ปฏิบัติการ Southern Spear เป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งสำคัญของสหรัฐอเมริกาที่เปิดฉากขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 มกราคม 2569 (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยหน่วยรบพิเศษร่วมกับกองกำลังทางอากาศของสหรัฐฯ ได้บุกโจมตีจุดยุทธศาสตร์ในกรุงการากัส และควบคุมตัวนาย นิโกลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา พร้อมกับนางซีเลีย ฟลอเรส ภริยา ออกจากประเทศ

สาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การบุกจับกุมในครั้งนี้ มีปัจจัยหลักดังนี้

 


1. ข้อหาก่อการร้ายด้วยยาเสพติด (Narco-Terrorism)

นี่คือเหตุผลหลักทางกฎหมายที่สหรัฐฯ ใช้กล่าวอ้าง โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหามาดูโรและพวกมาตั้งแต่ปี 2020 ว่าเป็นผู้นำกลุ่ม "Cartel de los Soles" ซึ่งเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพเวเนซุเอลา สหรัฐฯ ระบุว่ามาดูโรใช้ยาเสพติดเป็นอาวุธในการ "ทำลายชีวิตชาวอเมริกันและบ่อนทำลายความมั่นคงในภูมิภาค" โดยทำงานร่วมกับกลุ่มกบฏ FARC ในโคลอมเบีย

...

2. การยกระดับจาก "สงครามยาเสพติด" เป็น "ปฏิบัติการทางทหาร"

ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  นโยบายต่อเวเนซุเอลาเปลี่ยนจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจมาเป็นการใช้กำลังทางทหาร (Kinetic Action) โดยเริ่มจากการประกาศปฏิบัติการ Southern Spear ในเดือนพฤศจิกายน 2568 เพื่อปิดล้อมทางทะเลและทำลายเรือที่ต้องสงสัยว่าขนส่งยาเสพติด จนกระทั่งขยายผลสู่การบุก "เด็ดหัว" (Decapitation Strike) ในกรุงการากัสเพื่อยุติระบอบที่สหรัฐฯ มองว่าไม่ชอบธรรม


3. วิกฤตผู้อพยพและความมั่นคงชายแดน

รัฐบาลสหรัฐฯ อ้างว่าวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองภายใต้การนำของมาดูโร ส่งผลให้เกิดคลื่นผู้อพยพทะลักเข้าสู่ชายแดนสหรัฐฯ เป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงภายใน การกำจัดมาดูโรจึงถูกนำเสนอว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพในเวเนซุเอลา


4. ผลประโยชน์ทางทรัพยากรและภูมิรัฐศาสตร์

เวเนซุเอลามีปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก สหรัฐฯ พยายามตัดวงจรรายได้ของมาดูโรที่มาจากการค้าน้ำมันแบบผิดกฎหมายและการทำเหมืองทอง ซึ่งสหรัฐฯ อ้างว่าเงินเหล่านี้ถูกนำไปใช้เลี้ยงกองกำลังติดอาวุธและสนับสนุนอิทธิพลของรัสเซียและจีนในละตินอเมริกา