เข้าสู่ฤดูการแต่งงาน แต่ขณะนี้มีมิจฉาชีพแฝงตัวหลอกขายโปรโมชันจัดงานแต่งงาน โดยบางส่วนหลอกขายผ่านออนไลน์ ซึ่งยากต่อการควบคุมทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกันก็มีการหลอกเอาเงินประกันในการจัดงาน และเรียกค่าใช้จ่ายเพิ่มจากที่ตกลงไว้ ดังนั้นบ่าวสาวจึงจำเป็นต้องมีความรู้เท่าทันเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
“โสภณ หนูรัตน์” หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) กล่าวว่า การหลอกโกงเงินของมิจฉาชีพที่อ้างว่าเป็นออแกไนซ์งานแต่งงาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการหลอกขายผ่านระบบออนไลน์ จากการรวบรวมพฤติกรรมของมิจฉาชีพมีด้วยกัน 4 รูปแบบคือ 1. หลอกให้เหยื่อวางเงินมัดจำ แล้วไม่ยอมจัดงานตามที่ตกลงไว้ ลักษณะนี้เหยื่อจะไปซื้อโปรโมชันตามบูธที่ออกตามงานแสดงสินค้า โดยมิจฉาชีพหลอกเหยื่อให้หลงเชื่อด้วยราคาที่ถูก ตกแต่งรูปภาพตัวอย่างให้น่าเชื่อถือ
2. กรณีที่ร้านไม่ยอมคืนเงินค่ามัดจำให้ลูกค้า โดยหลอกให้ซื้อแพ็กเกจผ่านการจ่ายค่ามัดจำชุด อ้างว่าเพื่อป้องกันชุดหายหรือชำรุด แต่พอลูกค้าคืนชุดแล้ว บางรายมีข้ออ้างไม่ยอมคืนเงินมัดจำให้ ซึ่งมีความผิดเกี่ยวกับสัญญาที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก
3. โฆษณาเกินจริงไม่ตรงกับสินค้าและบริการ เช่นภาพที่ร้านโฆษณามีการตกแต่งให้มีความสวยงาม แต่พอมาจัดงานจริงกลับไม่ตรงกับภาพโฆษณา ดังนั้นผู้ประกอบการควรคืนเงินให้กับผู้บริโภค
4. หลอกให้ลูกค้าจ่ายเงินเพิ่มจากแพ็กเกจ กรณีนี้จูงใจด้วยการทำแพ็กเกจให้มีราคาถูกในช่วงแรก หลังจากผู้บริโภคเริ่มตกลงซื้อแล้ว จะเรียกเก็บเงินเพิ่มภายหลัง โดยทางร้านไม่ได้แจ้งเงื่อนไขไว้ตั้งแต่แรก ถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค
กลุ่มคนที่หลอกลวงจะใช้โอกาสในการเรียกเงินจากลูกค้าเพิ่มเติมจากที่ตกลงกันไว้ เพราะรู้ว่างานประเภทนี้เจ้าภาพจะไม่ยอมยกเลิกงาน เนื่องจากงานมีข้อจำกัดเรื่องฤกษ์ เลยต้องยอมจ่ายเงินเพิ่มจากที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งถ้ายกเลิกงานเจ้าภาพจะมีผลกระทบต่อชื่อเสียง และเกิดข้อครหาจากเครือญาติ
...
“พฤติกรรมการหลอกลวงเพื่อให้วางเงินมัดจำ โดยไม่มีการจัดงานจริง เป็นพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วง เพราะมีการทำผิดลักษณะนี้มากขึ้น ผ่านการหลอกขายแพ็กเกจในโลกออนไลน์ ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาควบคุมตรวจสอบ”
สำหรับผู้ซื้อแพ็กเกจพรีเวดดิ้งในออนไลน์ ต้องดูคอมเมนต์ของผู้ซื้อรายอื่นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ กรณีการหลอกลวงที่ผ่านมามีผู้เสียหายถูกหลอกตั้งแต่หลักพันบาท ไปจนถึงแสนบาท
ผู้บริโภคควรรู้เท่าทันกลุ่มมิจฉาชีพ โดยการตรวจสอบเลขที่บัญชีที่ทำการโอนว่า เคยมีประวัติการโกงมาก่อนหรือไม่ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะการซื้อสินค้าในเฟซบุ๊กที่มีการสวมรอยกันง่าย ดังนั้นการป้องกันไม่ให้ถูกหลอกลวงจะต้องเลือกใช้ร้านที่มีญาติหรือผู้ใกล้ชิดเคยใช้บริการมาก่อนหน้านี้แล้ว
“ก่อนจะซื้อแพ็กเกจควรทำความเข้าใจกับเงื่อนไขต่างๆ หากไม่เข้าใจควรถามทางร้านก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันการหลอกลวง หรือการทำงานที่ไม่ตรงกับสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ เช่น การซื้อแพ็กเกจแบบเหมาต้องสอบถามให้ชัดเจนถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ว่าจะมีนอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้หรือไม่ อีกสิ่งสำคัญคือการเก็บหลักฐานในการจ้างงานไว้เสมอ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาภายหลัง”.