เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญในชีวิตของ โค้ชเอก หรือ นายเอกพล จันทะวงษ์ และทีมหมูป่าฯ 11 คน หลังวัดพระธาตุดอยเวา ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย คือ สถานที่พิธีปลงผมนาคบวช เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และอุทิศส่วนกุศลให้ นาวาตรี สมาน กุนัน ทั้งทดแทนพระคุณพ่อแม่ และทดแทนพระคุณเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละอุทิศช่วยเหลือให้ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในวันที่ 24 ก.ค. 61
โดยพิธีเริ่มตั้งเต่เวลา 09.00 น. บรวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บริเวณลานพระธาตุดอยเวา จากนั้นเวลา 15.19 น. ประกอบพิธีปลงผมนาค และเวลา 17.39 น. เป็นพิธีบายศรีสู่ขวัญนาค และทั้งหมดจะนุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดพระธาตุดอยเวา ส่วนพิธีกรรมในวันที่ 25 ก.ค. จะตั้งขบวนแห่นาคไปประกอบพิธีบวชเณรที่พระธาตุดอยตุง โดยตั้งขบวนแห่นาคตามประเพณีล้านนา โดยหลังบวชจะจำวัดที่วัดพระธาตุดอยตุง 1 คืน จากนั้นวันที่ 26 ก.ค.-3 ส.ค. มาจำวัดและปฏิบัติธรรม ทำกิจของสงฆ์ ให้ความรู้ในด้านต่างๆ ที่วัดพระธาตุดอยเวา จนเช้าวันที่ 4 ส.ค. จะลาสิกขา
...
เหตุการณ์บรรพชาและอุปสมบทครั้งนี้ของโค้ชเอก และทีมหมูป่า เป็นภาพแห่งความทรงจำอีกมุมหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขากับความผูกพันวัดพระธาตุดอยเวา เนื่องจาก ก่อนหน้านี้เด็กๆ เคยแค่แวะมาเป็นประจำ หลังซ้อมฟุตบอลเสร็จ แต่สำหรับโค้ชเอกนั้น วัดพระธาตุดอยคำ คือ บ้านอีกหลัง ที่อบอุ่นของเขาและย่า
ความผูกพันระหว่างวัดพระธาตุดอยเวา วัดดังชายแดนแม่สาย กับโค้ชเอกนั้น ย้อนรอยไปเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา พระครูประยุต เจติยานุการ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา เปิดเผยกับไทยรัฐว่า โค้ชเอกถือสัญชาติพม่า เพราะเป็นชาวไทใหญ่ มีบ้านอยู่ใกล้วัดสายเมืองฝั่งพม่า ชีวิตของโค้ชเอกผูกพันกับวัดมาตั้งแต่อายุ 10 ปี หลังพ่อกับแม่เสียชีวิตเลยบวชที่วัดพระธาตุสายเมือง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ต่อมามาเรียนพระปริยัติธรรมที่วัดเสาหิน ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน จนอายุ 20 ปี ก็สึก เพื่อดูแลย่าที่แก่ชรา ออกมาเป็นโค้ช ต่อมามีคนรู้จักชักชวนให้มาช่วยงานที่วัดพระธาตุดอยเวา
ขณะมาช่วยงานที่วัด ท่านรองเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา เผยว่า ทุกวันช่วงเช้าหลังโค้ชเอกทำงานบ้านให้คุณย่าที่ฝั่งพม่าเสร็จ สายๆ ประมาณ 9 โมง ก็จะเดินทางมาที่แม่สาย มาช่วยงานที่วัดพระธาตุดอยเวา มาทำความสะอาดวัด ประสานงานช่วยเหลืองานด้านต่างๆ ในวัด และมาพักอาศัยบางครั้ง โดยแลกกับค่าตอบแทนเล็กน้อยตามเหมาะสมเพื่อนำไปดูแลตัวเองและย่า
...
“โค้ชเอกไปๆ มาๆ อาทิตย์หนึ่ง 4-5 วัน วันไหนมา ทางวัดก็ให้ 200 บาท แต่รวมยอดให้ทีเดียวเป็นอาทิตย์ หรือสองอาทิตย์ให้ที สั่งงานให้ทำไม่เคยบกพร่อง โค้ชเอกเป็นคนดี ซื่อสัตย์ เงินเหลือจากให้ไปซื้อของก็คืนทุกบาท ทุกสตางค์” ท่านรองเจ้าอาวาสวัดพระธาตุเวาชื่นชม
เมื่อทำหน้าที่ในวัดเสร็จ เวลาสักบ่ายสาม โค้ชเอกก็จะปั่นจักรยานไปซ้อมฟุตบอลให้ทีมหมูป่า ส่วนวันเสาร์ อาทิตย์ ถ้าไม่มีอะไรที่วัด ก็จะพาน้องๆ ปั่นจักรยานท่องเที่ยวแบบผจญภัยใน อ.แม่สาย หรือไกลที่สุด คือ สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งห่างจากแม่สายประมาณ 30 กิโลเมตร โดยมีเหตุผล เพื่อฝึกฝนร่างกายเด็กๆ ให้แข็งแรงอยู่เสมอ
...
ซึ่งทีมหมูป่า มักมาแวะชม ไหว้พระที่วัดพระธาตุดอยเวาอยู่บ่อยครั้ง หลังเสร็จจากซ้อมบอล โดยโค้ชเอกจะนำทีมปั่นจักรยานขึ้นมาบนยอดดอยของวัด แม้ทางขึ้นจะลาดชันก็ไม่พ้นความแข็งแกร่งของร่างกาย และจิตใจที่แน่วแน่ของนักเตะตัวน้อยทีมหมูป่า จึงทำให้วัดแห่งนี้มีความผูกพันกับโค้ชเอกและเด็กๆ เป็นอย่างมาก สำหรับนิสัยโค้ชเอกนั้น เป็นคนดีโดยเนื้อแท้ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบตอ่หน้าที่ ไม่ดื่มสุรา ไม่เที่ยวเตร่ ช่วยเหลืองานวัดเป็นอย่างดี ไม่เคยสร้างปัญหาให้ย่า และวัด
...
“ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เป็นคนไม่เที่ยวกลางคืน เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น ช่วยงานวัดสม่ำเสมอ งานที่ได้รับมอบหมาย เรียกได้ว่าไม่มีข้อบกพร่อง อย่างที่รู้กันในวัด โค้ชเอกเป็นคนใจกว้าง เป็นคนที่คอยช่วยเหลือคนอื่น เป็นคนที่แข็งแรง ตั้งแต่โค้ชเอกมาอยู่ที่วัดดอยเวาไม่เคยสร้างปัญหากับวัด ไม่เคยชกต่อย ไม่เคยมีปัญหา ถ้าหลายคนสังเกต ในวัยของโค้ชเอก 25 ไม่ค่อยมีเพื่อน แต่จะมีเด็กๆ ที่ฝึกกีฬาด้วยกัน หรือ ซ้อมกีฬาด้วยกันนี่แหละ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของโค้ชเอก นอกจากคุณย่า และคุณอา” พระครูประยุต เจติยานุการกล่าว
ด้านพระอธิการบุญส่ง โสภณจิตฺโต เจ้าอาวาสวัดเสาหิน ที่โค้ชเอกเคยจำพรรษาถึง 8 ปี เปิดเผยกับทีมข่าวฯ ว่า ได้มาร่วมในพิธีบรรพชาอุปสมบทของโค้ชเอก และทีมหมูป่า 11 คน ตามคำเชิญของเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา นิมนต์มาเป็นสงฆ์ในพิธีบรรพชาอุปสมบท โดยเช้าตรู่วันที่ 24 ก.ค. 61 หลังญาติโยมมาสังฆทานทำบุญที่วัดในตอนเช้าเสร็จสิ้น สายๆ จึงเดินทางมาที่วัดพระธาตุดอยเวา จ.เชียงราย
“หลวงพ่อมาด้วยจิตเมตตา มาให้กำลังใจโค้ชเอก และให้โอวาทพร การเอาตัวรอดในถ้ำ ของโค้ชเอก และเด็กๆ ถือเป็นการปฏิบัติที่ดี ใช้สติสัมปชัญญะในยามคับขันได้ดี จริงๆ การมีมีสติสัมปชัญญะ คนทุกคนมีกันหมด ยามคับขันนำมาใช้ได้ อยู่ทีสติ กับสัมปชัญญะ ถ้าจิตนิ่ง พิจารณากาย เวทนา จิต ธรรม ก็จะเห็นทางออกของปัญหา สำหรับการที่โค้ชเอกนำเด็กๆ ไหว้พระก่อนนอนคืนแรกในถ้ำ นั้นถือเป็นกิจวัตรประจำวันของชาวพุทธที่ดี” พระอธิการบุญส่ง โสภณจิตฺโตกล่าว
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :
ตีลังกามาหาหลวงพ่อทุกที! เจ้าอาวาสเผยถึงโค้ชเอก เหตุต้องสึก รอดชีวิตในถ้ำ
โค้ชเอก กลับสู่วิถีแห่งอารามบอย ช่วยงานบุญที่วัดดอยเวาตามปกติ