อันตรายจากการ “ผ่าคลอด” แม่เสี่ยง ลูกอาจได้รับผลกระทบระยะยาว

ข่าว

    อันตรายจากการ “ผ่าคลอด” แม่เสี่ยง ลูกอาจได้รับผลกระทบระยะยาว

    ไทยรัฐออนไลน์

    2 ก.พ. 2564 13:40 น.

    กว่า 5 ปีองค์การอนามัยโลก รณรงค์ให้คนทั่วโลกลด "การผ่าตัดคลอดบุตร" ซึ่งในไทยเองก็ได้มีการรณรงค์เรื่องนี้ แต่ดูเหมือนว่าไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากหลายปัจจัย 

    ในความเป็นจริงการผ่าคลอดบุตรนั้นก็มีผลเสียอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ ที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลก ด้านอนามัยเจริญพันธุ์ ได้เปิดเผยว่า จากการทำวิจัยกับองค์การอนามัยโลกเปรียบเทียบผลการคลอดในประเทศเอเชีย 9 ประเทศ พบว่าการผ่าท้องคลอดทำให้แม่และลูกเกิดอันตรายมากขึ้น 2-3 เท่ากว่าการคลอดธรรมชาติ

    ศ.นพ.ภิเศก เผยข้อมูลในระยะสั้นแม่มีโอกาสเสียเลือดและติดเชื้อมากกว่าคลอดธรรมชาติ เนื่องจากการผ่าตัดต้องใช้ยาระงับความรู้สึก เช่น ยาสลบ หรือบล็อกหลัง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ผลระยะยาวพบว่าแม่ที่เคยผ่าตัดคลอด ถ้ามีลูกครั้งต่อไปแล้วต้องผ่าตัดคลอดอีก จะ ทำการผ่าตัดได้ยากขึ้น เนื่องจากมีพังผืด มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

    นอกจากนี้ยังมีโอกาสเกิดภาวะรกฝังตัวลึกผิดปกติเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูก อาจจะถึงกับทะลุมดลูก ทำให้เกิดการตกเลือด ที่ผ่านมา มีหลายเคสที่แม่ต้องเสียชีวิตจากสาเหตุนี้ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แม้แต่ในสหรัฐอเมริกา ก็พบการเสียชีวิตจากลักษณะนี้เช่นเดียวกัน 

    นอกจากนี้ หมอภิเศก ยังได้เล่าประสบการณ์ตรงที่รักษาคนไข้รายหนึ่งว่า มีคุณแม่ตั้งท้องลูกคนที่ 3 รายหนึ่ง อายุครรภ์ 5 เดือน เกิดภาวะตกเลือดในช่องท้องต้องมาผ่าตัดด่วน สาเหตุมาจากการผ่าตัดคลอดลูก 2 คนก่อนหน้านี้ เมื่อตั้งท้องลูกคนที่ 3 จึงเกิดภาวะรกฝังตัวลึกเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูกจนทำให้มดลูกแตก ทีมแพทย์จึงต้องเร่งช่วยเหลือ ผลปรากฏว่า ไม่สามารถช่วยเหลือลูกไว้ได้ ส่วนแม่ต้องรักษาใน ICU เนื่องจากสูญเสียเลือดมากถึง 3 พันซีซี  

    จากประสบการณ์ด้านสูตินรีกว่า 30 ปี ปัญหาการผ่าคลอดส่วนใหญ่ คือ ลูกมักจะเกิดภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับ “การหายใจ” หายใจไม่ปกติ มีโอกาสขาดออกซิเจนต้องเข้ารักษาต่อในห้องไอซียู ส่วนคนเป็นแม่ได้รับยาระงับความรู้สึก จึงไม่สามารถให้นมลูกหลังคลอดได้ทันที ทำให้โอกาสให้นมลูกสำเร็จลดลงไปด้วย ส่งผลการเจริญเติบโตของลูกด้อยลง มีโอกาสเป็นภูมิแพ้มากขึ้น ผลระยะยาวต่อลูกจะเกิดปัญหาการสร้างภูมิคุ้มกันทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายในหลายๆ โรค

    : ลดผ่าตัดคลอด แนะไทยใช้วิธีตัดงบประมาณ :

    5 ปีหลังสุด องค์การอนามัยโลก ได้รณรงค์ให้ลดการผ่าตัดคลอดที่ไม่มีความจำเป็น โดยตั้งเป้าไว้ว่าไม่ควรเกิน 15% แต่สถิติในประเทศไทยกลับพบว่า มีการผ่าตัดคลอดถึง 40% และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแตกต่างจากสมัยเมื่อ 30 ปีก่อน ที่มีการผ่าตัดคลอดเพียง 10% เท่านั้น ซึ่งแตกต่างกับประเทศอื่นๆ ในโลกที่มีสถิติผ่าคลอดไม่สูงเท่าประเทศไทย เช่น สหรัฐอเมริกาไม่ถึง 30%, อังกฤษ 20% ฝรั่งเศส 20% ที่น่าสนใจมากคือญี่ปุ่น ซึ่งมีอัตราการผ่าตัดคลอดแค่ 15% แต่เป็นประเทศที่มีอนามัยแม่และเด็กดีมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

    ขณะนี้มีโครงการความร่วมมือระหว่างองค์การอนามัยโลกและสถาบันวิจัยและพัฒนาของรัฐบาลฝรั่งเศสทำในโรงพยาบาล 8 แห่งทั่วประเทศไทย ได้แก่ รพ.ศิริราช ราชวิถี นพรัตน์ราชธานี รพ.เชียงราย รพ.อภัยภูเบศร ปราจีนบุรี รพ.อุดรธานี รพ.ขอนแก่น และ รพ.ศรีนครินทร์ โดยให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์และผลเสียของการผ่าตัดคลอด การอนุญาตให้สามีหรือญาติเข้ามาช่วยดูแลในห้องคลอด การทบทวนข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดคลอดของโรงพยาบาล เป็นโครงการระยะ 5 ปีได้รับงบประมาณจากองค์การอนามัยโลกและสหภาพยุโรป

    วิธีแก้ปัญหาค่านิยมผ่าคลอดโดยไม่จำเป็นนอกจากผู้เป็นแม่ ครอบครัวต้องตระหนักถึงผลข้างเคียงให้มาก อนาคตอาจจะต้องใช้วิธีการอื่นร่วมซึ่งขึ้นอยู่กับรัฐบาลไทย ดังกรณีโปรตุเกส ห้ามผ่าตัดคลอดโดยไม่จำเป็นเกิน 30% รพ.ใดผ่าตัดคลอดเกินที่กำหนด ในปีแรกเป็นการเตือน ปีที่สองไม่ให้งบประมาณเพิ่ม และในปีที่สามจะ “ตัดงบประมาณ”

    “การผ่าตัดคลอดมีประโยชน์จริงในรายที่จำเป็นในบางกรณีตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่น เด็กตัวใหญ่ อยู่ในท่าผิดปกติ มีภาวะขาดออกซิเจน แม่ตัวเล็ก เชิงกรานแคบ แม่มีภาวะแทรกซ้อน อยากให้คนลดการผ่าตัดคลอดที่ไม่จำเป็น ต้องตระหนักถึงผลร้ายระยะยาวให้มากขึ้น เพื่อลดการสูญเสียในอนาคต” นพ.ภิเศก กล่าว.

    : ข่าวน่าสนใจ :

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ผ่าคลอดอันตรายผ่าตัดคลอดลูกผ่าตัดคลอดคลอดธรรมชาติทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 15:46 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์