ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

วนิดา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

มนตรีโกรธเพื่อนรักโวยวายต่อว่าอย่างรุนแรงว่าเป็นพวกเกลียดตัวกินไข่เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง แต่งงานกับวนิดาทั้งๆที่รู้ว่าคือผู้หญิงที่ตนรัก ซ้ำเธอยังเป็นลูกสาวของคนที่ประจักษ์เรียกว่านายเงินหน้าเลือดด้วย

ประจักษ์ขอให้ใจเย็นๆ  บอกเหตุผลความจำเป็นต้อง แต่งงานเพราะประจวบเป็นหนี้นายดาว เลยเข้าทางมนตรีอีกเอะอะเสียงลั่นว่า

"นั่นยิ่งแล้วใหญ่ ไหนนายเคยบอกว่าเราเป็นชายชาติทหาร ไม่ควรขายตัวแลกเงิน เพราะมันเสียศักดิ์ศรี แต่นาย

กลับ..." มนตรีพูดไม่ออกเพราะจุกไปทั้งอก

"นายต้องฟังฉันให้จบนะมนตรี ที่ฉันทำลงไป ฉันทำเพื่อน้องชาย เพราะไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนฉันก็ไม่มีวันรักผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด ผู้หญิงที่ฉันรักมีเพียงคนเดียวคือพิสมัย"

มนตรีชะงักถามย้ำว่าจริงหรือ เมื่อประจักษ์สาบาน มนตรีเสียงอ่อนลงเปรยๆว่าถ้าอย่างนั้นก็น่าสงสารวนิดา ประจักษ์อ้าปากค้างก่อนจะพูดออกมาว่าตนต่างหาก น่าสงสารที่ต้องแต่งงานกับแม่นั่น

ooooooo

หลังจากถูกจับเอาขมิ้นทาจนตัวเหลืองไปหมดแล้ว วนิดาไปนั่งดูตัวเองในกระจกเซ็งๆแล้วก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อจวงวิ่งมาบอกว่าคุณย่าอาการไม่ดีเพ้อเรียกหาแต่คุณนิด เธอวิ่งตามจวงไปทันที

ปรากฏว่ามณฑากึ่งเพ้อกึ่งมีสติ พูดย้ำกับวนิดาว่าประจักษ์เป็นคนดี แต่ลูกต้องระวังอันตราย  ย้ำให้ต้องเอาชนะใจเขาให้ได้ พูดไปอย่างเหน็ดเหนื่อย หอบเป็นพักๆแล้วบอกวนิดาว่า ท่านมารับแล้วเบิกตาโพลงร้องอย่างตระหนก

"แม่นิดช่วยย่า กู้เกียรติของย่า บอกให้ใครๆรู้...เขาจะมารับย่าแล้ว เขามาเอาย่าไปแล้ว วิหาร...วิหาร...พระกลาง...สระ...นิด สัญญากับย่า สัญญาว่า...จะช่วยย่า..."

"ค่ะ...นิดสัญญา...นิดสัญญาค่ะคุณย่า"

สิ้นเสียงสัญญาของวนิดา คุณย่าก็สิ้นใจ...วนิดาช็อกโผเข้ากอดคุณย่าร้องไห้โฮ...

อาทิตย์ต่อมาหลังงานศพและเก็บกระดูกมณฑาแล้ว วนิดาเสนอนายดาวว่าให้เลื่อนงานแต่งงานไปก่อนได้ไหม  นายดาวเข้ามาจับไหล่ลูกพูดอย่างเข้าใจแต่ไม่เลื่อนว่า

"เลื่อนไม่ได้ลูก คุณป้าท่านอยากเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา ถ้าลูกอยากให้คุณย่านอนตายตาหลับก็ทำเพื่อคุณย่านะลูก"

วนิดาเงียบไปอย่างสุดที่จะหาเหตุผลมาอ้างได้ หันมองที่เก็บกระดูกของย่าอย่างอาลัย...

ooooooo

ก่อนวันแต่งงานหนึ่งวัน ประจักษ์นัดพบกับพิสมัยที่สวนหย่อม รำพึงรำพันด้วยความเจ็บปวด

"พรุ่งนี้แล้วสินะที่ฉันต้องแต่งงาน...ใบหน้างามๆของเธอ...ฉันจะได้สัมผัสอีกเมื่อไหร่กัน..."

"คุณพี่..." พิสมัยโผเข้ากอดประจักษ์น้ำตาร่วง "คุณพี่ ต้องสัญญากับน้องนะคะว่าคุณพี่จะรักน้องคนเดียว  คุณพี่จะต้องไม่ยุ่งกับแม่คนนั้น  คุณพี่ต้องอยู่ห่างเขาเอาไว้ให้ไกลที่สุดนะคะคุณพี่ คุณพี่รับปากน้องนะคะ สัญญากับน้องนะคะ"

"จ้ะ..." ประจักษ์คลายกอดเชยคางพิสมัยมองตาบอกย้ำ "จำคำพูดของฉันไว้ให้ดีนะพิสมัยว่าฉันจะรักและจะแต่งงานกับเธอเพียงคนเดียว"

พิสมัยรับคำด้วยความซาบซึ้ง ประจักษ์ดึงร่างเธอเข้าไปกอดไว้อีกอย่างแสนรัก...

ที่บ้านนายดาว...

เย็นวันเดียวกัน นายดาวเรียกทนายมาทำสัญญาหลายฉบับ เสร็จแล้วย้ำถามว่าแน่ใจว่าเป็นสัญญาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ใช่ไหม ทนายยืนยันว่าถูกต้องทุกอย่าง เพียงแต่เจ้าบ่าวเซ็นชื่อ ลงไปเท่านั้นก็มีผลบังคับได้ทันที ถามทิ้งไว้ว่า "แต่เจ้าบ่าวเขาจะยอมเซ็นหรือครับ สัญญามันออกจะ..."

"ยอมสิ ต้องยอมเซ็นอยู่แล้ว" นายดาวยิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

เช้าวันงาน ฝ่ายประจักษ์มีมนตรีมาคนเดียว ขบวนแห่ขันหมากก็ไม่มี สองหนุ่มไปกันแต่ตัว

แต่พอไปถึงใกล้บ้านนายดาว ปรากฏว่าเจอขบวนยาวเหยียดขวางถนนอยู่ เป็นขบวนขันหมากแต่ประจักษ์คิดว่าคงเป็นของรายอื่น จนกระทั่งนายดาวมาเคาะกระจกรถ จึงรู้ว่า ที่แท้เป็นขบวนขันหมากที่นายดาวจัดมา

ประจักษ์ตกใจ หงุดหงิดขึ้นมาทันที ท้วงติงว่าไหนตกลงกันว่าจะไม่จัดงานใหญ่โต นายดาวก็พูดหน้าตาเฉยว่านี่เป็น การจัดตามธรรมเนียมเท่านั้น ประจักษ์ท้วงติงว่าเขาทำผิดข้อตกลง นายดาวตะแบงใส่ทันทีว่า

"งั้นคุณก็ทำผิดข้อตกลงเหมือนกัน ผมไม่เห็นว่าจะมี ครอบครัวของคุณมาสักคน นอกจากคุณมนตรี แล้วที่คุณเห็นนั่นก็ญาติสนิทผมทั้งนั้น" ว่าแล้วชี้เรียงตัวไปทีละคน จนประจักษ์ ต้องขอให้พอ

สุดท้าย ประจักษ์ก็ถูกนายดาวพาเข้าขบวนขันหมากกันตรงนั้นเลย

ระหว่างอยู่ในขบวนแห่นั่นเอง นายดาวก็ควักสัญญาออกมาให้ประจักษ์เซ็น แจกแจงทีละใบว่า

"สัญญาที่คุณกับผมเคยคุยกันไว้ จำได้ไหม ผมทำมาเป็นลายลักษณ์อักษรจะได้ไม่ลืมกัน ฉบับที่หนึ่งระบุว่าคุณยินยอมให้ลูกสาวผมใช้สกุลมหศักดิ์, ฉบับที่สองระบุว่าคุณจะไม่แตะต้องล่วงเกินลูกสาวผม, ฉบับที่สามถ้าคุณประจวบใช้หนี้หมดคุณกับลูกสาวผมจะหย่าขาดจากกัน"

นายดาวส่งให้ประจักษ์เซ็นทีละฉบับ พอดีมีคนมากระซิบบอกอะไร นายดาวเร่งประจักษ์ว่าได้ฤกษ์โห่แล้ว แต่พอประจักษ์จะเดินไปนายดาวก็ทำเป็นนึกได้บอกว่ายังมีอีกฉบับหนึ่งที่เขาต้องเซ็นแล้วควักออกมา ประจักษ์ถามว่าฉบับนี้ว่าอะไร นายดาวทำเป็นตะโกนท่ามกลางเสียงแตรวงที่ดังกลบหมด พอประจักษ์บอกว่าไม่ได้ยิน นายดาวก็เร่งให้รีบเซ็นเสียเดี๋ยวจะเสียฤกษ์

ประจักษ์จำต้องเซ็น นายดาวรีบพับเก็บใส่กระเป๋า กางเกงทันที พร้อมๆกับเสียงโห่ดังขึ้น

ooooooo

ประจักษ์เข้าร่วมขบวนแห่ขันหมากจนเข้าบ้านเจ้าสาวด้วยสีหน้าเย็นชา  จนเมื่อวนิดาในชุด เจ้าสาวแสนสวยลงมา  พอเห็นหน้ากันเต็มตาต่างตกใจแทบช็อกเมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวกลายเป็นคู่กรณีกันมาตลอด

ทั้งวนิดาและประจักษ์ต่างยืนกระต่ายขาเดียวว่า "ไม่แต่ง" นายดาวเลยขอไปคุยกับลูกสาวก่อน  แต่วนิดาก็ยังยืนกรานไม่แต่งกับผู้ชายคนนี้เพราะเจอกันทีไรไม่เคยเจอดีๆสักครั้ง  ไม่เชื่อว่าเขารักตนและอยากแต่งงานด้วย

นายดาวจึงไปกล่อมประจักษ์ ทั้งขู่ทั้งปลอบว่าพิธีแต่งงานยังต้องมีอยู่ต่อไปและเขาก็ต้องทำให้มันดำเนินไปตามนั้น เมื่อประจักษ์ยืนกรานไม่แต่ง นายดาวก็ยกเอา

ข้อต่อท้ายสัญญาที่ว่าถ้าไม่แต่งหรือยกเลิกการแต่งงานเขาต้องหาเงินมาใช้หนี้ให้หมดภายใน  3  วัน  หรือไม่ก็ต้องถูกฟ้องล้มละลาย

ประจักษ์ถูกนายดาวมัดมือชกจนดิ้นไม่หลุด สุดท้ายต้องกลั้นใจไปบอกรักวนิดาและขอแต่งงานเธอจึงยอมเข้าพิธี

พิธีรดน้ำผ่านไปกร่อยๆเพราะเจ้าบ่าวหน้านิ่งเย็นชาจนไปถ่ายรูปคู่กับเจ้าสาว  ถูกคะยั้นคะยอให้ยิ้มก็ฉีกยิ้มจนดูล้นๆ  วนิดาแปลกใจกับท่าทีเหมือนหุ่นของเขา ได้แต่เฝ้าดูเงียบๆ

หลังพิธีแต่งงาน ประจักษ์บอกนายดาวว่าหมดหน้าที่ของตนแล้วจะขอกลับไปย้ำว่าขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตกลงกัน นายดาวยิ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ย้ำเตือนว่า

"สองทุ่ม เจอกันที่บ้านมหศักดิ์" พอประจักษ์ถามงงๆว่าสองทุ่มมีอะไร นายดาวยิ้มกริ่มถามว่าเขาไม่ได้อ่านสัญญาให้ครบถ้วนหรือ พลางควักสัญญาฉบับที่พับเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงออกมาอ่านให้ฟัง "ฉบับที่สี่ ฤกษ์ส่งตัวคือสองทุ่มที่ห้องหอบ้านมหศักดิ์ หลังจากนั้นนายพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ ต้องเลี้ยงดูนางสาววนิดา มหศักดิ์ โดยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน"

ประจักษ์โวยวายว่าถูกนายดาวโกง  เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าตนแต่งงานกับวนิดาไม่ใช่แต่งกันเพราะความรัก เกิดวันไหนตนเกรี้ยวกราดใส่วนิดา แล้วยังมีแม่ตนอีก ลูกสาวเขาจะทนไหวหรือ

"เรื่องนั้นผมคงห้ามไม่ได้ แต่ถ้าจะรังแกกันจนลูกสาวผมทนไม่ได้จริงๆ  ในท้ายสัญญาก็ระบุชัดเจนแล้วว่าผมจะฟ้องร้องต่อศาลให้ถึงขั้นล้มละลายกันเลยทีเดียว!"

ประจักษ์ได้แต่กัดฟันแค้นจนพูดไม่ออก ในที่สุดก็ต้องยอมตามที่นายดาววางแผนไว้

ooooooo

เมื่อคุณนายน้อมรู้ว่าลูกสาวของนายดาวจะมาอยู่ที่บ้านมหศักดิ์   ก็ตำหนิลูกชายว่าเสียรู้นายดาวจนได้  ประจักษ์แย้งว่าเสียรู้ตั้งแต่ตอนที่แม่ตกลงจะให้ตนแต่งงานกับวนิดาแล้ว  ตนต้องกล้ำกลืนทำทุกอย่างเพื่อมหศักดิ์เท่านั้น

ในที่สุดคุณนายน้อมย้ายออกไปอยู่ที่บ้านพักบางปะอิน โดยให้ป้าทองกับนายไปล่อยู่ที่นี่ กำชับป้าทองอย่างเข้มงวดว่า

"ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ที่นี่ แกต้องเป็นตัวแทนฉัน ทำวิธีไหนก็ได้ให้นังวนิดามันเจ็บปวด ทุกข์ทรมานที่สุด เข้าใจไหม"

ป้าทองรับคำทำหน้าแบบว่ามือชั้นนี้แล้วเชื่อขนมกินได้เลย

ฝ่ายนายดาว ก่อนถึงเวลาส่งตัวก็เฝ้าปลอบประโลมลูกสาว วนิดาปรารภว่าท่าทางประจักษ์ไม่พอใจตนอยู่ตลอดเวลา นายดาวก็แก้ให้ว่าเป็นเพราะเขาตื่นเต้นเลยตึงเครียด จากนั้นบรรยายความรักและความตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อลูกของตนบอกวนิดาว่า พ่ออดทนได้ทุกอย่างเพื่อลูก

วนิดาฟังแล้วกอดพ่อบอกว่า "ลูกภูมิใจมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกของคุณพ่อ"

จนถึงเวลาส่งตัว พอนายดาวพาวนิดาไปถึงบ้าน

มหศักดิ์ ไปล่เห็นวนิดาถึงกับตะลึงพรึงเพริดอุทานเหมือนเพ้อ "แม่เจ้าโว้ย...เจ้าสาวของคุณใหญ่งามจริงๆ เนอะป้าทอง สวยเหลือเกิน"

ป้าทองถลึงตาใส่ หันไปเห็นสมหมายคนขับรถของนายดาวหิ้วกระเป๋าน้อยใหญ่หลายใบเข้ามาก็บ่นว่าไม่รู้ขนสมบัติบ้าบออะไรมาเป็นกระบุงๆ ไม่มีที่จะให้เก็บหรอก ไม่เพียงเท่านั้น ยังปรามไปล่ห้ามเรียกวนิดาว่าคุณนายเป็นอันขาด เพราะคุณนายบ้านนี้มีคนเดียวคือคุณนายน้อมไม่งั้นจะโดนแพ่นกบาล!

วนิดารู้สึกถึงสายตาท่าทางที่ไม่เป็นมิตรของป้าทอง รู้สึกอึดอัดตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาที่นี่

หลังจากนายดาวส่งตัวลูกสาว ฝากฝังประจักษ์ให้ดูแลให้ดี ยํ้ากับประจักษ์ว่า "ผมจะคอยดู" แล้วก็ขอตัวกลับ วนิดารู้สึกใจหายว้าเหว่ขึ้นในทันทีที่พ่อกลับไป

ooooooo

วนิดารู้สึกโดดเดี่ยวในที่แปลกใหม่ แล้วยิ่งตกใจเมื่อประจักษ์เดินเข้ามาบอกเธอว่า ให้เธอนอนห้องนี้ส่วนเขาจะไปนอนห้องของตัวเอง พูดแล้วเดินไปเลย

"นี่มันอะไรกัน?" วนิดาถามตัวเองอย่างมึนงง สับสน กับการแต่งงานที่แปลกประหลาดนี้ เธอตัดสินใจไปเคาะประตูเรียกประจักษ์ ก็ถูกป้าทองที่คอยจ้องอยู่แล้วมาเอ็ดว่านี่เป็นเวลานอนถ้าจะคุยอะไรก็ให้คุยตอนเช้า วนิดาจึงกลับไปที่ห้องตัวเองงงๆ เริ่มรู้สึกกลัวๆกับบรรยากาศที่นี่ขึ้นมา

อดทนรอจนกระทั่งเช้า วนิดาไปเคาะประตูเรียกประจักษ์อีก ถูกป้าทองมาขัดอีกตามเคยบอกว่าเตรียมอาหารเช้าไว้ให้แล้ว พอวนิดาบอกว่าอยากคุยกับประจักษ์ก่อน ป้าทองก็พูดหน้าตาเฉยว่ามีอะไรไว้คุยคืนนี้ก็แล้วกัน

"ป้าจะเอายังไง เมื่อคืนฉันจะคุยป้าก็บอกให้คุยตอนเช้า พอฉันจะคุยตอนเช้าป้ากลับบอกให้คุยคืนนี้" วนิดาเริ่มไม่พอใจ

"ก็คุณใหญ่ออกไปทำงานแล้วนี่คะ" ป้าทองเสียงดังแล้วบ่น "ใครเขาจะนอนกินบ้านกินเมืองเหมือนคุณ" พูดแล้วเดินเชิดไป วนิดายืนมึนที่โดนแต่เช้าเลย

พอไปที่โต๊ะอาหารเห็นอาหารจัดใส่จานสวยงามมีกับข้าวหลายอย่าง เธอมองมึนๆ บอกป้าทองว่าวันหลังไม่ต้องทำเยอะขนาดนี้ก็ได้เพราะตอนเช้าตนไม่ค่อยทานอะไร ก็ถูกแขวะทันทีว่า ไม่ค่อยทานหรือทานไม่เป็นกันแน่ ลอยหน้าพูดโดยไม่มองวนิดาว่า

"ดิฉันลืมไปว่าคุณคงไม่ถนัดอาหารแบบที่ผู้ดีเขาทานกัน ยังไงพรุ่งนี้ดิฉันจะทำข้าวต้มกุ๊ยให้ทาน หวังว่าคงถูกใจนะคะ" ว่าแล้วเรียกไปล่ให้มาเก็บโต๊ะ

วนิดารู้ว่าถูกแอบด่าแต่ก็เก็บกดอดกลั้นไว้ จนไปล่มาเก็บโต๊ะบอกว่าอย่าไปถือสาป้าทองเลย ทำให้เธอรู้สึกดีกับไปล่ เลยแอบถามว่าปกติประจักษ์กลับบ้านกี่โมง ไม่ทันที่ไปล่จะตอบก็ถูกเสียงป้าทองแจ๋เข้ามาเร่งให้รีบเก็บโต๊ะ แถมด่าไปล่ แขวะวนิดาว่า

"งานการมีให้ทำตั้งเยอะตั้งแยะไม่ใช่พวกนั่งๆนอนๆวันๆไม่ต้องทำอะไรนะเว้ย ขี้เกียจสันหลังยาวนะเอ็ง" แล้วเดินไปบอกวนิดาว่าอยากรู้อะไรให้ถามตนแล้วสะบัดพรืดไปเลย

กระนั้นวนิดาก็ยังอดกลั้น เดินไปหาป้าทองที่ครัวบอกว่ามีอะไรจะให้ช่วยก็บอกได้ เพราะตนถือสุภาษิตที่ว่า "อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น"

ป้าทองรู้ว่าถูกด่าคืนเลยหันไปด่าไปล่กระทบวนิดาไล่ให้รีบไปทำงานเห็นหน้าแล้วหงุดหงิด พอวนิดาเดินออกไป ป้าทองก็ยิ้มสะใจพูดเบาๆ "ไม่รู้จักนังทองคนนี้ซะแล้ว ฮึ!"

ooooooo

รุ่งขึ้น ประจักษ์ไปทำงานตามปกติ ปรากฏว่าถูกเพื่อนๆมาห้อมล้อมแสดงความยินดี บ้างก็พูดแซวว่าเขาเหมือน "หนูตกถังข้าวสาร" บ้างก็ดีใจที่จะได้ให้เขาช่วยยืมเงินดอกเบี้ยต่ำจากนายดาวผู้เป็นพ่อตา เขางงมากว่าเพื่อนๆเหล่านั้นรู้ได้อย่างไรว่าเขาแต่งงาน

จนกระทั่งเจ้ากรมแสดงความยินดีด้วยเมื่อพบกัน เขาจึงรู้จากมนตรีว่า ทุกคนรู้จากข่าวหนังสือพิมพ์ที่ลงรูปเขาเป็นเจ้าบ่าวถ่ายคู่กับเจ้าสาวเมื่อวานนี้

ประจักษ์คาดได้ว่าเป็นฝีมือนายดาว ตกกลางวันจึงนัดพบกันที่สวนลุมพินี ต่อว่านายดาวที่ไม่ทำตามสัญญา นายดาวตะแบงไปตามเคยว่าตนไม่ได้ไปป่าวร้องที่ไหนนั่นก็เพียงแค่การลงรูปเท่านั้น ใครๆก็อยากมีรูปลงหนังสือพิมพ์ ที่สำคัญคือเขาลงให้ฟรีด้วยเพราะนักข่าวที่นี่ติดหนี้ตนอยู่

สุดท้ายประจักษ์ก็แพ้ความกะล่อนเจ้าเล่ห์ของนายดาวกลับไปอย่างหัวเสีย

ปราณีเห็นใจพิสมัยมาก นั่งดูรูปกันแล้วปราณีเตือนพิสมัยว่าต้องระวังให้ดี เพราะผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา ย้ำขณะตาดูรูปวนิดาว่า

"สวยออกอย่างนี้ ฉันล่ะหวั่นใจแทนเธอจริงๆ เหมือนทิ้งแมวไว้กับปลาย่าง เธอต้องระวังคุณพี่จะปันใจไปให้นังนี่นะพิสมัย"

พิสมัยไม่พูดแต่สีหน้าแววตาเธอกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

วนิดานั่งดูนาฬิการอการกลับมาของประจักษ์ จน 6 โมงเย็นเขาก็ยังไม่กลับมา พอถามไปล่ก็ถูกป้าทองจอมแสบมาขวาง ด่าไปล่ประชดวนิดาจนเธอทนไม่ได้ลุกขึ้นข้างบน บอกไปล่ว่าถ้าประจักษ์กลับมาให้ขึ้นไปตามด้วย

พอวนิดาเดินขึ้นข้างบน ป้าทองก็ด่าตามหลังแล้วสั่งไปล่ว่าไม่ต้องเสนอหน้าไปตาม ว่าแล้วเดินเข้าบ้านไป ไปล่งงเป็นไก่ตาแตกที่ถูกป้าทองเอาเป็นตัวด่ากระทบวนิดาอยู่เรื่อย

จนกระทั่งกลางคืนพอประจักษ์กลับมา ไปล่ก็รีบไปบอกว่าวนิดาต้องการพบเขา แต่เพียงครู่เดียวไปล่ก็ไปบอกวนิดาว่า "คุณใหญ่กลับมาแล้วครับ แต่บอกว่าไม่ว่างจะคุยกับคุณ"

เมื่อซักถามจากไปล่ได้รับคำตอบว่า ประจักษ์บอกว่าไม่ว่างอย่างไม่มีกำหนด วนิดาแค้นนักปักใจต้องหาทางเจอเขาให้ได้

เช้าวันรุ่งขึ้นเธอตื่นแต่ไก่โห่ไปดักที่รถคาดว่าต้องเจอแน่ๆ แต่ปรากฏว่าประจักษ์มาเห็นเสียก่อน ถอยไปเจอป้าทองเลยขอความช่วยเหลือ ฝีมือป้าทองเชื่อขนมกินได้อยู่แล้ว ครู่เดียวป้าทองก็มาขอแรงวนิดาให้ไปช่วยยกของให้ พอวนิดาเดินไปจากรถเท่านั้น ประจักษ์ก็ย่องไปสตาร์ตรถขับออกไป วนิดาแค้นใจมากที่เสียรู้ป้าทองจนได้

ตกกลางวัน ประจักษ์นัดพบกับพิสมัยที่สวนหย่อมที่เดิม เธอเล่าถึงความทุกข์ใจที่ใครๆก็มาถามเรื่องที่เขาแต่งงานเมื่อวานนี้ ที่ร้ายกว่านั้นคือพอเสด็จท่านทราบเรื่องก็ทรงกริ้วมาก เธอขอร้องเขาอย่าได้เข้าใกล้วนิดามากตนรู้สึกหวั่นใจ

ประจักษ์เห็นถึงความทุกข์ใจของพิสมัย เขาโอบเธอปลอบให้กำลังใจให้ความมั่นใจว่าตนจะไม่มีวันเป็นอื่นแน่นอน

ขณะนั้นเองมีหญิงสาวสองคนผ่านมาเห็นประจักษ์กำลังโอบปลอบพิสมัยก็ซุบซิบกันว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เจ้าสาวในรูปที่ เขาแต่งงานด้วยเมื่อวาน พูดให้เข้าหูทั้งสองว่า ทำอะไรน่าบัดสี ทำให้พิสมัยรับไม่ได้ที่ถูกมองว่าเป็นคนแย่งสามีคนอื่นทั้งที่ตัวเองถูกแย่งคนรัก เธอร้องไห้เสียใจจะกลับ ประจักษ์ขอไปส่ง เธอปฏิเสธว่า

"อย่าเลยค่ะ น้องมาเองก็กลับเองได้ คุณพี่รีบกลับไปพะเน้าพะนอภรรยาเถอะค่ะ"

พูดอย่างน้อยใจ หึงหวง แล้วเรียกสามล้อกลับ ประจักษ์ ได้แต่ยืนมองเซ็งจนบอกไม่ถูก

ooooooo

ส่วนวนิดาก็ถูกป้าทองคอยจ้องกลั่นแกล้งจับผิดทุกลมหายใจ ทีแรกเธอก็ยอมๆแต่หนักเข้าทนไม่ได้ พอตั้งหลักได้เธอก็เอาคืนจากป้าทองได้ทุกเม็ดแก้เผ็ดได้แสบกว่าที่โดนเสียอีก

นายดาวไม่ไว้ใจกลัวลูกจะถูกแกล้งจึงมาแอบดูที่ประตูรั้ว เจอป้าทองกำลังแกล้งวนิดาจริงๆ แม้จะเห็นว่าลูกสาวไม่ยอมก้มหัวให้ แต่นายดาวก็หาทางช่วยลูกด้วยการกลับไปบ้านหาคนมาอยู่เป็นเพื่อนลูก

ด้วยความมุ่งมั่นจะเอาชนะประจักษ์ให้ได้ เมื่อเช้าถูกป้าทองหลอกจนประจักษ์รอดตัวไป คืนนี้วนิดาจึงมาปักหลักดักคอยเขาที่หน้าห้อง  ปรากฏว่าตกดึกหลับผล็อยไป  ประจักษ์ กลับมาหลังเที่ยงคืนเห็นเธอนั่งคอพับคออ่อนอยู่ เลยแอบปีนหน้าต่างเข้าห้อง พูดอย่างสะใจ "รอได้ก็รอไป"

จนกระทั่งเช้า ไปล่มาเจอวนิดานอนตะแคงอยู่หน้าห้องประจักษ์ถามว่าทำไมมานอนตรงนี้

"ฉันมารอเจ้านายไปล่น่ะสิ  เฮ้ย!  เช้าแล้วนี่  เจ้านายไปล่ล่ะ"  เธอลุกขึ้นมองเลิ่กลั่ก  รีบวิ่งไปดูหน้าบ้าน  เห็นแต่ ท้ายรถของประจักษ์กำลังขับออกไป  เธอบ่นตัวเอง  "ไม่น่าหลับเลยเรา"

ยังไม่หายโมโหตัวเองก็มาได้ยินป้าทองพูดประชดประชันอีกว่า เจ้านายตนถูกมารผจญให้เจ็บใจอีก

ooooooo

วันต่อมา จวงก็มาพร้อมกับรถบรรทุกที่ขนของมาราวกับย้ายบ้าน ป้าทองไม่รู้จักจวงแต่จวงรู้กิตติศัพท์ป้าทองเลยปะทะคารมกันตั้งแต่เจอกันที่ประตู ป้าทองไม่ยอมให้จวงเข้าบ้าน จวงอ้างว่าตนเป็นคนสนิทของวนิดา มหศักดิ์ แล้วสั่งสมหมายให้ขนของเข้าบ้าน โชคดีที่ไปล่ถูกชะตากับสาวๆ จวงเลยได้พวก

ป้าทองขวางเต็มที่ แต่วนิดาลงมาพอดีรับจวงเข้าบ้าน ป้าทองเลยได้แต่แค้นใจ คอยจนประจักษ์กลับมาตอนกลางคืนจึงไปฟ้องฉอดๆ บอกประจักษ์ว่าต้องสั่งสอนขืนปล่อยไว้จะยิ่งได้ใจ

"ช่างเขาเถอะป้า" ประจักษ์เหนื่อยหน่าย พอป้าทองท้วงติงเขาบอกว่า "พอได้แล้วป้า ฉันเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"

ป้าทองลุกไปเซ็งๆ ก็ถูกจวงวิ่งพรวดเข้ามาชนโครมจนล้มไปด้วยกัน จวงไม่สนใจป้าทองรีบบอกประจักษ์ว่าวนิดามีธุระจะคุยด้วย

"ฉันไม่ว่าง" ประจักษ์สวนไปทันทีแล้วเดินเลยไป

จวง ไม่ยอมร้องเรียกแล้วจะตามไปถูกป้าทองมาดักทาง จวงล่อหลบซ้ายหลีกขวาจนป้าทองเวียนหัวแล้วรีบตามประจักษ์ไป บอกว่าวนิดามีเรื่องจะคุยกับเขาจริงๆ ก็ถูกป้าทองตามมาด่า ดึงตัวออกไป ทั้งคู่เหมือนพังพอนกับงูเห่า ด่ากันไม่กี่คำก็จะตบกัน ดีที่วนิดาได้ยินเสียงออกมาห้ามไว้ พอหย่าศึกเสร็จ เธอมองที่ประตูห้องประจักษ์อย่างมุ่งมั่น

ครู่เดียวเธอก็ปีนหน้าต่าง เข้าไปในห้องประจักษ์จนได้ ถามเพื่อเอาคำตอบให้ได้ว่าเขาแต่งงานกับตนทำไม ประจักษ์ ไม่ยอมบอก แต่สุดท้ายทนไม่ไหวเลยลากวนิดาไปทิ้งไว้หน้าห้อง

วนิดา ไม่ยอมแพ้ไปเอาบันไดมาพาดที่ระเบียงปีนขึ้นไปอีกจนได้ เป็นเวลาที่ประจักษ์กำลังเอารูปพิสมัยมาดูด้วยความรักคิดถึง พอหันมาเห็นวนิดาก็ตกใจ วนิดาเองก็ตกใจเสียงร้องของเขาหงายหลังเกือบตกลงไป ดีที่เขาคว้าไว้ทัน กระชากสุดแรงจนเธอเข้าไปอยู่ในอกเขา ต่างฝ่ายก็ชะงักแล้วรีบผละออก

ประจักษ์ไล่วนิดาให้ออกไปเสียถ้าเธอ ไม่ออกเขาจะออกไปเอง ทำท่าจะลุกไป วนิดาเห็นรูปพิสมัยหยิบขึ้นมาดูถามว่านี่รูปใคร ประจักษ์จะแย่งรูปคืน วนิดามีข้อแม้ว่าถ้าเขาไม่ตอบคำถามก็จะไม่คืนรูป เลยยื้อแย่งกันนัวเนีย จนรูปหลุดจากมือวนิดาตกกระจกแตก

"พิสมัย!!" ประจักษ์ตกใจ จ้องวนิดาหน้าแดงก่ำ พูดอย่างโกรธจัดว่า "เขาชื่อพิสมัย ชื่อเพราะกว่าเธอ สวยกว่าเธอเรียบร้อยกว่าเธอ และเขาเป็นที่รักของฉัน"

วนิดาอึ้งถามว่าเมื่อเขามีคนรักอยู่แล้วมาแต่งงานกับตนทำไม ความลับเลยแตก

"พ่อ เธอบังคับให้ฉันแต่งงานกับเธอ เพื่อชดใช้หนี้แทนน้องชายฉันยังไงล่ะ" วนิดาสะอึกอึ้งขว้างแหวนแต่งงานคืนเขา แล้วก็ยิ่งช้ำใจเมื่อเขาบอกว่า "มันไม่ใช่แหวนของฉัน แต่เป็นแหวนของพ่อเธอ!"

วนิดาสุดที่จะทนอยู่ตรงนั้นได้แล้ว เธอวิ่งจะปีนหน้าต่างออกไปทางเดิม ประจักษ์คว้าไว้

"ออกทางประตูสิ จะออกไปทางนั้นทำไม เดี๋ยวก็ตกไปตายจริงๆหรอก"

"ถ้าฉันตาย คุณน่าจะดีใจไม่ใช่เหรอ" วนิดาจ้องเขม็ง เสียงสะท้าน ทำเอาประจักษ์ผงะอึ้ง

เมื่อ ปีนลงมาและเดินอ้าวกลับห้องตัวเอง ไปคิดทบทวนคำพูดของประจักษ์ว่าเขาแต่งงานเพื่อชดใช้หนี้แทนน้องชายตามที่นาย ดาวพ่อของเธอบังคับแล้ว วนิดาก็ยิ่งโกรธแค้น เจ็บใจ เสียใจ เฝ้าครุ่นคิดถามตัวเองอย่างสับสนว่า จะทำยังไงดี?

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“แอริน-ยุกตะทัต” เข้าตาแฟนละคร ถูกจริต บทปากไว ใจกล้า ยืน 1 เพื่อนนางเอก

“แอริน-ยุกตะทัต” เข้าตาแฟนละคร ถูกจริต บทปากไว ใจกล้า ยืน 1 เพื่อนนางเอก
12 พ.ค. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 09:09 น.