วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปริศนาเงิน 1 ล้าน! แกะรอยบัญชีน้องกิ๊ฟ เหยื่อเดนทรชน โยงธุรกิจอะไร?

ปริศนาเงิน 1 ล้าน! แกะรอยบัญชีน้องกิ๊ฟ เหยื่อเดนทรชน โยงธุรกิจอะไร?

  • Share:

จากคดี 4 ทรชนอุ้ม “น้องกิ๊ฟ” สาววัย 21 ปี ออกจากผับดังใน จ.จันทบุรี ก่อนพาไปข่มขืนในล้งผลไม้แห่งหนึ่ง กระทั่งเสียชีวิตนั้น ยังคงมีหลายปมที่ยังไม่คลี่คลาย หนึ่งในนั้นก็คือ เรื่องสมุดบัญชีของน้องกิ๊ฟที่มีเงินเข้า-ออก หลักล้านบาท

ก่อนหน้านี้ นางแตงอ่อน คีรี อายุ 65 ปี ชาว อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งเป็นยายของน้องกิ๊ฟ ได้พบสมุดบัญชีหลายเล่ม โดยมีชื่อของ น้องกิ๊ฟ เป็นเจ้าของบัญชี ซึ่งแต่ละเล่มมีเงินเข้า-ออก ตามปกติไม่ได้ผิดสังเกต แต่มีอยู่เล่มหนึ่ง เป็นเล่มที่มียอดรายการบัญชีน่าสงสัยมากที่สุด

โดยมีรายการเงินเข้าบัญชีล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 61 จำนวน 1,096,966.87 บาท และถอนออกในวันเดียวกัน จำนวน 1,098,262.56 บาท คงเหลืออยู่ในบัญชี จำนวน 2.50 บาท

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ได้มีการทำรายการล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 59 มียอดเงินคงเหลืออยู่ในบัญชี จำนวน 1,298.19 บาท และยังไม่ได้ปิดบัญชี

สำหรับหน้าที่การงานของน้องกิ๊ฟนั้น เป็นเพียงพนักงานขายเครื่องสำอางในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเงินเดือนราว 12,000-13,000 บาท และขายเครื่องสำอางออนไลน์เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

รวมทั้ง น้องกิ๊ฟยังเคยขอยืมเงินจากครอบครัวหลายครั้ง และถึงแม้ว่าจะมีเงินมากมาย แต่เหตุใดจึงไม่ส่งมาให้ครอบครัวและลูกวัย 4 ขวบของน้องกิ๊ฟบ้าง ทำให้ยายของน้องกิ๊ฟ เกิดความเคลือบแคลงใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับแหล่งข่าวท่านหนึ่ง ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านการสืบสวนเส้นทางการเงิน จะช่วยวิเคราะห์ทีละเปลาะว่า มีความเกี่ยวโยงกับเรื่องใดได้บ้าง

แหล่งข่าว เริ่มอธิบายขั้นตอนตามกฎหมาย ว่า ประชาชนคนใดก็ตามที่เข้ามาทำธุรกรรมทางการเงินที่ธนาคารตามวงเงินที่กำหนด คือ

- ฝาก-ถอน เงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป
- ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ 700,000 บาทขึ้นไป
- ธุรกรรมต้องสงสัย เช่น ประวัติของลูกค้า แต่งตัวซอมซ่อมีเงินฝากเป็นแสนเป็นล้าน ดูสถานะทางกายภาพแล้วไม่น่าจะใช่เจ้าของเงิน หรือทำธุรกรรมที่ต้องปกปิดอำพราง ซึ่งก็จะมีวิธีการสังเกตของธนาคารอยู่

จากนั้น ธนาคารจะส่งรายงานมายังคลังข้อมูลของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

หรืออีกกรณีหนึ่ง เกิดจากคนใกล้ชิดหรือมีเหตุการณ์ต่างๆ อันน่าสงสัยว่า บุคคลนี้ มีเส้นทางการเงินผิดปกติ มีทรัพย์สินเกินฐานะ มีเงินหมุนเวียนปีละ 10-100 ล้าน สงสัยว่าอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และแจ้งเข้าไปที่ ปปง. เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ว่า บุคคลดังกล่าว ทำธุรกรรมทางการเงินเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง เช่น การพนัน ยาเสพติด หรือความผิดอื่นๆ

นอกจากนี้ การที่มีเงินในบัญชีเข้า-ออกจำนวนครั้งละมากๆ นั้น สังเกตได้ว่า หากเป็นสุจริตชนก็ต้องทำในบัญชีตัวเองหรือบัญชีของบริษัท เช่น นาย ก. ทำงานห้าง มีคนให้ไปเปิดบัญชี โดยจะมีค่าตอบแทนให้ร้อยละเท่านี้ และเอาบัตรเอทีเอ็มมา หรือให้ นาย ก. ไปถอนเงินตามคำสั่ง

และทางเจ้าหน้าที่จะไล่ตรวจว่า เงินในบัญชีดังกล่าวถูกโอนมาจากแหล่งใด และจะโอนต่อไปยังบัญชีใด โดยจะไล่ตรวจสอบไปเรื่อยๆ สามารถตามเช็กได้ว่ามีเส้นทางอย่างไร

ทั้งนี้ หากเป็นกรณีการเปิดบัญชี เพื่อรับเงินและโอนเงินต่อ จะเข้าข่ายเรื่องการฟอกเงิน ซึ่งบุคคลนี้ไม่ได้กระทำความผิด แต่ยอมที่จะใช้ หรือสนับสนุน หรือใช้ให้เขา หรือเป็นผู้ถูกกระทำ ซึ่งจะเข้าข่ายการฟอกเงิน คือ ถ่ายโอน ปกปิด อำพรางให้ผู้อื่น ในขณะที่รู้หรือภายหลังรู้แต่ก็ยังทำ แต่บุคคลนี้อาจจะไม่มีความผิดมูลฐานที่เกิดขึ้น เพราะตัวเองมีหน้าที่แค่รับโอนเงินและได้ค่าจ้าง

สำหรับประเด็นสมุดบัญชีของน้องกิ๊ฟนั้น แหล่งข่าว ระบุว่า ต้องวิเคราะห์จากประเด็น ดังต่อไปนี้

1. สมุดบัญชีมีการอัพเดตทุกวันหรือไม่?
2. เงินเข้า-ออก ลักษณะเป็นอย่างไร ครั้งละหลักพัน หลักแสน หรือหลักล้านบาทก้อนเดียวเลย?
3. และจึงไปตรวจสอบต่อว่า ผู้ที่นำเงินมาเข้าบัญชีนี้ คือใคร? เช่น เป็น นาย ก. ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือการพนัน หรือจะเป็นเรื่องการหักหลัง มูลเหตุต่างๆ มีโอกาสเป็นไปได้

“นอกจากนี้ จะต้องสืบสวนด้วยว่า เจ้าของบัญชี เป็นคนอย่างไร ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหรือไม่ มีรถกี่คัน รวมทั้งเพื่อนที่ไปด้วยกันมีความสัมพันธ์แค่ไหนอย่างไร เพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์” แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน อธิบาย

หลังจากที่แหล่งข่าวได้เห็นรูปภาพรายการในสมุดบัญชีของน้องกิ๊ฟ ในเบื้องต้นพบว่า ยอดเงินเข้าล่าสุดเป็นช่วงต้นปี โดยเป็นการทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงกิ้ง ซึ่งมีเงินเข้ามาแล้วโอนออกเลยในวันเดียวกัน และที่น่าสังเกตก็คือ มีการโอนเงินที่มีลักษณะเป็นโค้ด หรือเป็นเศษสตางค์ เช่น 12,322.69 บาท 254,786.85 บาท

จึงมองว่า อาจจะมีความเกี่ยวข้องในเรื่องของการพนัน ลักษณะเงินเข้ามาแล้วออกเลย เหมือนว่า แทงเข้าไปต้องใส่โค้ด โอนเวลาเท่านี้ 1,020 บาทจะได้รู้ว่ายอดนี้ใครเป็นคนโอน เหมือนกับเวลาแทงหวยในเว็บไซต์ออนไลน์ เวลาชำระเงินจะให้ยูสเซอร์โอนเงินตามยอดเศษสตางค์ และยอดเงิน 1 ล้านกว่าบาทที่ถอนออกไปนั้น ก็เป็นยอดที่มีเศษสตางค์ด้วย แต่หากกรณีที่เป็นบัญชีปกติทั่วไปแล้ว จะไม่ถอนออกเป็นเศษบาทและเศษสตางค์

นอกจากนี้ สิ่งที่ยังเป็นข้อสงสัยอยู่ นั่นก็คือ เจ้าของบัญชีเป็นพนักงานขายเครื่องสำอางในห้างสรรพสินค้า และขายของออนไลน์ด้วย เงินจำนวนที่เป็นเศษจะหมายถึงค่าคอมมิชชั่นหรือไม่ รวมทั้งบัญชีนี้การทำธุรกรรมหายไป 1 ปี จึงต้องดูว่า เจ้าของบัญชียังมีบัญชีอื่นๆ อีกหรือไม่ เพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์

อย่างไรก็ดี สำหรับรหัสรายการที่ระบุไว้ว่า มียอดเงิน 1 ล้านบาทนั้น ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร ทราบว่า รหัสรายการ ACM หมายถึง รวมยอดฝาก/ถอน สะสม ก่อนวันที่ลงสมุดเงินฝาก โดยในกรณีที่หากบัญชีมีรายการเคลื่อนไหวในบัญชีตั้งแต่ 30 รายการขึ้นไป และไม่ได้ปรับสมุดเป็นระยะเวลานาน ทางธนาคารจะบันทึกรายการเป็นยอดรวม

ส่วนโค้ดข้างหลังรายการส่วนใหญ่จะเป็นรหัสของผู้ทำรายการหรือสำนักงานใหญ่ ดังนั้น หากเจ้าของบัญชีประสงค์จะเรียกดูการทำรายการย้อนหลังโดยละเอียด ต้องขอ Statement จากทางธนาคาร

เป็นที่น่าสังเกตว่า รายการล่าสุดในสมุดบัญชี คือ เดือน ม.ค. 61 และรายการก่อนหน้านั้น คือ เดือน มิ.ย. 59 รวมระยะเวลาห่างกัน 18 เดือน ที่มีเงินหมุนเวียนเข้าออกบัญชีของน้องกิ๊ฟ จำนวน 1,096,966.87 บาท คิดเฉลี่ยเดือนละ 60,942.55 บาท มีความเชื่อมโยงการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือไม่.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

15 นาที สิ้นสติ คดีทรชนฆ่าข่มขืนน้องกิ๊ฟ โอกาสสูงใช้ยาเสียสาว

เบื้องลึก สารพัดปมคาใจ คดีฆ่ารุมโทรมน้องกิ๊ฟ แฉยาเสียสาว รูโหว่วงการแพทย์? (คลิป)

10 ข้อสงสัยอุ้มรุมโทรมน้องกิ๊ฟ บึ่ง 37 กม. ไม่เข้าม่านรูด แจ้งจับตัวเอง? 

ครีมเงินล้าน อุ้มเข้าล้งรอสร่าง บริสุทธิ์ใจแจ้งความ? เฉลยคำตอบคาใจคดีน้องกิ๊ฟ (คลิป)

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้