กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

เหยี่ยวรัตติกาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เซนต์ลุยเดี่ยวเข้ามาท้าทายอำนาจของนายพิเชษฐ์หลังโดนมือปืนดักทำร้าย พิเชษฐ์ทราบดีว่าเป็นฝีมือลูกชายแต่ไม่จำเป็นต้องอธิบาย ได้แต่เก็บความแค้นเคืองเอาไว้เพื่อรอวันชำระ โดยหวังว่าอาจารย์มังโซจะกำจัดทั้งเซนต์และนางเหยี่ยวให้ตนได้

เรวดีแอบดีใจที่ความสัมพันธ์ของเซนต์กับราตรีจบลง ส่วนเซนต์ที่ผิดหวังเสียใจก็หันมามุ่งมั่นทำงานเพื่อให้ลืมความเศร้า จุดหมายของเขาคือโค่นล้มองค์กรของนายพิเชษฐ์ให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันเหยี่ยวรัตติกาลก็คอยข่มขู่วายร้ายอย่างพิเชษฐ์อยู่ด้วย

ราตรีกับวีรชาติพบกันบ่อยขึ้น ขณะที่เซนต์ยังคงคิดถึงราตรีอยู่ตลอด เขามักมากินอาหารร้านเดิมที่เคยมากับราตรี และบางทีก็พาเรวดีมาด้วย จนวันหนึ่งทั้งสี่คนก็มาเจอกันโดยบังเอิญ เซนต์เห็นอดีตคนรักควงชายคนอื่นก็หม่นหมอง ต่างจากราตรีที่เก็บความรู้สึกเก่ง ทั้งที่เธอยังรักและเป็นห่วงเซนต์อยู่เสมอ

ราตรีฝึกพลังเหยี่ยวจนสามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นใครก็ได้ เธอปลอมตัวไปสืบข่าวจากเรวดีและบุกไปเอาข้อมูลของนายพิเชษฐ์ออกมาได้สำเร็จ และแอบส่งข้อมูลให้เรวดีเพราะไม่อยากเจอเซนต์โดยตรง

หลังจากนั้นไม่นานเซนต์กับก้องเกียรติบุกโกดังเก็บยาของนายพิเชษฐ์ตามข้อมูลที่ได้มาจากราตรี ทำให้นายพิเชษฐ์แค้นมาก บุกยิงเรวดีและเศรษฐาบาดเจ็บ แต่นางเหยี่ยวตามมาช่วย มังโซที่รอจัดการนางเหยี่ยวอยู่แล้วใช้ธนูมนตร์ยิงแต่นางเหยี่ยวหลบได้ทัน มังโซรู้ว่าตนกำลังจะพ่ายจึงรีบหนีไปพร้อมซาเอะ

ราตรีเปลี่ยนตัวเองเป็นพยาบาลเข้าไปใช้พลังเหยี่ยวช่วยรักษาเรวดีที่ถูกยิงบาดเจ็บจนอาการดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ แต่กับเศรษฐาที่บาดเจ็บสาหัสเธอยังไม่มีโอกาสเข้าถึง จนเมื่อเธอเปลี่ยนตัวเองเป็นเซนต์จึงได้เข้าไปในห้องรักษาเศรษฐา ก่อนจะกลับคืนร่างเดิมของตนอยู่ข้างเตียงคนไข้

แค่เพียงราตรีสัมผัสมือเศรษฐาที่นอนไม่รู้สึกตัวเพื่อทำการรักษาด้วยพลังพิเศษของนางเหยี่ยว เธอกลับพบว่าเศรษฐาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่รู้เห็นมาตลอด ฉากหลังเขาเป็นพวกนายพิเชษฐ์ ต้องการความร่ำรวยโดยทำสิ่งผิดกฎหมาย นั่นหมายความว่าเขาทรยศต่อแผ่นดิน เธอจึงไม่อาจช่วยชีวิตคนชั่วได้ ปล่อยให้เขาเผชิญชะตากรรมด้วยตัวเอง

ผู้กองเดชศักดิ์ได้รับมอบหมายจากเศรษฐาก่อนที่เขาจะถูกยิงบาดเจ็บสาหัสให้มารับช่วงทำคดีเหยี่ยวรัตติกาลที่ผู้กองเซนต์กับอัยการเรวดีทำอยู่ แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า เดชศักดิ์จึงต้องมาขอข้อมูลจากราตรีเพราะเธอเคยได้รับความช่วยเหลือนางเหยี่ยวเป็นคนแรกๆ

เมื่อมีเหตุการณ์นางเหยี่ยวฆ่าคนตายขึ้นมาอีก โดยหนังสือพิมพ์อธิปไตยพาดหัวข่าวว่า “เหยี่ยวรัตติกาลจัดการกับคนร้ายอย่างสาสม ช่วย ผบ.เศรษฐากับอัยการเรวดีไว้ทันท่วงที” เดชศักดิ์ยิ่งต้องเดินทางมาพบราตรีอย่างเร่งด่วน

“ผมว่าหนังสือพิมพ์ของคุณลงข่าวสนับสนุนเหยี่ยวรัตติกาลเกินไป”

“หนังสือพิมพ์ของเราลงข่าวตามความจริงค่ะ หรือคุณเดชศักดิ์ว่าไม่จริง”

“อย่าลืมนะครับว่าเหยี่ยวรัตติกาลเป็นอาชญากรหนีคดี”

“อย่าลืมนะคะว่านักธุรกิจใช้อิทธิพลโกงกินคนสุจริต ก็เป็นอาชญากรหนีคดีได้เหมือนกัน”

“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับหลักฐานครับ ถ้าไม่มีหลักฐานก็ทำอะไรไม่ได้”

“มีหลักฐานไหมคะว่าหนังสือพิมพ์ของดิฉันลงข่าวบิดเบือนความจริง”

เดชศักดิ์เงียบไปอึดใจ ก่อนบอกว่า “ผมแค่มาเตือนเท่านั้น ไม่อย่างงั้นจะถือว่าสนับสนุนคนร้ายของทางการ มีสิทธิ์ถูกดำเนินคดี”

“คุณเดชศักดิ์อย่าลืมว่าดิฉันเป็นทนายนะคะ ตราบใดที่ดิฉันไม่ได้นั่งกินข้าวสังสรรค์ถ่ายรูปคู่กับเหยี่ยวรัตติกาล คุณทำอะไรดิฉันไม่ได้หรอกค่ะ และถ้าถึงมี ดิฉันอ้างว่าไปสัมภาษณ์เหยี่ยวรัตติกาลมาทำข่าว คุณก็ทำอะไรดิฉันไม่ได้แล้ว”

เดชศักดิ์เถียงไม่ออก ลุกขึ้นเดินออกไป แต่ต้องหยุดชะงักเพราะราตรีเรียกไว้

“เดี๋ยวค่ะ เพราะว่าคุณมาเตือนดิฉันเลยคิดว่าจะออกข่าวทีวีแถมให้ด้วยค่ะ”

ราตรีทำให้เดชศักดิ์อารมณ์เสียหันกลับออกไปโดยเร็ว...ปรากฏว่าราตรีพูดจริง ทำจริง เธอให้สัมภาษณ์นักข่าวอย่างฉาดฉานว่า

“ดิฉันคิดว่าคนอย่างนายพิเชษฐ์เจอคู่ปรับอย่างเหยี่ยวรัตติกาลก็เหมาะสมแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ”

“นี่คือคำกล่าวอย่างชัดเจนจากคุณราตรี บ.ก. หนังสือพิมพ์อธิปไตย ต้องรอดูกันต่อไปว่าฝ่ายคุณพิเชษฐ์จะออกมาโต้ตอบอย่างไร”

จอทีวีดับวูบด้วยมือนายพิเชษฐ์ สีหน้าเขาเรียบนิ่งปราศจากความกลัวเกรง พึมพำว่า “ประกาศตัวแบบนี้ก็ดีแล้ว คุณราตรี”

ด้านวีรชาติที่เป็นห่วงราตรีก็ทักท้วงเธอว่าให้ข่าวท้าทายนายพิเชษฐ์แบบนี้เลยหรือ

“ไนท์ไม่กลัวหรอกค่ะ ใครอยากกลัวหรืออยากเจ๊าะแจ๊ะเผื่อฟลุกรวยทางลัดก็ตามสบาย”

“รู้แล้วว่าเก่ง แต่ก็ต้องระวังตัวด้วยนะ”

“ขอบคุณที่เป็นห่วง...ไปหาอะไรทานกันดีกว่า ไนท์เลี้ยงเอง...เป็นค่าออกอากาศ”

“แน่อยู่แล้ว ต้องมื้อใหญ่ด้วย”

“ได้อยู่แล้ว...แต่เห็นนัฐบ่นว่าน้ำหนักขึ้น พุงชักออกแล้วนะ”

“โห...เล่นดักคอแบบนี้เอง”

ราตรียิ้มชอบใจ ทั้งสองเดินออกไปด้วยกันผ่านพนักงานสองสามคน ต่างมองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทำนองว่าสองคนนี้เหมาะสมกันมาก

หลังอาหารมื้ออร่อยนั้น วีรชาติเตือนราตรีด้วยความหวังดีว่า

“ไนท์น่าจะทำความเข้าใจกันได้แล้วนะไนท์กับผู้กองน่ะ เรื่องนายสินธุตายไม่ใช่จากข่าวรั่วไหล แต่เป็นเพราะนายสินธุเอง ผู้กองไม่ผิด เรื่องจบไปแล้ว”

“จบเดี๋ยวก็เกิดขึ้นใหม่ นายพิเชษฐ์กับพวกมันต้องออกมาบิดเบือนข่าวอีก ตัดปัญหาไปเลยดีกว่า”

“แต่หัวใจสลายทั้งสองคน”

“บางครั้งเรื่องของหัวใจก็ต้องเอาไว้ทีหลัง เรื่องชาติบ้านเมืองต้องมาก่อน แบบนี้ผู้กองจะได้ทำงานอย่างเต็มที่”

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น วีรชาติรับและพูดไม่กี่ประโยคก็วางสาย บอกราตรีว่าอัยการเรวดีจะเปิดการแถลงข่าว เธอเพิ่งถูกยิงมาแท้ๆ ใจเด็ดจริงๆ ราตรีฟังแล้วยิ้มพอใจ แต่ไม่ยอมไปกับวีรชาติเพราะไม่อยากเจอผู้กองเซนต์ แต่จะส่งลูกน้องไปแทน ซึ่งผู้ที่ได้รับมอบหมายก็คืออีทนั่นเอง

ภายในห้องประชุมโรงพยาบาล เรวดีนั่งบนรถเข็นในชุดคนไข้ แขนซ้ายมีที่คล้องแขน ใบหน้ายังมีริ้วรอยกระจกบาดเล็กๆสองสามแห่ง ด้านหนึ่งมีผู้กองเซนต์ยืนอยู่ ด้านหน้าคือนักข่าวหลายคน ทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์

เรวดีเปิดฉากด้วยการออกตัวว่า “ขออภัยที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยและไม่ได้แต่งหน้าสวย ดิฉันอยากจะฝากไปถึงคนที่อยู่เบื้องหลังการกระทำครั้งนี้ว่าเป็นเรื่องจิ๊บๆ”

“และเราจะโต้กลับอย่างรุนแรงเป็นสองเท่า”

สิ้นเสียงของผู้กองเซนต์ บรรดานักข่าวฮือฮา อีทอยู่ในกลุ่มนั้นตั้งคำถามว่า

“คนที่อยู่เบื้องหลังเป็นใคร รู้ไหมคะ”

“รู้ครับ แต่ไม่สามารถบอกได้ เพื่อรักษารูปคดี”

พีทกับทัชมากับอีท สองหนุ่มช่วยกันถ่ายรูปหลายมุม

“นายพิเชษฐ์หรือเปล่าคะ” อีทยิงตรงขึ้นมา

เซนต์นิ่งอยู่อึดใจก่อนบอกว่ายังตอบไม่ได้ เมื่อมีคำถามอีกว่าอาการท่าน ผบ.เศรษฐาเป็นยังไงบ้าง เรวดีตอบเสียเองว่า

“ท่านปลอดภัยแล้ว ต้องขอบคุณเหยี่ยวรัตติกาลที่มาช่วยไว้ได้ทัน”

“ท่านอัยการเคยออกหมายจับเหยี่ยวรัตติกาล แปลกใจไหมคะ ทำไมอยู่ๆเหยี่ยวรัตติกาลถึงมาช่วย”

“คงเป็นเพราะตอนนั้นดิฉันนึกถึงเหยี่ยวรัตติกาลมั้งคะ”

นักข่าวส่งเสียงกันอื้ออึงคาดไม่ถึง เซนต์มองเรวดีคาดไม่ถึงเช่นกัน อีทส่งยิ้มให้เรวดีแล้วอวยพรจากใจว่า

“ในนามของหนังสือพิมพ์อธิปไตย ขอให้หายเร็วๆนะคะ”

เสร็จสิ้นการแถลงข่าว นักข่าวต่างแยกย้ายกันออกจากห้องประชุม เช่นเดียวกับอีท พีท และทัชที่แยกตัวออกมามุมหนึ่ง ก่อนที่เซนต์จะก้าวเข้ามาทักทายทุกคน อีทยิ้มให้อย่างคุ้นเคยแล้วบอกว่าพี่ไนท์ฝากความเป็นห่วงมาถึงทุกคน เธอเป็นกำลังใจให้ทุกคนจัดการนายพิเชษฐ์ให้จบเร็วๆ เซนต์พยักหน้ารับแล้วเลี่ยงออกไปไม่ยอมคุยกับวีรชาติที่เข้ามาทัก

ooooooo

ในที่สุดวาระสุดท้ายของชีวิตเศรษฐาก็มาถึง... ก่อนจะตายเขาได้บอกให้เรวดีไปเอาของสำคัญที่เซฟในธนาคาร แต่ระหว่างทางเธอถูกคนของนายพิเชษฐ์บุกเข้าทำร้าย

โชคดีนางเหยี่ยวตามมาช่วยเรวดีไว้ได้และเก็บของสำคัญที่เอามาจากเซฟไปเพราะกลัวว่าเธอจะเสียใจหากรู้ว่าบิดาเป็นพวกนายพิเชษฐ์ แม้ว่ามันจะเป็นหลักฐานการเอาผิดนายพิเชษฐ์ก็ตาม

เซนต์อดรนทนไม่ไหวเมื่อพิเชษฐ์เหิมเกริมท้าทายกฎหมายหนักข้อขึ้น จึงบุกไปขู่เขาอีกครั้งทำให้มังโซรู้ว่าเซนต์มีพลังนายพรานเลยวางแผนจะเอาเหรียญปลุกเสกมาให้ได้

ฝ่ายเดชศักดิ์ที่พยายามตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาล เขามาหาราตรีอีกครั้งขอให้หยุดเขียนข่าวนางเหยี่ยว ราตรีไม่สนใจ ยังยืนกรานในอุดมคติของตัวเองและภูมิใจที่นักข่าวของตนก็ยืนอยู่บนอุดมการณ์เดียวกัน ทำให้เดชศักดิ์แค้นเคืองแต่ทำอะไรไม่ได้

ก่อนเขากลับไป ราตรียังเตือนด้วยว่าระวังนางเหยี่ยวจะไปหา เดชศักดิ์ปากแข็งบอกว่าไม่กลัวและท้าให้นางเหยี่ยวออกมาจะได้รู้เสียทีว่าเป็นใครแล้วจับดำเนินคดี

ปรากฏว่าไม่ทันข้ามคืนเหยี่ยวรัตติกาลก็มาหาเดชศักดิ์ตามคำท้า ทำให้รู้ว่าเขาเป็นพวกเดียวกับนายพิเชษฐ์ สองฝ่ายเปิดฉากต่อสู้กันดุเดือด เดชศักดิ์ยิงไม่นับแต่นางเหยี่ยวหลบหลีกและตอบโต้ด้วยสองมือทรงพลังหมายเอา ชีวิตเขาให้ได้ แต่ไม่สำเร็จเพราะเซนต์เข้ามาขวางไว้เสียก่อน

สายตาเซนต์แวววับพุ่งเข้าหาเหยี่ยวรัตติกาลทั้งเตะต่อยรุกไล่ นางเหยี่ยวได้แต่ปัดป้อง แต่ทันใดเสียงปืนดังสนั่น ลูกปืนปลิวเข้ามายังร่างทั้งสอง เหยี่ยวรัตติกาลตวัดเหวี่ยงร่างของเซนต์ออกไปพ้นวิถีกระสุนก่อนที่ตัวเองจะกลายเป็นควันพุ่งหายไปในความมืด

เดชศักดิ์ฉุนเฉียวหันมาทางเซนต์ซึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้ด้วยสายตาเยือกเย็น

“คุณไม่น่ามาขัดจังหวะ ผมกำลังจะจับเหยี่ยวรัตติกาลได้อยู่แล้ว”

สิ้นเสียงตำหนินั้น เซนต์ชกโครมเข้าหน้าเดชศักดิ์เต็มๆ เดชศักดิ์โกรธจัดตวัดปืนขึ้นส่องทันที

“คุณต่อยผมทำไม”

“โทษฐานยิงเกือบถูกผม”

“ผมยิง...” เดชศักดิ์จะบอกว่ายิงนางเหยี่ยวแต่ เซนต์ไม่รอฟังให้จบ ผลักอกเขาแล้วเดินผ่านไปขึ้นรถขับออกไป เดชศักดิ์เจ็บใจมองตามด้วยความแค้น

ร่างของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่บนหลังคาตึกมองเห็นรถของเซนต์ขับออกไป หน้ากากบนใบหน้าจางลงเผยให้เห็นความสวยงามของราตรีชัดเจน เธอเบนสายตาไปที่เดชศักดิ์ พึมพำอย่างแค้นเคือง

“ที่แท้ผู้กองเดชศักดิ์รู้จักนายพิเชษฐ์นี่เอง ถึงได้ลุยตามล่าเหยี่ยวรัตติกาล”

ooooooo

สายวันรุ่งขึ้น พิเชษฐ์เรียกซาเอะมากำชับการทำงานอย่างเคร่งเครียด

“คุณต้องทำงานให้ดีกว่านี้ ทางองค์กรใหญ่ไม่พอใจ ดีนะที่มันตายๆกันหมด สาวเรื่องไม่ได้ ไม่งั้นเดือดร้อน”

“ผมเพิ่งรู้ว่าท่านรองศักดิ์สิทธิ์คือพ่อของคุณราตรี บก.หนังสือพิมพ์อธิปไตย”

“คุณคิดจะทำอะไร...ท่านออกจากราชการแล้ว”

“สายรายงานว่าท่านอาจถูกเรียกตัวเข้าเป็นที่ปรึกษาหรือแทนที่ ผบ.เศรษฐา”

“ถ้ายังงั้นเรื่องใหญ่แน่ ท่านรองศักดิ์สิทธิ์เคยเป็นหัวหน้าหน่วยพิเศษปราบอาชญากรข้ามชาติ เราเฉยไว้ก่อนจะดีกว่า ท่านยังมีเส้นสายอยู่ในมือ...กระดูกยังแข็งอยู่”

“เราประกาศสงครามไปแล้ว ทั้ง ผบ.เศรษฐากับอัยการหญิงนั่น ตอนนี้ต้องรุกนะท่านไม่ใช่ถอย นังราตรี บก.หนังสือพิมพ์นั่นจะได้เงียบลงบ้าง”

พิเชษฐ์คิดอึดใจ...ในที่สุดพยักหน้าเห็นด้วย ซาเอะยิ้มพอใจ บอกว่าแล้วตนจะรายงานให้ทราบ

ภายในวันเดียวกันนี้ ซาเอะส่งคนไปดักทำร้ายศักดิ์สิทธิ์และรัตนา พ่อกับแม่ของราตรี แต่ศักดิ์สิทธิ์ไหวตัวเสียก่อนจึงรีบโทร.บอกราตรีให้มาช่วย

ราตรีมาในคราบของนางเหยี่ยวจัดการคนร้าย ตายเรียบ ก่อนจะตามพ่อแม่กลับไปที่บ้านแล้วขอโทษที่ตนเป็นต้นเหตุให้ท่านต้องเดือดร้อน

“ไม่ใช่เพราะลูกหรอก”

“หนูว่าใช่ค่ะ หนังสือพิมพ์อธิปไตยลงข่าวพาดพิงถึงพวกมัน พวกมันเลยใช้วิธีข่มขู่”

รัตนามองหน้าสามีแล้วถอนใจ พูดขึ้นมาชวนให้ราตรีสงสัยว่า “บอกลูกไปเถอะค่ะท่าน”

“บอกอะไรคะ”

“พ่อถูกเรียกตัวอย่างลับๆเข้าไปสานต่องานของ ผบ.เศรษฐา”

“แบบนี้เอง”

“ไม่นึกว่าจะถึงหูพวกมันได้เร็วขนาดนี้”

“แน่อยู่แล้ว...พวกมันมีสายเต็มไปหมด แต่คุณพ่อไม่ต้องกังวลนะคะ หนูคอยระวังให้อยู่แล้ว”

“พ่อหนักใจตรงเจอผู้กองเซนต์”

“ไม่เห็นต้องหนักใจนี่คะ เรื่องมากก็สั่งขังไปเลย”

“คุณพ่อเขาหนักใจที่ต้องทำเป็นไม่รู้เรื่องเหยี่ยวรัตติกาลจ้ะ”

“พ่อกลัวว่าจะเผลอหลุดน่ะลูก”

“ไม่หรอกค่ะ คุณพ่อเก่งจะตาย ซ้อมแอ็กติ้งหน่อยก็โอเคแล้ว อีกอย่างหนูว่าดีค่ะ ผู้กองจะได้ทำงานต่อได้อย่างเต็มที่”

สามคนพ่อแม่ลูกแย้มยิ้มให้กัน ลืมเรื่องสุดระทึกก่อนหน้านี้ไปเสียสิ้น

ooooooo

เวลาเดียวกัน พิเชษฐ์กำลังโวยวายซาเอะที่ทำงานพลาด เขาอยากรู้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลรู้ได้ยังไงว่าเราจะไปเล่นงานใคร

“รังสีของการเข่นฆ่าเป็นสัญญาณที่แรงที่สุด เป็นสิ่งแรกที่เหยี่ยวมันสัมผัสได้ อย่างที่สองคือพลังบุญของบุคคลนั้นๆ”

“อาจารย์พูดอะไร เพ้อเจ้อเกินไปหรือเปล่า ผมไม่เข้าใจ”

มังโซมองซาเอะด้วยสายตาดูถูกแล้วขยายความว่า

“ถ้ามีรังสีเข่นฆ่า แต่คนที่เป็นเป้าหมายพลังบุญหมดเรียกว่าถึงฆาต พลังก็จะอ่อน เหยี่ยวรัตติกาลอาจจะสัมผัสไม่ได้ เช่น ถ้าโจรฆ่าโจรด้วยกัน ไม่มีพลังบุญ เหยี่ยวรัตติกาลก็ไม่ปรากฏตัว”

แต่กลายเป็นซาเอะหัวเราะเยาะบอกว่า “สุดยอดจริงๆอาจารย์ พลังบุญ พลังบาป ขำจริงๆ”

“ไม่เชื่อลองดูก็ได้ ท่านพิเชษฐ์ลองชักปืนมายิงซาเอะดู รับรองว่านางเหยี่ยวไม่มาแน่นอน”

ซาเอะถึงกับเงียบไป พิเชษฐ์สีหน้าเคร่งขรึม ทวงถามมังโซว่า

“แล้วที่อาจารย์เคยคุยไว้ว่าจะให้ผู้กองเซนต์สู้กับเหยี่ยวรัตติกาล เมื่อไหร่ถึงจะเริ่มซะที”

“เราพร้อมที่จะดำเนินการแล้ว เตรียมคนของท่านให้พร้อมก็แล้วกัน”

แผนการของมังโซเริ่มขึ้นหลังจากนั้นไม่นานด้วยการจับเด็กนักเรียนมาเป็นตัวประกันเพื่อล่อหลอกให้เซนต์ออกมาและเอาเหรียญปลุกเสกไป แต่ก่อนเซนต์จะถูกบังคับไปพร้อมเด็กนักเรียนเขาได้โทร.หาก้องเกียรติ บอกให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ก้องเกียรติร้อนใจไปขอคำปรึกษาจากอีท อีทกับทัชจึงวางแผนตามไปช่วยเหลือเซนต์และเด็กๆออกมาอย่างปลอดภัย แต่เหรียญปลุกเสกก็ตกไปอยู่ในมือของมังโซจนได้

ooooooo

พิเชษฐ์ไม่พอใจที่เซนต์รอดไปได้ เขาโทร.ไปต่อว่าซาเอะว่าเหลวอีกตามเคย แต่ซาเอะตอบกลับมาว่าไม่ถึงกับเหลวเพราะอาจารย์มังโซได้เหรียญพลังนายพรานของเซนต์มาทำพิธีเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“ผมยังไม่เห็นเลยว่าจะทำให้ผู้กองเซนต์สู้กับเหยี่ยวรัตติกาลได้ยังไง”

“ไม่จำเป็นต้องรอผู้กองเซนต์หรอกครับ ในเมื่อเรามีเหรียญที่มีพลังอยู่กับมือ ผมจะใส่เหรียญพลังสู้กับเหยี่ยว รัตติกาล...นอกจากว่าอาจารย์มังโซอาสาที่จะลงมือเอง”

“ผมไม่สนว่าใครจะทำ รีบจัดการซะ” พิเชษฐ์ตัดบทและวางสายอย่างหงุดหงิด

เวลาเดียวกันนั้นเอง เซนต์ยังอยู่บนรถกับก้องเกียรติ อีท และทัช...เซนต์บ่นผู้ช่วยที่ไปเอาอีทกับทัชมาเสี่ยงด้วย แต่อีทย้ำว่าตนอาสามาเอง

“ผมนึกไม่ออกเลยโทร.หาคุณอีท แผนคุณอีทยอดมาก ผมเลยยอมครับ”

“นึกอยู่เหมือนกันว่าอยู่ๆก็มีขอทานโผล่มา ขอ ยอมรับว่าเนียนมาก พวกมันจับไม่ได้เลย ขอบคุณมากคุณอีท ทัชด้วย”

อีทกับทัชยิ้มอย่างดีใจที่มีส่วนช่วยงานในครั้งนี้ แต่แล้วทุกคนเพิ่งเห็นว่าเซนต์บาดเจ็บที่แขนแต่แผลไม่ลึก ก้องเกียรติจึงพาผู้กองหลบไปอยู่เซฟเฮาส์และอีทอาสาทำแผลให้ ระหว่างนี้มีการพูดถึงราตรีขึ้นมา ทุกคนล้วนให้กำลังใจเซนต์ว่าราตรียังพูดถึงเขาเสมอ

หลังจากคนอื่นๆพากันแยกย้ายไปหมดแล้ว เซนต์ที่บาดเจ็บเล็กน้อยก็ออกจากเซฟเฮาส์มุ่งหน้าไปยังสำนักงานเพื่อพบเรวดี แต่คาดไม่ถึงว่าจะเจอราตรีคุยอยู่กับเธอ จึงเลี่ยงออกไปก่อน

เรวดีเป็นฝ่ายโทร.หาราตรี เธอขอร้องให้ราตรีบอกเหยี่ยวรัตติกาลนำข้อมูลของพ่อตนมาคืน ราตรี

ไม่รับปากเพราะไม่เกี่ยวข้องกัน แต่จะช่วยลงข่าวให้ ได้ผลหรือไม่ต้องรอดู

หลังจากราตรีกลับไปแล้ว เซนต์ก็กลับเข้ามาสอบถามเรวดีว่าราตรีมาทำไม

“ฉันเชิญคุณราตรีมาเองค่ะ ฉันต้องการให้คุณราตรีติดต่อเหยี่ยวรัตติกาลให้เอาแท่งข้อมูลของคุณพ่อมาคืนน่ะค่ะ เธอบอกว่าจะช่วยลงข่าวให้”

“ดีครับ”

“แล้วเรื่องที่จะบุกทำลายแหล่งทำเงินของนายพิเชษฐ์ล่ะคะ”

“เราวางแผนพร้อมบุกเรียบร้อยแล้วครับ”

“เสียดายที่ฉันไม่มีโอกาสร่วมด้วย”

“เสี่ยงเกินไป ผมต้องการให้คุณอยู่เตรียมฟ้องมันให้ติดคุกหัวโตไปเลย แต่ตอนนี้ผมว่าเราไปฉลองกันดีกว่า”

เรวดีตกลงด้วยความเต็มใจ แต่แล้วขณะพากันไปร้านอาหารเกิดเหตุน่าตกใจ มีชายกลุ่มหนึ่งจับเซนต์กับเรวดีขึ้นรถตู้ไปพบสองนายพลและศักดิ์สิทธิ์ในที่ห่างไกลผู้คนเพื่อหลบหูหลบตาของพวกนายพิเชษฐ์ที่แทรกอยู่แทบทุกจุด

เซนต์กับเรวดีประหลาดใจไม่น้อยเมื่อรู้ว่าศักดิ์สิทธิ์พ่อของราตรีมารับงานต่อจากเศรษฐาที่เสียชีวิตไปแล้ว ศักดิ์สิทธิ์มอบหมายภารกิจต่อไปคือทำลายองค์กรชั่วของนายพิเชษฐ์ให้ได้ทุกวิถีทาง ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด

แยกจากคณะของศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว เรวดีถามหยั่งเชิงเซนต์ว่า

“ดูเหมือนว่าผู้กองจะพบกับท่านรองมาก่อน”

“ครับ ท่านรองศักดิ์สิทธิ์คือคุณพ่อของคุณราตรี คุณเรวดีน่าจะทราบดีอยู่แล้ว”

“ค่ะ...ฉันสืบประวัติคุณราตรีตั้งแต่คุณพ่อมอบภารกิจให้ แต่ไม่นึกว่าท่านรองจะเข้ามาเกี่ยวข้องในที่สุด”

“ผมเองก็คาดไม่ถึง”

“อย่างน้อยผู้กองก็รู้ว่าท่านสนับสนุนผู้กองเต็มที่”

เซนต์หันมาเหล่...รู้ทันว่าเรวดีหมายถึงเรื่องยกลูกสาวให้ ไม่ใช่เรื่องภารกิจ แต่เรวดีทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้

ฝ่ายศักดิ์สิทธิ์พอกลับถึงบ้านก็พบว่าลูกสาวคนสวยมารออยู่ ราตรีอยากรู้ว่าผู้กองเซนต์เป็นยังไงบ้าง ตอนเห็นหน้าพ่อ

“ก็คงคาดไม่ถึง...ผู้กองนิ่งมาก”

“คุณเรวดีคงตื่นเต้นได้พบท่านรองศักดิ์สิทธิ์

มีลูกสาวชื่อราตรี เป็นเหยี่ยวรัตติกาล” รัตนาจงใจเอ่ยชื่อเรวดีอย่างมีเลศนัย แต่สองพ่อลูกไม่เข้าใจ

“แกคงคิดว่าคุณพ่อคงเข้าไปหาทางยกลูกสาวให้ผู้กองจนได้”

“ไม่หรอกน่าลูก...ถ้าคุณเรวดีคิดยังงั้นก็แสดงว่าคุณเรวดีสนใจผู้กองของลูกแล้วล่ะจ้ะ”

ราตรีฝืนยิ้มพูดไม่ออก ศักดิ์สิทธิ์สบตาภรรยารู้สึกแปลกใจ...หลังจากราตรีขอตัวกลับไป ศักดิ์สิทธิ์

ก็ไขข้อข้องใจกับภรรยาว่าทำไมต้องพูดเรื่องอัยการสนใจผู้กอง

“มีคู่แข่งซะบ้าง ลูกเราจะได้รู้ใจตัวเองมากขึ้น... เฮ้อ! มัวแต่เป็นเหยี่ยวรัตติกาลอยู่นั่นแหละ”

คำตอบของภรรยาทำให้ศักดิ์สิทธิ์ถึงกับยิ้มขำ... ด้านราตรีกลับไปคอนโดได้ครู่เดียวก็ผลุนผลันออกมาอีก เธอนึกได้ว่ามีเรื่องต้องคุยกับนายพิเชษฐ์ พอไปถึงร้านอาหารที่เขากินอยู่กับลูกชายหญิง ราตรีไม่พูดพร่ำทำเพลงคว้าแก้วน้ำสาดหน้าพิเชษฐ์แล้วสำทับด้วยท่าทีขึงขัง น้ำเสียงจริงจัง

“ถ้าคนของคุณเข้าใกล้ครอบครัวของฉันหรือคนของฉันอีก จะเจอมากกว่าน้ำแก้วนี้”

บอดี้การ์ดขยับตัวแต่นายพิเชษฐ์ยกมือห้าม พูดเหมือนไม่ติดใจว่าคงมีการเข้าใจผิดอะไรสักอย่าง เอาเป็นว่าตนไม่ถือสาก็แล้วกัน

ราตรียิ้มดุดันแล้วหันหลังเดินออกไป พอลกับพราวไม่ชอบใจการกระทำของพ่อที่ดูเหมือนกลัวอีกฝ่ายจึงพากันบ่นอย่างหงุดหงิด เลยโดนพ่อไล่ตะเพิดไปพ้นหน้า พลันเสียงโทรศัพท์มือถือพิเชษฐ์ดัง พอรับสายก็กระชากเสียงสั่งว่าอย่าให้พลาด!

ส่วนสองพี่น้องที่เดินหน้าตูมออกจากร้านอาหารมายังลานจอดรถก็หงุดหงิดไม่หาย ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าเดี๋ยวนี้พ่อหมดพิษสง แต่ยังไงเราสองคนต้องเล่นงานราตรีให้ได้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”
12 ธ.ค. 2562
07:45 น.