วันครูแห่งชาติ รำลึกพระคุณผู้ประสาทวิชา กับวิกฤต "หนี้สิน" ที่กัดกินใจครูไทย ทุกวันที่ 16 มกราคมของทุกปี เป็นวันที่ศิษย์ทุกคนจะได้ระลึกถึงพระคุณของ "ครู" ผู้เปรียบเสมือนเรือจ้างที่ส่งศิษย์ถึงฝั่งฝัน แต่ในขณะที่เราเชิดชูครูในฐานะแม่พิมพ์ของชาติ เบื้องหลังชอล์กและกระดานดำนั้น ครูไทยจำนวนมากกลับกำลังเผชิญกับมรสุมชีวิตที่หนักหน่วง โดยเฉพาะวิกฤตหนี้สินที่พอกพูน
ที่มาและความหมายของ "วันครู"
วันครู ถูกกำหนดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2500 เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ และส่งเสริมความสามัคคีระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพครู
ทำไมต้องวันที่ 16 มกราคม? เพราะเป็นวันที่พระราชบัญญัติครูประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ. 2488
ดอกไม้ประจำวันครู: คือ "ดอกกล้วยไม้" ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งว่า กล้วยไม้นั้นกว่าจะออกดอกให้เราชมได้ต้องใช้เวลานานและต้องการการดูแลเอาใจใส่ เช่นเดียวกับการอบรมสั่งสอนศิษย์ที่ต้องใช้ความอดทนและการบ่มเพาะอย่างยาวนาน
...
ปัญหาที่ครูไทยต้องเผชิญ: มากกว่าแค่การสอน
แม้หัวใจของครูคือการสอน แต่ในความเป็นจริง ครูไทยต้องแบกรับภาระที่นอกเหนือจากการสอนจนกลายเป็นความเครียดสะสม:
ภาระงานเอกสาร: ครูต้องทำรายงาน ประเมินวิทยฐานะ และงานธุรการจำนวนมาก จนเบียดบังเวลาเตรียมการสอน
ความคาดหวังจากสังคม: ครูต้องเป็นแบบอย่างตลอด 24 ชั่วโมง และมักถูกตำหนิได้ง่ายผ่านโลกโซเชียล
การปรับตัวตามเทคโนโลยี: ความกดดันในการเปลี่ยนรูปแบบการสอนให้ทันสมัยท่ามกลางทรัพยากรที่จำกัดในบางพื้นที่
วิกฤต "หนี้ครู": ตัวเลขที่น่าตกใจ
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดและฝังรากลึกมานานคือ "หนี้สินครู" จากข้อมูลในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไทยมีหนี้สินรวมกันมหาศาล
ยอดหนี้รวม: สูงถึงประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท * จำนวนผู้เป็นหนี้: มีครูและบุคลากรทางการศึกษาประมาณ 9 แสนราย ทั่วประเทศที่เป็นหนี้ (คิดเป็นประมาณ 80% ของจำนวนครูทั้งหมด)
แหล่งหนี้: ส่วนใหญ่มาจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู และธนาคารพาณิชย์ต่างๆ โดยครูจำนวนไม่น้อยมีเงินเดือนเหลือสุทธิไม่ถึง 30% หลังจากหักชำระหนี้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อขวัญกำลังใจและคุณภาพการชีวิต
ทำไมครูถึงเป็นหนี้เยอะ? ส่วนใหญ่เกิดจากการกู้ยืมเพื่อสวัสดิการพื้นฐาน เช่น ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ และการส่งบุตรเรียน ประกอบกับระบบการเข้าถึงเงินกู้ที่ทำได้ง่ายผ่านสวัสดิการหน่วยงาน ทำให้เกิดการกู้ซ้ำซ้อนจนเกินขีดความสามารถในการชำระ
...
บทสรุป
วันครูจึงไม่ใช่เพียงวันที่ศิษย์นำพานดอกไม้มาไหว้ครูเท่านั้น แต่ควรเป็นวันที่รัฐบาลและสังคมกลับมามองความจริงที่ว่า "ถ้าครูยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ครูจะดูแลอนาคตของชาติให้ดีได้อย่างไร" การแก้ปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบและการคืนครูสู่ห้องเรียนด้วยการลดภาระงานที่ไม่จำเป็น จึงเป็นของขวัญวันครูที่แท้จริงที่ครูไทยเฝ้ารอ