5 ข้อ กองทัพภาคที่ 1 โต้กัมพูชาเริ่มยิงก่อน คาดใช้อาวุธปืนเล็ก AK-47 ยิงมาฝั่งบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ประมาณ 30 นัด ก่อนไทยยิงเตือนโต้กลับ
กองทัพภาคที่ 1 ชี้แจง เหตุปะทะชายแดน จ.สระแก้ว ว่าได้รับรายงานจาก กกล.บูรพา เหตุการณ์ยิงปะทะกันในบริเวณ จต.ส.34-35 บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัด สระแก้ว ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้ เมื่อ เมื่อ 12 พ.ย. 2568 เวลา 16.10 น. ได้เกิดเหตุการใช้อาวุธปืนยิงมาจากฝั่งกัมพูชา คาดว่าเป็นอาวุธปืนเล็ก AK-47 จำนวนประมาณ 30 นัด
โดย กกล.บูรพาได้ทำการเตือน และตอบโต้ยึดตามกฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัดเพื่อระงับเหตุ ซึ่งการใช้อาวุธตอบโต้เป็นทางเลือกสุดท้ายในสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อปกป้องชีวิตและอธิปไตยของชาติ โดยกำลังพลได้ยิงตอบโต้ด้วยอาวุธปืนเล็กยาวไปยังทิศทางยิงของฝ่ายตรงข้ามที่กระทำต่อกำลังพลฝ่ายเรา โดยใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่ ไม่ให้ถูกเป้าหมายพลเรือน ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และได้ทำการหยุดตอบโต้ เมื่อภาวะคุกคามจากฝั่งตรงข้ามสิ้นสุดลงทันที
...
ด้าน นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงยืนยันข้อมูล ตามที่ได้รับแจ้งจากกองทัพบกว่า ทหารกัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มใช้อาวุธปืนยิงเข้ามายังฝั่งไทยในพื้นที่ชายแดนบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว หลังจากนั้น ฝ่ายไทยได้เข้าแนวกำบัง และได้ทำการยิงแจ้งเตือนไปยังจุดที่มีการยิงเข้ามา
ทั้งนี้สามารถสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดได้ดังนี้
- เวลา 16.10 น. วันที่ 12 พ.ย. 2568
- เกิดเหตุยิงปะทะกันบริเวณ จต.ส.34-35 บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
- คาดเป็นอาวุธปืนเล็ก AK-47 จำนวน 30 นัด
- ไทยยิงเตือนตอบโต้ประมาณ 10 นาที
- ตรวจสอบฝ่ายไทยไม่ได้รับการสูญเสีย
ข้อมูลจาก กองทัพภาคที่ 1 วันที่ 12 พ.ย. 68
...