สาธารณรัฐกอทูเล (Kawthoolei) เป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ และการเมืองชายแดน เปิดที่มาสาเหตุการแยกตัวจากพม่า ดังนี้
1. ที่มาและสาเหตุการแยกตัวจากพม่า
สาธารณรัฐก่อทูเล คือชื่อที่ชาวกะเหรี่ยง (Karen) ใช้เรียกดินแดนที่พวกเขาปรารถนาจะปกครองตนเอง โดยคำว่า "ก่อทูเล" มีความหมายนัยถึง "ดินแดนที่เขียวชอุ่ม" หรือ "ดินแดนที่ไร้ความเศร้าหมอง"
ต้นตอจากยุคอาณานิคม: ในช่วงที่อังกฤษปกครองพม่า ชาวกะเหรี่ยงได้รับสิทธิพิเศษและการศึกษามากกว่าชาวพม่าส่วนใหญ่ ทำให้เกิดช่องว่างและความไม่ไว้วางใจระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์
การผิดสัญญาปางโหลง: เมื่อพม่าได้รับเอกราชในปี 1948 (พ.ศ. 2491) กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ คาดหวังว่าจะมีการปกครองระบอบสหพันธรัฐตามสัญญาปางโหลง แต่รัฐบาลกลางพม่ากลับรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง
การลุกขึ้นสู้: สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) จึงได้เริ่มทำสงครามกองโจรเพื่อเรียกร้องเอกราชและการแยกตัวเป็นรัฐอิสระตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 1949 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองที่ยาวนานที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง
...
2. พรมแดนที่ติดกับประเทศไทย
รัฐกะเหรี่ยงมีพื้นที่ทอดยาวตามแนวชายแดนตะวันตกของไทย ซึ่งจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับพื้นที่อิทธิพลของกะเหรี่ยง(และพื้นที่ที่อ้างว่าเป็นก่อทูเล) ได้แก่:
จังหวัดแม่ฮ่องสอน
จังหวัดตาก (พื้นที่สำคัญที่สุด เช่น อ.แม่สอด อ.พบพระ อ.อุ้มผาง)
จังหวัดกาญจนบุรี
จังหวัดราชบุรี
จังหวัดเพชรบุรี (บางส่วน)
3. ผลกระทบต่อประเทศไทย
สถานการณ์ในพื้นที่ก่อทูเลส่งผลโดยตรงต่อไทยในหลายมิติ:
ผู้หนีภัยจากการสู้รบ: เมื่อมีการปะทะกันระหว่างทหารพม่ากับกองกำลังกะเหรี่ยง (เช่น KNLA หรือ KNDO)ประชาชนจะอพยพข้ามฝั่งมายังไทย ทำให้เกิดภาระด้านมนุษยธรรมและการจัดการศูนย์พักพิง
เศรษฐกิจชายแดน: การสู้รบทำให้ด่านเจดีย์สามองค์ (กาญจนบุรี) หรือด่านแม่สอด (ตาก) ต้องปิดตัวลงชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อการค้ามูลค่ามหาศาล
ความมั่นคง: ปัญหาเรื่องกระสุนตกข้ามฝั่ง การรุกล้ำอธิปไตยทางอากาศ และปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น ยาเสพติดและการค้ามนุษย์ที่มักฉวยโอกาสในพื้นที่สู้รบ
สาธารณสุข: การเคลื่อนย้ายของประชากรตามแนวชายแดนอาจนำมาซึ่งการแพร่กระจายของโรคระบาด เช่น ไข้มาลาเรีย