กรมการแพทย์แผนไทย นำ 2 ตำรับยา “ราณีพลีชีพ-แก้องคชาติตาย” ดูแลผู้ป่วยหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หนึ่งในปัญหาครอบครัวที่อาจนำไปสู่การหย่าร้าง
วันที่ 22 ต.ค. 68 พญ.กัญญาภัค ศิลารักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร และผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยว่า กำลังผลักดันส่งเสริมสุขภาพไทยสู่ระบบบริการสุขภาพ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) ซึ่งเป็นปัญหาครอบครัวที่อาจนำไปสู่การหย่าร้าง
ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ สามารถเกิดได้หลายสาเหตุ อาทิ เกิดจากระดับฮอร์โมนไม่สมดุล ระบบไหลเวียนเลือดบกพร่อง ความเครียด รวมถึงการมีพฤติกรรมเสี่ยง สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งชายและหญิง
ตามหลักการแพทย์แผนไทย ภาวะดังกล่าวสัมพันธ์กับธาตุลมและธาตุไฟพร่อง หรือเลือดเดินไม่สะดวก ซึ่งวิธีการรักษาจะเน้นการปรับสมดุลธาตุ บำรุงกำลังและบำรุงโลหิต โดยใช้สมุนไพรที่มีรสร้อนและสุขุมเป็นหลัก
...
ปัจจุบันโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้นฯ ได้นำตำรับยา 2 ชนิด มาใช้ดูแลผู้ป่วย ได้แก่
1. ตำรับราณีพลีชีพ (ชื่อเดิม ผัวตื่นเมีย) เหมาะสำหรับฟื้นฟูร่างกายสตรีหลังคลอด บำรุงเลือดลดอาการอ่อนเพลีย ตัวยาประกอบด้วยสมุนไพร อาทิ ว่านชักมดลูก กวาวเครือขาว รากสามสิบ ฯลฯ ระมัดระวังและห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตร และผู้ป่วยมะเร็งที่ไวต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น มะเร็งเต้านม
2. ตำรับแก้องคชาติตาย จากตำรายาเกร็ดโบราณ ใช้สมุนไพรฤทธิ์ร้อน อาทิ ดีปลี ช้าพลู พริก ขิง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต บำรุงกำลังและแก้ธาตุลมหย่อน โดยเฉพาะในบุรุษ แต่ควรระวังและห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคจิตเวช ผู้ใช้ยาละลายลิ่มเลือด หรือยาที่อาจเกิดปฏิกิริยากับขิง พริกไทย หรือดีปลี
กรมการแพทย์แผนไทย เผยว่า นอกจากยาตำรับดังกล่าวแล้ว การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ยังเป็นแนวทางการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพในระยะยาว อาทิ การฝังเข็ม ซึ่งช่วยปรับสมดุลพลังงาน (ลมปราณ) กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และลดความเครียด
สำหรับการออกกำลังกายฤาษีดัดตน กรมการแพทย์แผนไทยแนะนำ 3 ท่า ดังนี้
1. ท่าแก้เอวขัด ขาขัด ช่วยบรรเทาอาการเมื่อยล้าและตึงบริเวณเอวและหลัง
2. ท่าดำรงกายอายุยืน เน้นการบริหารกล้ามเนื้อแขนและลำตัว ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
3. ท่าแก้ลมข้อมือและแก้ลมในลำลึงค์ ช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิตและลมในร่างกาย และเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
ทั้งนี้ กรมการแพทย์แผนไทย เผยอีกว่า การนวดไทยบริเวณหลังส่วนล่างและสะโพก ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นผ่อนคลายและเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตอีกด้วย
พญ.กัญญาภัค เน้นว่า การนำตำรับยาสมุนไพรมาใช้ในการรักษาในโรงพยาบาล เป็นการยกระดับภูมิปัญญาไทยสู่มาตรฐานการแพทย์ยุคใหม่ ซึ่งต้องดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์แผนไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“การบำบัดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย ไม่ใช่เพียงการรักษาที่อวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง แต่คือการฟื้นฟูสมดุลของทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมกับปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม”
สำหรับประชาชนที่ประสบปัญหาหรือมีข้อสงสัย สามารถเข้ารับคำปรึกษาและรับการรักษาได้ที่ คลินิกการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร เบอร์โทร 042-779105 ต่อ 135 หรือ ขอคำแนะนำจากแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ