภาพการศึกษาในทุกพื้นที่ให้เท่าเทียมกัน


10.พรรคเสรีรวมไทย

พรรคเสรีรวมไทย นำโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มีจุดยืนด้านการศึกษาภายใต้แนวคิด “สานต่อนโยบายเดิมด้านการศึกษา” โดยมุ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึง และลดภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัว นโยบายสำคัญประกอบด้วย


สนับสนุนการศึกษาภาคบังคับให้เรียนฟรีอย่างแท้จริง


ผลักดันให้การศึกษาภาคบังคับไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเข้าเรียนได้โดยไม่เป็นภาระต่อผู้ปกครอง


ยกเลิกหนี้ กยศ. เพื่อลดภาระครอบครัว


แก้ไขปัญหาหนี้การศึกษาด้วยการยกเลิกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เพื่อลดภาระทางการเงินของครอบครัวและไม่ให้เยาวชนเริ่มต้นชีวิตด้วยหนี้สิน


เปิดโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงการศึกษาโดยไม่ถูกกดดันจากหนี้

สร้างระบบการศึกษาที่เอื้อต่อโอกาสและความเสมอภาค ทำให้เด็กและเยาวชนสามารถเลือกเส้นทางการเรียนรู้ได้อย่างอิสระ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจ