ปืน ค. หรือชื่อเต็มคือ ปืนครก (Mortar) เป็นอาวุธวิถีโค้งที่เก่าแก่แต่ยังคงทรงประสิทธิภาพที่สุดชนิดหนึ่งในสนามรบปัจจุบัน โดยเฉพาะในการรบระดับกองพันและกองร้อย ทหารมักเรียกกันติดปากว่า "ปืน ค."เนื่องจากมีลักษณะการใช้งานและรูปร่างคล้าย "ครก" ที่ใช้ตำน้ำพริก คือมีลำกล้องสั้นและตั้งชันขึ้นฟ้า



1. ปืน ค. คืออะไร?


ปืน ค. เป็นอาวุธพื้นเรียบ (Smoothbore) ที่ยิงกระสุนด้วย วิถีโค้งสูง (High Trajectory) โดยยิงกระสุนขึ้นไปในอากาศในมุมที่ชันมาก (มักเกิน 45-80 องศา) เพื่อให้กระสุนตกลงมาในแนวดิ่งใส่เป้าหมาย

  • การทำงาน: บรรจุกระสุนทางปากลำกล้อง เมื่อหย่อนกระสุนลงไป ท้ายกระสุนจะกระทบกับเข็มแทงชนวนที่ก้นลำกล้อง ทำให้เกิดการเผาไหม้ของดินขับและส่งกระสุนพุ่งออกไป

  • จุดเด่น: สามารถยิงข้ามสิ่งกีดขวางได้ เช่น ยิงข้ามภูเขา ยิงข้ามตึก หรือยิงลงไปในบังเกอร์/สนามเพลาะที่ปืนวิถีราบยิงไม่ถึง

...


2. ทำไมไทยและกัมพูชายังใช้อยู่?

แม้จะมีเทคโนโลยีโดรนหรือมิสไซล์ แต่ปืน ค. ยังเป็น "หัวใจ" ของการรบชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยเหตุผลดังนี้:

  • ภูมิประเทศ: พื้นที่ชายแดนส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าทึบ ปืนวิถีโค้งอย่างปืน ค. จึงมีประสิทธิภาพสูงสุดในการยิงข้ามสันเขาหรือยอดไม้

  • ราคาถูกและผลิตง่าย: กระสุนปืน ค. มีราคาถูกกว่าขีปนาวุธมาก ทำให้สามารถยิงถล่มเพื่อกดดันศัตรูได้ต่อเนื่อง

  • น้ำหนักเบาและเคลื่อนที่เร็ว: ปืน ค. ขนาดเล็ก (60 มม. หรือ 81 มม.) สามารถถอดแยกชิ้นส่วนให้ทหารแบกเดินเท้าเข้าป่าได้สะดวก ซึ่งเหมาะกับกลยุทธ์การรบแบบกองโจรหรือการรบในพื้นที่ทุรกันดาร

  • อำนาจการยิงทันที: หน่วยทหารราบสามารถพกพาไปเองได้โดยไม่ต้องรอการสนับสนุนจากหน่วยปืนใหญ่ส่วนหลัง (Artillery) ทำให้ตอบโต้สถานการณ์ได้ทันท่วงที

3. ความเก่าแก่ของปืน ค.

ปืน ค. ถือเป็นหนึ่งในอาวุธที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์การทหาร:

  • ยุคเริ่มต้น: ปรากฏหลักฐานการใช้ตั้งแต่อดีต (ศตวรรษที่ 15) ในลักษณะของปืนใหญ่ปากกว้างที่ยิงลูกหินหรือระเบิดวิถีโค้งเพื่อใช้ในการล้อมเมือง

  • จุดเปลี่ยนสำคัญ: ปืน ค. สมัยใหม่ที่เราเห็นในปัจจุบันมีต้นแบบมาจาก Stokes Mortar ที่กองทัพอังกฤษใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 (ปี 1915) เพื่อแก้ปัญหาการรบในศาลเพลาะ (Trench Warfare) ซึ่งปืนเล็กยาวไม่สามารถยิงโดนศัตรูที่หลบอยู่ใต้ดินได้


4. อานุภาพและการทำลายล้าง

...

อานุภาพของปืน ค. ไม่ได้อยู่ที่แรงระเบิดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "สะเก็ดระเบิด" และ "ทิศทาง":

  • การทำลายพื้นที่ (Area Weapon): ไม่ได้เน้นยิงให้โดนเป้าหมายตัวบุคคลโดยตรง แต่เน้นให้กระสุนตกลงกลางวงล้อม สะเก็ดระเบิดจะกระจายตัวออกรอบทิศทางในรัศมีหวังผล (เช่น ปืน ค. 81 มม. มีรัศมีฉกรรจ์ประมาณ 30-40 เมตร)

  • จิตวิทยา: เสียงกระสุนปืน ค. ที่แหวกอากาศลงมามีเสียงหวีดหวิวที่สร้างความหวาดกลัวให้กับข้าศึกได้มาก

  • ความหลากหลาย: สามารถเลือกใช้กระสุนได้หลายประเภท เช่น กระสุนระเบิดแรงสูง (HE) เพื่อสังหาร, กระสุนควัน (Smoke) เพื่อพรางตัว หรือ กระสุนส่องสว่าง (Illumination) เพื่อเปิดแผนที่ในตอนกลางคืน