คำค้นหา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าว

พรรคพลังประชารัฐ ชู 3 เหตุผลสำคัญ หนุน บิ๊กตู่ เข้าชิงเก้าอี้นายกฯ

คลิปวีดีโอ

กีฬา

เบื้องลึก สารพัดปมคาใจ คดีฆ่ารุมโทรมน้องกิ๊ฟ แฉยาเสียสาว รูโหว่วงการแพทย์? (คลิป)

ไทยรัฐออนไลน์2 มิ.ย. 2561 05:30 น.
SHARE

คดีสะเทือนขวัญ 4 ทรชนอุ้มตัว “น้องกิ๊ฟ” สาววัย 21 ปี ในสภาพหมดสติ ออกจากสถานบันเทิงชื่อดังใน จ.จันทบุรี ก่อนพาขึ้นรถกระบะไปก่ออาชญากรรมทางเพศ กระทั่งเหยื่อเสียชีวิตในที่สุด

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรมะขาม ได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทั้ง 4 คน มาทำการสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหา 3 ใน 4 คน รับสารภาพว่าผลัดกันลงมือข่มขืนน้องกิ๊ฟจริง แต่ไม่ได้มีการวางยา หรือวางแผนมาก่อนล่วงหน้า

แหล่งข่าวในพื้นที่ได้เปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ว่า คดีสะเทือนขวัญในครั้งนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็น “การอำพรางคดี” มากกว่า ซึ่งอาจจะมีมูลเหตุที่ต้องการกำจัด “น้องกิ๊ฟ” ออกจากกลุ่มๆ หนึ่ง ในวงการธุรกิจสีเทาหรือสีดำ โดยมีคนชักใยอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ และอาจจะมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนมาก่อนแล้ว

สำหรับข้อหา ร่วมกันกระทำชำเรา เป็นข้อหาที่เบา แต่หากพิสูจน์พบว่า มีการเตรียมการเพื่อลงมือฆ่า โทษก็จะหนักขึ้น และจะโยงไปถึงบุคคลเบื้องหลังได้ ซึ่งคดีนี้ มองว่า ตำรวจด่วนสรุปไปหรือไม่ ต้องการให้แนวทางคดีมุ่งไปในเรื่องข่มขืนกระทำชำเรา และปัดประเด็นอื่นออกไปหรือเปล่า?

จากประสบการณ์ในการทำงานของแหล่งข่าวในพื้นที่ มองว่า การทำงานของตำรวจในคดีนี้ค่อนข้างผิดสังเกต ที่น่าแปลกใจคือ คดีนี้ตำรวจไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปพูดคุยกับผู้ต้องหา แต่หากเป็นคดีอื่นๆ ก็จะสามารถสอบถาม หรือพูดคุยกับผู้ต้องหาได้

รวมทั้ง เรื่องเงินในบัญชีของผู้เสียชีวิตก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสงสัย เนื่องจาก น้องกิ๊ฟ เป็นพนักงานขายเครื่องสำอางในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ไม่น่าจะมีเงินหมุนเวียนนับล้านบาทเข้ามาในบัญชี ซึ่งตรวจสอบพบว่ามี 2 บัญชี โดยบัญชีแรกที่ยายของน้องกิ๊ฟพบ มีเงินหมุนเวียนหลักแสนบาท ขณะที่อีกบัญชีหนึ่ง มีเงินหมุนเวียนเป็นหลักล้านบาท

นั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ยายของน้องกิ๊ฟเกิดความสงสัยว่า หากหลานมีเงินมากมายขนาดนั้น เหตุใดจึงต้องโทรศัพท์มาขอเงินจากทางบ้านด้วย และทำไมหลานสาวจึงไม่ส่งเงินมาให้ที่บ้านและลูกใช้บ้าง และมีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่เงินในบัญชีของน้องกิ๊ฟเป็นเงินของคนอื่น โดยที่เอาเงินผ่านทางบัญชีของน้องกิ๊ฟ?

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบถุงยาง 2 ชิ้นที่ใช้งานแล้วในที่เกิดเหตุ แต่กลับส่งแค่ศพมาให้แพทย์ รพ.พระปกเกล้า ชันสูตร ส่วนถุงยางไม่ได้ส่งมาให้แพทย์ จึงทำให้ไม่สามารถระบุดีเอ็นเอได้ และถึงแม้ว่าจะตรวจดีเอ็นเอของผู้ต้องหาแล้ว แต่ไม่เอาถุงยางไปตรวจ ก็ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ จึงไม่มีใครตอบได้ว่า ข่มขืนจริงหรือไม่

และจากการแถลงข่าวล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการออกหมายจับเพิ่มประมาณ 2 คน ซึ่งคาดว่าจะเป็นผู้ชายที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย และมีความเป็นไปได้ว่า ผู้เสียชีวิตอาจจะไม่ได้ถูกข่มขืนแค่ 3 คน โดยเจ้าหน้าที่มั่นใจว่า น่าจะมีมากกว่านี้ และอาจจะมีการข่มขืนจนตาย ซึ่งอยู่ระหว่างหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เคสนี้ค่อนข้างใช้เวลาในการชันสูตรนาน เนื่องจากว่า ต้องตรวจว่าผู้เสียชีวิตถูกมอมยาอะไร และยังต้องตรวจหาสารเสพติดด้วย ซึ่งทางญาติให้นำศพมาตรวจที่ รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี ก่อน หากผลชันสูตรไม่เป็นที่น่าพอใจก็จะส่งไปตรวจที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ แทน

เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ของ น้องกิ๊ฟ และกลุ่มผู้ต้องหานั้น แหล่งข่าวในพื้นที่ ระบุว่า น้องกิ๊ฟรู้จักกับ 1 ใน 4 ผู้ต้องหา แต่ไม่แน่ใจว่าสนิทกันแค่ไหน และจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมนั้น ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนไม่ได้มีคดีร้ายแรง จะมีแค่เพียงการชกต่อยเท่านั้น ส่วนตัวละครล่าสุดที่โผล่ออกมา ค่อนข้างมีพิรุธ คาดว่าน่าจะรู้อะไรดีๆ รวมทั้ง เชื่อว่ามี 1 ในผู้ต้องหา พร้อมจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะเฉลยปริศนาทั้งหมด

สำหรับอีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือเรื่อง "ยา" ที่ใช้ก่อเหตุ... 

เนื่องจากปัจจุบัน ยาบางชนิด ที่แม้จะถูกเพิ่งถอนตำรับยาไปแล้ว ยังมีทั้งการผลิตและขายในประเทศเรากันอย่างโจ๋งครึ่ม แล้วจะไปนับประสาอะไรกับ ยาอันตรายบางชนิด ที่แม้ตามตัวบทกฎหมาย จะมีข้อห้ามเรื่องการจำหน่าย การตรวจสอบ รวมถึงบทลงโทษ สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนเอาไว้อย่างชัดเจน จะถูกลักลอบนำออกมาขายให้กับกลุ่มมิจฉาชีพแบบใต้ดิน จนเกลื่อนไปทั่วทั้งเว็บไซต์ ในประเทศไทย ยุค 4.0 ของรัฐบาลลุงตู่ เช่นในปัจจุบันนี้!”

ไม่เชื่อ ใช้ Google ค้นหาดูสิ ขายกันจะจะ ขายกันเห็นๆ เย้ยกฎหมายของประเทศ แบบชัดเจน FULL HD กันเลยแหละ!

แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งคลุกคลีตีโมงในวงการแพทย์ของประเทศไทยเรามาเป็นเวลานาน เริ่มต้นการสนทนาอย่างเผ็ดร้อนกับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

แล้ว ไอ้เจ้ายาเจ้าปัญหา ที่กำลังพูดถึงอยู่นี้ มันคือ ยา อะไรกันล่ะ? แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ คงกำลังนึกสงสัยอยู่ในใจ

ใช่แล้ว...มันคือ ยา ที่กำลังร้อนแรง และเป็นที่พูดถึงในวงกว้างอยู่ในเวลานี้ นั่นก็คือ “ยาเสียสาว” ยาที่อาจเป็นต้นเหตุการเสียชีวิตของเหยื่อสาว จากน้ำมือ 4 เดนทรชน ที่ถูกสาปแช่งทั่วทั้ง 10 ทิศ จากพี่น้องชาวไทยอยู่ในเวลานี้

ยา ที่ทำให้เหยื่อ หลับ สะลืมสะลือ ครองสติไม่ได้ หรือถึงขั้นลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ก่อนที่จะสลบเพราะฤทธิ์ยา และที่สำคัญ หากมันถูกใช้ในปริมาณที่มากเกินไป ก็อาจทำให้เหยื่อเสียชีวิต เพราะระบบหายใจล้มเหลว!

ยาเสียสาย มีขายกันเกร่อ ไร้การควบคุม ทั้งๆที่มีกฏหมายห้ามชัดเจน

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง “เจ้ายาเสียสาวตัวนี้” หรือ ชื่อจริงในวงการแพทย์ คือ อัลปราโซแลม (Alprazolam) หรือ ซาแน็กซ์ (XANAX) นี้ ได้ถูกคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ประกาศให้เป็น วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ซึ่งห้ามผลิต ขาย นำเข้า ส่งออก ยกเว้นกระทรวงสาธารณสุข หรือผู้ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข เท่านั้น หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุก 5-20 ปี และ ปรับตั้งแต่ 100,000–400,000 บาท ตั้งแต่ วันที่ 17 มิถุนายน 2556 หรือเกือบ 5 ปีที่ผ่านมาแล้ว!

แล้วเหตุไฉน มันจึงมีการขายกันเกร่อ จนไปตกอยู่ในมือเดนทรชน จนสามารถนำไปใช้ก่อเหตุสะเทือนขวัญพี่น้องชาวไทยได้กันล่ะ? ทีมข่าวฯ ตั้งคำถาม

จริงๆ แล้ว วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทพวกนี้ หากทำตามระเบียบจะต้องมีเอกสารกำกับชัดเจน ทั้งในเรื่องการสั่งซื้อ การครอบครอง และปริมาณที่อยู่ในความครอบครอง ทั้งต้นทางและปลายทาง

เพราะมันเป็นยาที่อนุญาตให้ใช้เฉพาะภายในสถานพยาบาล เท่านั้น

คำถามสำคัญ มันหลุดออกมาจากสถานพยาบาล ได้อย่างไร?

แต่แน่นอน แม้ในทางทฤษฎีจะมีการออกแบบระบบ เพื่อป้องกันเอาไว้เป็นอย่างดีแล้ว แต่ในเมื่อผู้ควบคุมระบบเป็น มนุษย์ มันย่อมมีช่องโหว่

จำกรณี การทุจริตยาแก้ไข้หวัด ซึ่งมีส่วนผสมของซูโดอีเฟดรีน ที่ รพ.บางแห่งมีการสั่งซื้อในปริมาณมากจนผิดสังเกต กระทั่งที่สุดเมื่อลงไปทำการตรวจสอบ จึงถึงบางอ้อ ว่า ส่วนหนึ่งมันได้ถูกแอบลักลอบนำออกไปขายให้กับขบวนการค้ายาเสพติด จนกลายเป็นข่าวโด่งดังเมื่อหลายปีก่อนกันได้ไหม? กรณีนี้ก็น่าจะใกล้เคียงกัน

เห็นไหมว่า เรื่องแบบนี้ ไม่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นไม่ได้! และแน่นอน มันคงเป็นไปไม่ได้ ที่บุคลากรทางแพทย์บางส่วน จะไม่รู้! ไม่เห็น!

คิดกันง่ายๆ ตามขั้นตอน เมื่อมีการสั่งซื้อยาในแต่ละครั้ง บริษัทยา จะต้องมีเอกสารควบคุมกำกับจำนวน และปริมาณที่แน่ชัด แนบมาพร้อมกับยาในแต่ละะลอต ก่อนเคลื่อนย้ายมายังสถานพยาบาลต่างๆ ที่ทำการสั่งซื้อ และเมื่อมาส่งที่ สถานพยาบาล เรียบร้อยแล้ว ทางสถานพยาบาล มีหน้าที่ต้อง แจ้งจำนวนสต๊อกที่มีอยู่ในขณะนั้น ให้กับ อย. ได้รับทราบ ว่า ตอนนี้รับเข้ามาเท่าไหร่? และ มีคงเหลือในสต๊อกเท่าไหร่? เพื่อทำการเช็กยอดที่แน่ชัด

หลังจากนั้น อย. อาจจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสุ่มตรวจ ตามสถานพยาบาลต่างๆ เพื่อตรวจสอบว่า จำนวนที่มีอยู่จริงนั้น ตรงกับที่แจ้งทาง อย.หรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มยาชนิดนี้ หลุดออกมาสู่ภายนอกได้

ฟังดูเหมือนจะรัดกุมใช่ไหม?

แต่เราต้องไม่ลืมนะว่า การหมุนเวียนเข้าออก ยา ตามสถานพยาบาลในแต่ละวัน ล้วนแล้วแต่เป็นลอตใหญ่ๆ ทั้งสิ้น และบางสถานพยาบาล นานๆ ครั้ง หรืออาจเกือบ 1 ปี จึงจะมีการตรวจสต๊อกยายอดปัจจุบันกันสักที ก็มี

ฉะนั้น รอยรั่วมันย่อมมี!

ราคายั่วใจ ไม่แปลก คนทำ จึงกล้าเสี่ยง แผงเดียวได้แล้วเนอะๆ 5พัน

ง่ายๆ เลย แค่หยิบออกมาสักแผงสองแผงจากคลังยา ใครจะไปรู้ ยิ่งหากสถานพยาบาลไหน มีการตรวจเช็กสต๊อกไม่ดีพอ เรื่องแบบนี้มันย่อมเกิดขึ้นอยู่แล้ว

และสิ่งสำคัญที่ต้องไม่ลืม คือ ยาพวกนี้ เวลาที่มันหลุดจากสถานพยาบาลแต่ละแห่งไปสู่โลกภายนอก มันก็คงไม่ได้ออกไปในปริมาณที่สูงนัก เพราะพวกมิจฉาชีพที่จะนำยาประเภทนี้ไปใช้ มันก็คงไม่ได้ใช้อะไรกันมากมายอะไร พูดง่ายๆ ก็คงเหมือน พวกน้ำค่อยๆ ซึมลงบ่อทรายนั่นแหละ

แต่หากถามว่า หากมันหลุดออกจาก สถานพยาบาลแต่ละแห่งในปริมาณไม่สูงนัก แล้วจะมีขายกันอย่างแพร่หลายเช่นในปัจจุบันได้อย่างไรนั้น ง่ายๆเลย แม้ว่าจะหลุดออกมาจาก สถานพยาบาล ต่อแห่งในปริมาณไม่สูงมากนัก แต่สถานพยาบาลทั่วทั้งประเทศเรา มันมีรวมกันกี่แห่งล่ะ...ทุกวันนี้ 1 อำเภอ มีสถานพยาบาลอย่างน้อย 2 แห่ง เข้าไปแล้ว...?

นอกจากนี้ แม้ว่า การผลิตยาชนิดนี้ โรงงานผลิตในประเทศเรา ต้องผลิตตามใบสั่งซื้อ รวมถึงต้องสำแดงการซื้อส่วนประกอบต่างๆ ที่จะนำมาใช้สำหรับการผลิตในแต่ะลอต และจะต้องมีเจ้าหน้าที่ออกไปคอยตรวจสอบควบคุม

แต่เราก็คงไม่ลืมนะว่า การตรวจสอบนั้น ก็ตรวจสอบโดย คน อีกเช่นเดียวกัน

เช่นนั้น มันเป็นไปได้หรือไม่ว่า โรงงานแห่งหนึ่ง อาจจะผลิตยามาสัก 10 ลอต แต่ขายตามใบสั่งออกไปเพียง 9 ลอต ฉะนั้น ไอ้ 1 ลอตที่เหลือ มันไปอยู่ที่ไหน? และมันถูกนำไปขายที่ใดกันล่ะ?

หากถามว่า คนที่ร่วมขบวนการเหล่านี้ ไม่หวาดกลัวกฎหมายที่บังคับใช้กันอยู่หรือ?

งั้น ผมขอถามกลับไปว่า... แล้วหาก ผลตอบแทน มันคุ้มค่าความเสี่ยงล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น...?

ผมไม่ทราบตัวเลขที่ชัดเจนนะ...แต่เบื้องต้นเท่าที่ทราบ ยาประเภทนี้ ต่อเม็ดตกอยู่ที่หลัก 10 กว่าบาท 1 แผงก็อาจจะราคาเพียงประมาณ 500 กว่าบาทเท่านั้น แต่เท่าที่เห็น ขายกันตามเว็บไซต์ต่างๆ ตกอยู่ที่ราคาประมาณ ชุดละ 1,500 บาท

เอาง่ายๆ แอบหยิบมาสักแผง ก็น่าจะเอาไปขายได้ สัก 5,000 บาท ต่ำๆ แล้ว! แบบนี้คุ้มเสี่ยงไหม? ก็ลองคิดกันดู

อีกกรณีหนึ่ง ที่ทำให้ ยาเสียสาว ตกไปอยู่ในมือแก๊งมิจฉาชีพ ก็คือ การลักลอบนำยาชนิดนี้มาจากต่างประเทศ ประเด็นนี้ ต้องยอมรับว่า ยาแต่ละชนิด แต่ละประเทศ ก็มีการออกกฎหมายเพื่อควบคุมไม่เหมือนกัน ฉะนั้น หากมีการสั่งซื้อยาชนิดนี้ทางออนไลน์ ในประเทศที่ไม่มีการออกกฎหมายเพื่อควบคุม เฉพาะแค่การสั่งซื้อดังกล่าว มันก็ไม่ถือว่าเข้าข่ายกระทำความผิดอะไรใช่ไหม?

แถมเมื่อเป็นการส่งมาทางพัสดุ ใครจะรู้กันล่ะ ว่าในกล่องพัสดุมันมีอะไรอยู่ จริงไหม? ฉะนั้น แม้นว่าในประเทศปลายทางที่รับพัสดุยาที่อยู่ในกล่อง มันจะมีกฎหมายห้าม แต่คำถามคือ ใครจะรู้กันล่ะ?

ทั้งหมดที่ร่ายยาวมาจนถึงบรรทัดนี้ น่าจะเป็นคำตอบได้หรือยังว่า เพราะเหตุใด ยาเสียสาว ยาที่มีอันตรายถึงชีวิต จึงต้องมีคำสั่งจากแพทย์จึงจะนำไปใช้ได้ มันจึงมีขายกันเกลื่อนไปหมด ในประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็น ประเทศยุค 4.0

เอากันถึงขนาดที่ว่า กลุ่มยาชนิดนี้ ในหมู่ชาวต่างประเทศที่นิยมเสาะแสวงหาอะไรมาทำให้สมองล่องลอยไม่ต่างจากยาเสพติด เจาะจงมาเที่ยวในงานปาร์ตี้ชื่อดังของภาคใต้เรา เพราะรู้ว่าสามารถหาอะไรแบบนี้ได้ก็แล้วกัน

แล้วที่สำคัญ 4 ทรชนที่ลงมือกับ เหยื่อสาวเคราะห์ร้าย ดูจากพฤติกรรมแล้ว ไม่ใช่การลงมือในลักษณะนี้เป็นครั้งแรกแน่นอน เพราะอาจหาญถึงขั้นอุ้มหญิงหมดสติผ่านฝูงชน นี่ยังไม่รวมถึงเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ ที่เกิดขึ้นในหลายๆ พื้นที่ของประเทศอีกล่ะ...!

ฉะนั้น สิ่งที่น่าแปลกก็คือ...ในเมื่อประเทศเรามีกฎหมายและบทลงโทษ เพื่อควบคุม การซื้อขายยาประเภทนี้เอาไว้อย่างชัดเจนแล้ว แต่เหตุไฉน มันจึงสามารถหาซื้อได้ง่ายดาย ไม่ต่างจากซื้อยาพาราเซตามอล ซึ่งแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับเราได้ถึงเพียงนี้

อะไรมันคือปัญหา...กันแน่ กฎหมาย ระบบ หรือว่า คน?

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

15 นาที สิ้นสติ คดีทรชนฆ่าข่มขืนน้องกิ๊ฟ โอกาสสูงใช้ยาเสียสาว

ปริศนาเงิน 1 ล้าน! แกะรอยบัญชีน้องกิ๊ฟ เหยื่อเดนทรชน โยงธุรกิจอะไร?

10 ข้อสงสัยอุ้มรุมโทรมน้องกิ๊ฟ บึ่ง 37 กม. ไม่เข้าม่านรูด แจ้งจับตัวเอง?

ครีมเงินล้าน อุ้มเข้าล้งรอสร่าง บริสุทธิ์ใจแจ้งความ? เฉลยคำตอบคาใจคดีน้องกิ๊ฟ (คลิป)

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้องกิ๊ฟอุ้มสาวจากผับอุ้มสาวข่มขืนจันทบุรีทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้