ตอนที่ 2
แผนการที่วนิดาคิดว่าสะใจที่สุดแล้วคือ แกล้งถือแก้วน้ำหกใส่ประจักษ์ พอเห็นหน้าคนทำประจักษ์ก็พูดอย่างระอา "เธออีกแล้วเหรอ"
ทั้ง คู่ต่อล้อต่อเถียงกันอีกตามเคย เถียงและแอบด่าพอได้สะใจวนิดาก็แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกก่อนเดินหนีไปดื้อๆ ประจักษ์มองตามสบถอย่างหัวเสีย "เด็กบ้า!"
กลับไปถึงโต๊ะ พิสมัยถามว่าทำไมเสื้อเปื้อนอย่างนี้เขาตัดบทว่าตนซุ่มซ่ามทำน้ำหกเองแล้ว จ่ายค่าอาหาร ตาเหลือบมองไปอีกโต๊ะเห็นมนตรีกำลังนั่งอยู่กับสุมาลีก็นึกในใจว่าไม่เห็น สวยอย่างที่มนตรีบอกซักนิดเดียว
แต่ที่แท้คือพอประจักษ์คล้อยหลังไป วนิดากับกัลยาก็กลับมาที่โต๊ะ เลยเข้าใจผิดไป
คืน นี้ ที่บ้านมหศักดิ์ตึงเครียดมากเมื่อจนดึกแล้วประจวบยังไม่กลับบ้าน คุณนายน้อมผู้เป็นแม่นั่งไม่ติดให้ป้าทองกับประจักษ์โทร.เช็กไปตามบ้าน เพื่อนหรือคนรู้จักก็ไม่มีใครรู้ คุณนายเสนอให้แจ้งความแต่ประจักษ์เห็นว่าน้องไม่ใช่เด็กแล้ว เลยถูกแม่บอกให้ออกไปตามหาน้องด้วยแม่เป็นห่วง
ไม่ทันไร ไปล่ก็หิ้วปีกประจวบเข้ามาบอกว่าเขาเดินมาหมดสติที่หน้าบ้าน คุณนายผวาเข้าไปถามว่าใครทำอะไรลูก ประจวบค่อยๆลืมตาร้องไห้ฟูมฟายขอให้พี่ชายและแม่ช่วยตนด้วย ครู่เดียวก็หลับไป ประจักษ์ได้แต่มองหน้าน้องคิดเดาไปต่างๆนานาว่าเกิดอะไรขึ้น
จน กระทั่งเช้า เมื่อประจักษ์ถามว่าเมื่อคืนไปไหนมาถึงได้เมาหัวราน้ำแบบนั้น ประจวบปดเพื่อให้พี่ชายสบายใจว่าเพื่อนชวนไปดื่มและไม่ยอมให้กลับ ครั้นถูกซักว่าแล้วร้องไห้ทำไม ประจวบหน้าเสียแต่ก็ตอบเลี่ยงไปว่า
"เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกครับ คนเมาก็พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย"
ooooooo
เมื่อ ประจวบไปที่กรมทหารม้าตามปกติ เขาถูกนายดาวพรวดออกมาขวางทวงคำตอบที่ค้างไว้ตั้งแต่ เมื่อวาน เมื่อเห็นประจวบอึกอักลังเล นายดาวหว่านล้อมว่า
"ผมไม่เห็นว่าคุณจะต้องคิดอะไรมาก คุณได้ลูกสาวผมไปเป็นภรรยา ก็เหมือนได้เพชรเม็ดงามไปครอบครองจะต้องคิดอะไรอีก"
ประจวบ ย้อนถามว่าตนมีคนรักอยู่แล้วจะให้แต่งงานกับลูกสาวเขาได้ยังไง นายดาวบอกให้ไปบอกเลิกกับคนรักเสีย ประจวบด่าสวนไปทันทีอย่างรับไม่ได้ว่า
"เห็น แก่ตัว...ผมจะไม่มีวันยอมให้ลูกสาวคุณมาใช้สกุลมหศักดิ์ที่ผมเคารพบูชา ถึงคุณจะยื่นฟ้องศาลหรือทำกับผมยังไง คุณก็ไม่สามารถซื้อผมไปเป็นผัวลูกสาวคุณได้หรอก"
นายดาวคุยโวว่ามีหลายคนที่ต้องการเป็นลูกเขยตน ประจวบถามว่าแล้วทำไมต้องเป็นตน
"เพราะ คุณเป็นมหศักดิ์ยังไงล่ะ คิดให้ดี ตอนนี้ผมเป็นฝ่ายได้เปรียบ คุณจะยอมขึ้นศาล ยอมถูกถอดจากตำแหน่งหน้าที่การงานจริงน่ะเหรอ คุณจะให้มหศักดิ์ สกุลที่เต็มไปด้วยเกียรติยศต้องพังพินาศเพียงเพราะคุณคนเดียวเหรอ...เฮ้อ... น่าเสียดาย...น่าเสียดาย"
นายดาวเข้าไปบีบไหล่ประจวบแน่น ยื่นคำขาดว่าถ้าเขาไม่ยอมแต่งงานกับลูกสาวตนจริงๆก็ให้ใช้หนี้ให้ครบภายใน สามวัน ประจวบตกใจต่อรองเป็น 6 เดือนได้ไหม นายดาวไม่ยอมหัวเด็ดตีนขาดก็ให้แค่สามวัน ว่าแล้วเดินไปอย่างผยอง
"ฉันไม่มีวันยอมแต่งงานกับลูกสาวของแกเด็ดขาด!!" ประจวบพึมพำกำมือแน่น
ooooooo
เหมือน พรหมลิขิตให้ชีวิตต้องเจอกัน วันนี้วนิดาไปขี่ม้าที่สนามม้าตามลำพัง ความสวยสง่าบนหลังม้าของเธอทำให้ชายหนุ่มข้างสนามพากันฮือฮาปรบมือเป่าปาก ชื่นชมให้กำลังใจกันอึกทึก
ประจักษ์จูงม้าออกมาเอะใจหันไปมอง แล้วก็ต้องอุทานอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อเห็นเป็นวนิดาว่า "ยัยเด็กนี่อีกแล้วเหรอ" แล้วเบ้หน้าเมื่อเห็นพวกหนุ่มๆพากันคลั่งไคล้พึมพำว่า "ไม่เห็นน่าชื่นชม"
ทันใด วนิดาตกใจร้องสุดเสียง "ว้าย!!" เมื่อม้าสีดาที่เธอขี่เกิดพยศยกขาหน้าขึ้นจนเธอต้องกอดคอม้าไว้แน่น พวกหนุ่มๆขี้หลีที่ทำท่าหลงใหลเมื่อครู่พากันมองเหวอทำอะไรไม่ถูก
"ทำไมไม่มีใครเข้าไปช่วยฮะ!!" ประจักษ์ตะโกน
พวก หนุ่มคะนองเหล่านั้นพากันส่ายหน้า ประจักษ์จึงกระโดดขึ้นควบม้าไปช่วยดึงวนิดามานั่งม้าของตัวเองแล้วเขาก็ขี่ เจ้าสีดาปราบพยศจนสำเร็จด้วยความอ่อนโยนเมตตา
วนิดาชื่นชมเขาเอ่ย ขอบใจที่ช่วย แต่พอถูกประจักษ์พูดอย่างเย็นชาว่าตนทำตามหน้าที่ไม่ได้หลงเสน่ห์เธอเหมือน คนอื่น ความรู้สึกดีๆของวนิดาก็เลยกลายเป็นฉุน ต่อปากต่อคำกันตามเคย สุดท้ายแม้แต่คำขอบคุณที่ให้ไปเธอยังทวงคืน จนประจักษ์ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ บ่นงึมงำ
"ลูกเต้าเหล่าใคร ขออย่าให้เจออีกเลย"
ooooooo
ประจวบ อึดอัดกลัดกลุ้มเรื่องหนี้สินแต่ไม่ปริปาก บอกใคร จนตัดสินใจบางอย่างแล้วจึงพูดเปรยๆกับปราณีว่า ถ้าตนต้องไปที่ไหนสักที่ที่ไกลๆเธอจะรอไหวไหม ปราณีหน้าเสียถามว่าเขาจะไปไหน เมื่อประจวบกลบเกลื่อนไปว่าก็แค่อยากรู้ว่าเธอรักตนมากแค่ไหนเท่านั้น เธอตอบอย่างหนักแน่นมั่นคงว่า
"น้องรักคุณพี่มากกว่าสิ่งใดๆในโลก และไม่ว่าคุณพี่จะต้องไปไหนที่ไกลแสนไกลหรือนานแค่ไหนน้องก็จะรอคุณพี่ค่ะ"
"ขอบใจนะจ๊ะยอดรักของฉัน" ประจวบกอดปราณีไว้ ด้วยความรัก แต่แอบถอนใจอย่างครุ่นคิด
จน เย็น เมื่อประจักษ์กลับถึงบ้าน จึงรู้เรื่องหนี้สินของประจวบ เมื่อไปนั่งปรึกษากันพร้อมหน้าทั้งสามคน คุณนายน้อมบอกประจักษ์ต้องช่วยน้อง ให้หาเงินไปคืนนายดาวเสียเรื่องจะได้ จบๆไป
ประจักษ์ยอมรับตรงๆว่า ตนไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น แล้วบ่นน้องชายว่าเคยเตือนแล้วว่ามีอะไรให้บอกทำไมถึงปล่อยให้เรื่องบาน ปลายขนาดนี้ กลับถูกผู้เป็นแม่ดุว่าอย่าไปว่าน้องเพราะกำลังขวัญเสีย
"ก็เพราะคุณแม่ให้ท้ายน้องอย่างนี้น่ะสิครับ ตาเล็ก ถึงไม่โตสักที" ประจักษ์บ่นแม่
"อ้าว...แล้ว นี่อะไรมาว่าแม่ด้วยอีกคน ถ้าจะต้องโทษกันละก็ ต้องโทษอีนังมณฑา นังนี่มันผูกใจเจ็บโกรธแค้นมหศักดิ์ ถึงคิดจองล้างจองผลาญให้เราล่มจม!"
ประจักษ์แย้งว่าป้ามณฑาคงไม่ได้เกี่ยวข้องรู้เรื่องอะไรกับนายดาวหรอก
"แม่ว่าป้ากับหลานมันต้องรู้กัน พ่อใหญ่...พ่อใหญ่ต้องช่วยน้องนะลูก" คุณนายหันมาฟูมฟายต่อ
ประจักษ์ สงสารน้อง รับปากว่าจะไปเจรจาผัดผ่อนกับนายดาวให้เอง ประจวบจึงยอมเผยเงื่อนไขของนายดาวว่า "เขาจะปลดหนี้ให้ผม ถ้าผมแต่งงานกับลูกสาวเขา" พอรู้ ข้อแม้นี้เท่านั้น คุณนายน้อมก็เป็นลมไปเลย
ooooooo
คุณนายน้อมมีความแค้นฝังใจกับมณฑาย่าของวนิดามาเนิ่นนาน ทั้งสองเป็นคู่สะใภ้ โดยมณฑาเป็นสะใภ้ใหญ่และคุณนายน้อมเป็นสะใภ้เล็ก แต่เพราะมณฑาเป็นกุลสตรีมีเมตตาโอบอ้อมอารีจึงเป็นที่รักใคร่ ของพระยามหศักดิ์ดำรง สามี ซึ่งเป็นพี่ชายของสามี คุณนายน้อม
ความริษยาทำให้คุณนายน้อมเวลานั้นใส่ร้ายป้ายสีมณฑา เป่าหูพระยามหศักดิ์ธำรงว่ามณฑาคบชู้สู่ชายขโมยเครื่องเพชรไปปรนเปรอชายชู้ พระยามหศักดิ์ธำรงหูเบาโกรธเกลียดมณฑาจนไล่ออกจากบ้าน
แต่นั้นมา มณฑาก็ไปอยู่กับนายดวง วงศ์วิบูลย์ผู้เป็น หลานชาย ได้รับการดูแลจากวนิดาอย่างดี จนย่าหลานคู่นี้สนิทสนม กันมาก
จากนั้น คุณนายน้อมก็กระหยิ่มยิ้มย่องว่า ถ้าไม่มีสะใภ้ คนโต ต่อไปทรัพย์สมบัติทุกอย่างก็ต้องตกเป็นของตน
จนวันนี้ เมื่อนายดาวมีข้อแม้ให้ประจวบแต่งงานกับวนิดาเพื่อยกหนี้ให้แลกกับการถูกฟ้องล้มละลายเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล คุณนายน้อมจึงรับไม่ได้ เคี่ยวเข็ญให้ประจักษ์ต้องช่วยน้อง ย้ำเป็นเรื่องคอขาดบาดตายว่า
"ลูกจะให้น้องแต่งงานกับลูกสาวไอ้หน้าเลือดนั่นไม่ได้เด็ดขาด"
คุณนายน้อมตีโพยตีพายจนประจักษ์ขอให้ใจเย็นๆ เรามาช่วยกันหาทางช่วยประจวบกันดีกว่า
"จะช่วยได้ยังไง ตอนนี้มหศักดิ์เหลือแต่ชื่อเท่านั้น..."
ประจวบได้แต่มองหน้าแม่กับพี่ชายด้วยความรู้สึกผิด ไม่สบายใจ พลันก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมา นั่นคือหนีไปหาเงินมาใช้หนี้ โดยเขียนจดหมายลาทิ้งไว้ที่บ้านฉบับหนึ่ง และไป ให้ปราณีคนรักฉบับหนึ่ง
รุ่งเช้า ปราณีถือจดหมายมาหาคุณนายน้อมที่บ้านแต่เช้า ตาบวมเหมือนผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน เมื่อเจอกับคุณนายน้อม ต่างมองจดหมายในมือของอีกฝ่ายอย่างเดาเรื่องออก พอดีประจักษ์มาพบถามว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นทั้งสามจึงพากันไปนั่งที่ห้องรับแขก
ooooooo
ประจักษ์เป็นคนอ่านจดหมายให้ฟัง ประจวบเขียนกราบเท้าแม่และขอโทษพี่ชายที่ไปโดยไม่บอกกล่าว เขียนบอกว่าเขาได้ลาออกจากราชการทหารเรียบร้อยแล้ว และจะรีบหางานทำหาเงินมาใช้หนี้นายดาวให้ เร็วที่สุด ฝากแม่กับพี่ชายดูแลปราณีสุดที่รักของตนด้วย สัญญาว่าจะรีบกลับมา
คุณนายน้อมร้องไห้โฮตีโพยตีพายสงสารลูก ส่วนประจักษ์นิ่งครุ่นคิดที่จะต้องทำอะไรสักอย่าง
ไวเท่าความคิด บ่ายนี้เขาไปที่บ้านนายดาวแต่นายดาวไม่อยู่ คนใช้บอกว่าอยู่แต่วนิดา เขาจึงตัดสินใจคุยกับวนิดาแทนก็ได้ คนใช้บอกว่าไม่ทราบว่าวนิดาไปไหนขอให้รอสักครู่
ที่แท้นายดาวไปหาคุณหญิงน้อมที่บ้านบอกว่าจะมาคุยเรื่องงานแต่งงานของประจวบกับลูกสาวตน คุณหญิงโกรธจนพูดแทบเป็นตะโกน ประกาศไม่ยอมให้ตระกูลผู้ดีอย่างมหศักดิ์ต้องไปคลุกกับตระกูลไพร่อย่างเขาเด็ดขาด ด่านายดาวว่าอยากหาผัวให้ลูกจนตัวสั่นระริก ต้องใช้เงินซื้อผัวให้ลูกสาวตัวเอง
"ผมไม่ต้องการซื้อสามีให้ลูกสาวตัวเอง ผมต้องการให้ ลูกสาวมีสามีที่ดี และลูกชายของคุณนายก็คือผู้ชายคนนั้น คุณนายจะไม่เสียใจเลยที่ได้วนิดาลูกสาวของผมเป็นศรีสะใภ้" นายดาวยังใจเย็น
คุณนายบอกนายดาวอย่างสะใจว่าตอนนี้ประจวบหนีไปแล้ว คิดว่านี่เป็นไม้ตายที่ฟาดหน้าแงนายดาวได้ฉมัง แต่ที่ไหนได้ นายดาวกลับพูดหน้าตาเฉยอย่างเป็นต่อเต็มที่ว่า
"ในเมื่อจำเลยหนีไปแล้วแบบนี้ ถ้าเรื่องถึงศาลไม่มีจำเลยมาแก้ตัวผมก็ได้เปรียบชนะใสๆ มหศักดิ์ล้มละลาย บ้านและทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็จะตกเป็นของผม"
คุณนายโกรธตัวสั่นจนขู่จะฆ่า นายดาวก็ขู่ว่าถ้าฆ่าตนคุณนายก็ติดคุก คุณนายเลยถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร นายดาวพูดอย่างกระหยิ่มว่า
"ผมทราบว่าคุณประจวบมีพี่ชายชื่อพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ และยังเป็นโสดอยู่ด้วยใช่ไหมครับ"
คุณนายน้อมอึ้ง อ่านใจนายดาวออกว่าหมายความว่าอย่างไร
ooooooo
ฝ่ายประจักษ์รอวนิดาอยู่เป็นชั่วโมง ปรากฏว่าวนิดากับจวงไปตลาด วนิดาเป็นคนขี่จักรยานมีจวงซ้อน เธอขี่โลดโผนจนจวงพลัดตกลงในปลักโคลน ตัวเองก็ล้มไปกับจักรยานจมปลักโคลนเช่นกัน เลยหน้าตามอมแมม หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน รีบกลับมาเอาสายยางฉีดน้ำล้างออก ยังเล่นกันต่อด้วยการฉีดน้ำใส่กันวิ่งไล่กันจนไปหลบอยู่หลังรถของประจักษ์
ประจักษ์คอยอยู่จนเบื่อออกมาได้ยินเสียงสาวๆหัวเราะกันคิกคักสนุกสนาน มองไปเห็นกำลังไล่ฉีดน้ำและหลบกันอยู่หลังรถตน ตะโกนถามอย่างไม่พอใจว่า
"นั่นใครมาเล่นอะไรที่รถฉัน" สองสาวเงียบกริบรีบหลบ เขายิ่งโมโห "ใครหลบอยู่ตรงนั้นออกมานะ!!"
สองสาวหัวหดอยู่หลังรถ ถูกเขาขู่หนักเข้าจวงเลยออกมายิ้มแหยๆ แต่พอเห็นหน้าหล่อของประจักษ์ก็ตาวาวกลายเป็นดี๊ด๊า พอถูกว่าก็แก้ตัวเอาความดีว่าตนเห็นรถมันเลอะ เลยทำความสะอาดให้
ประจักษ์ไม่เชื่อทั้งยังจะให้เอาอีกคนหนึ่งออกมาด้วย แต่ปรากฏว่าสาวคนนั้นหายแวบไปแล้ว ประจักษ์เลยขับรถพรืดออกไปอย่างโมโหฉุนเฉียว
ooooooo
พอกลับถึงบ้าน คุณนายถามว่าไปไหนมาหรือ เอาน้ำส้มคั้นสดๆมาให้ดื่มให้ชื่นใจ ยิ้มแย้มอารมณ์ดีฟังลูกชายเล่าว่าไปหานายดาวมาแต่ไม่เจอ เสนอแม่ว่าให้นายดาวยึดสมบัติของเราไปเถอะ อย่าไปเสียดายเลย แต่ตนจะไม่มีวันยอมลดเกียรติและศักดิ์ศรีของเราด้วยการไปเกี่ยวดองกับนายดาวเด็ดขาด
คุณนายฟังแล้วกระอักกระอ่วนใจ สุดท้ายทำใจกล้าบอกลูกชายว่าแม่ไปหาฤกษ์แต่งงานมาแล้ว ประจักษ์ดีใจถามว่าแล้วพิสมัยรู้แล้วหรือยัง
"ไม่ต้องพิสมัยหรอกลูก เพราะเจ้าสาวของลูกคือ วนิดา วงศ์วิบูลย์"
"นังเด็กนั่นหรือครับคุณแม่!!" ประจักษ์แทบช็อก
ส่วนนายดาวก็กลับไปบอกวนิดาว่าจะให้ลูกแต่งงานกับพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ วนิดาตกใจเพราะไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้ ปฏิเสธว่า "ลูกไม่แต่งค่ะ" ซึ่งก็เป็นเวลาที่ประจักษ์ ปฏิเสธแม่ไปอย่างเด็ดเดี่ยวเช่นกันว่า "ผมก็ไม่แต่งครับคุณแม่..."
ปรากฏว่า ทั้งวนิดาและประจักษ์ต่างปฏิเสธพ่อและแม่ของตนอย่างเด็ดเดี่ยวว่าไม่ยอมแต่งงานกับคนที่พ่อและแม่หามาให้
ooooooo
วนิดาหงุดหงิดว้าวุ่นใจมาก เมื่อเล่าให้มณฑาฟังว่าพ่อจะให้แต่งงาน ทีแรกมณฑาก็สนับสนุนเพราะหลานสาวอายุย่าง 22 แล้ว แต่พอรู้ว่าผู้ชายที่นายดาว เลือกให้ชื่อพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ เท่านั้น มณฑาก็ตัวสั่นขึ้นมาและหมดสติไปในที่สุด
เมื่อตามหมอมาดู หมอฉีดยาให้และย้ำกับญาติว่าอย่าให้คนไข้เครียดเพราะท่านเป็นโรคหัวใจ นายดาวบอกให้วนิดาไปส่งหมอ เมื่ออยู่กันตามลำพัง มณฑาบอกนายดาวว่า อย่าหาว่าตนยุ่งเรื่องครอบครัวของเขาเลย เรื่องที่นายดาวจะให้วนิดา แต่งงานกับประจักษ์...พูดแค่นั้นมณฑาก็เงียบไป
นายดาวแก้ต่างว่าตนทราบว่าในอดีตมณฑามีความเจ็บปวดกับตระกูลมหศักดิ์ แต่ประจักษ์เป็นคนดี กระนั้น มณฑา ก็ยังไม่วางใจกลัววนิดาจะรับมือกับคุณนายน้อมไม่ไหว ไม่อยาก ให้หลานไปทรมานเหมือนตนในอดีตอีก
"ผมมั่นใจว่าความดีของยัยนิดต้องเอาชนะใจคนบ้านนั้น และผมก็ยังเชื่ออีกด้วยว่าพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ จะต้องรักวนิดาจนหมดหัวใจ เมื่อถึงวันนั้น ความรักที่แท้จริงของคนสองคนจะเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ที่สำคัญก็คือ ยัยนิดจะเป็นคนเดียวที่ล้างมลทินให้กับป้าได้"
มณฑาได้แต่ภาวนาขอให้เป็นอย่างที่นายดาวพูดเถอะ ซึ่งนายดาวก็รับรองว่าเป็นอย่างนั้นแน่ๆ
ooooooo
วันต่อมา ประจักษ์กับวนิดาได้เจอกันอีกที่สนามม้า วนิดาขอให้เขาช่วยดูเจ้าสีดาให้ทีเพราะไม่ยอมให้ตนจับมาหลายวันแล้ว ประจักษ์ซึ่งแม้จะกำลังกลัดกลุ้มเรื่องถูกบังคับให้แต่งงานแต่ก็มีแก่ใจไปสอนให้ เขาขอโทษวนิดาก่อนจับมือเธอไปลูบที่หัวเจ้าสีดาเบาๆทั้งยังย้ำกับเธอว่าเราต้องให้ความรักกับเขาด้วย ปรากฏว่าเจ้าสีดาละพยศได้อย่างง่ายดาย
วนิดาลูบหัวเจ้าสีดาอย่างพอใจ แต่พอหันมาอีกทีประจักษ์ก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว
วันเดียวกัน พิสมัยได้รับฤกษ์ดีจากเสด็จ ท่านแจ้งว่า เธอมีเวลาตรียมตัว 6 เดือน ส่วนเรื่องข้าวปลาอาหารที่จะใช้จัดเลี้ยงในงานแต่ง ท่านจะเป็นธุระให้เอง
"ขอบพระทัยเพคะเสด็จ" พิสมัยก้มกราบแทบเท้า ก็พอดีคนรับใช้เข้ามาบอกเธอว่าประจักษ์มาหา เธอจึงขอตัวกับเสด็จ ก้มกราบแล้วคลานออกไป
ooooooo
ประจักษ์ตั้งใจจะมาบอกเธอเรื่องจำต้องแต่งงานกับวนิดาตามคำขอร้องของแม่ แต่แล้วก็พูดไม่ออก เมื่อพิสมัยเอาฤกษ์ที่เสด็จหามาได้ให้เขาดู เขาถึงกับอึ้งสนิท
พอกลับถึงบ้าน ประจักษ์บอกแม่ว่าตนแต่งงานกับ
เด็กนั่นไม่ได้ เพราะวันนี้พิสมัยบอกว่าเสด็จท่านหาฤกษ์แต่งงานให้แล้ว บอกแม่อย่างเจ็บปวดว่า
"ผมเลยตัดสินใจแล้วว่าเราจะยอมล้มละลาย คุณแม่ ย้ายไปอยู่ที่บ้านพักในกรม ผมกับตาเล็กจะช่วยกันทำงานหาเงินให้เร็วที่สุดเพื่อมาใช้หนี้ให้นายดาว"
คุณนายน้อมไม่ยอมเพราะอยู่สบายมาหลายปีจะทนได้อย่างไร ประจักษ์เงียบไปอย่างอัดอั้น คุณนายเลยเสนอว่าเรื่องพิสมัยตนจะไปจัดการเอง เชื่อว่าพิสมัยต้องเข้าใจ แล้วกล่อมประจักษ์ว่า
"ส่วนลูกก็แต่งงานซะ แต่งกันแต่ในนาม ลูกเป็นผู้ชายยังไงก็ไม่เสียหาย แต่เราต้องไปตกลงกับไอ้ดาวว่าถ้าตาเล็กหาเงินมาใช้หนี้ครบเมื่อไหร่ก็ให้หย่าขาดจากกันเมื่อนั้น"
ประจักษ์นิ่งอั้นอึดอัด คุณนายมองด้วยสายตาวิงวอน ขอให้เขาเอาเงินมาให้แม่เก็บไว้รวมกับของประจวบ คิดว่าอีกสักปีสองปีเราต้องใช้หนี้ให้ได้หมด แล้วรีบสรุปรวบรัดว่า
"แต่งงานกับวนิดา ทำเพื่อแม่ ทำเพื่อน้อง ทำเพื่อมหศักดิ์นะลูกนะ"
แค่นั้นประจักษ์ก็อึ้งสนิท
ooooooo
วันรุ่งขึ้นประจักษ์นัดพบกับนายดาวที่สวนลุม เพื่อเจรจาเงื่อนไขการแต่งงานกัน โดยประจักษ์พูดตามข้อเสนอของคุณนายน้อม นายดาวแย้งว่าทำแบบนั้นลูกสาวตนเสียหาย
"ผมให้สัญญา สาบานด้วยเกียรติยศว่าผมจะไม่ล่วงเกินหรือแตะต้องลูกสาวของคุณเด็ดขาด และลูกสาวของคุณก็มีสิทธิ์ จะใช้นามสกุลมหศักดิ์ได้โดยชอบธรรม"
"แล้วถ้าหากว่าคุณประจวบไม่กลับมาล่ะ" นายดาวถาม ประจักษ์กลั้นใจตอบว่าตนก็จะอยู่กินกับลูกสาวของเขาตลอดไป นายดาวนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วถามประจักษ์ว่าแน่ใจนะ พอเขาพยักหน้านายดาวเตือนว่า "แต่ถ้าระหว่างที่คุณสองคนอยู่ด้วยกัน เกิดมีการหย่าร้างโดยที่ผมยังไม่ได้รับการชำระหนี้ ผมจะยื่นฟ้องต่อศาลทันที ตกลงไหมคุณประจักษ์"
เมื่อประจักษ์ตกลง นายดาวบอกว่าตนจะไปหาฤกษ์ ให้เร็วที่สุด ประจักษ์นึกได้รีบเสนอว่าจะไม่มีการจัดงานแต่งใหญ่โต จะมีแต่คนในครอบครัวของเราเท่านั้น หลังแต่งงานลูกสาวเขาก็กลับไปอยู่บ้าน ตนก็จะกลับมาอยู่บ้านตัวเองเหมือนกัน พูดให้สบายใจว่ารับรองเรื่องนี้จะไม่มีใครรู้และห้ามเขาบอกใครด้วย
หลังจากคิดครู่หนึ่ง นายดาวยอมตกลงตามนั้น
ooooooo
พอวนิดาเล่าให้เพื่อนสนิททั้งสองฟัง ทั้งสุมาลีและกัลยาต่างดี๊ด๊าที่เพื่อนจะได้แต่งงานกับนายทหารที่ทั้งหล่อทั้งเท่ขี่ม้าเก่งแถมมาจากตระกูลผู้ดีเก่าด้วย แต่พอวนิดาถามว่าเคยรู้จักหรือ สองสาวก็พูดหน้าตาเฉยว่าเปล่า เคยได้ยินเขาพูดๆกันเท่านั้น ทำให้วนิดาเริ่มลังเลว่าจะแต่งหรือไม่แต่งดี
แต่พอปรึกษาคุณย่า มณฑาสนับสนุนให้เชื่อนายดาวเพราะคุณพ่อเธอคงเห็นว่าถึงแก่เวลาแล้วและคงมองคนไม่ผิด ลูบหัวปลอบใจหลานสาวอย่างเอ็นดูว่า
"ประจักษ์เป็นคนดี เขาดูแลลูกได้ ย่ามั่นใจว่าเขาจะไม่ทำให้ลูกเสียใจ เชื่อย่านะลูกนะ"
แม้จะให้กำลังใจปลอบหลานสาวไปอย่างนั้น แต่แววตา ของมณฑานั้นเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด
ooooooo
เมื่อเจรจาตกลงเงื่อนไขกันเรียบร้อยแล้ว นายดาวจัดแจงเตรียมจับวนิดามาขัดสีฉวีวรรณด้วยยาสมุนไพรทั้งทาทั้งอาบทั้งอบ วนิดาวิ่งหนีไม่ยอมให้ทำ ก็ถูกนายดาววางกำลังดักไว้หมดทุกทาง ใช้ทั้งสาวใช้ในบ้านกระทั่งสุมาลีกับกัลยาก็ยังพลอยไปกับเขาด้วย
สุดท้ายวนิดาก็ถูกจับนุ่งผ้าถุงเปลือยช่วงหัวไหล่ มีสุมาลีกับกัลยาช่วยกันจับล็อกไว้ให้จวงเอาขมิ้นทาตัวจนเหลืองอ๋อยไปหมด เมื่อวนิดาโวยวายว่าทาตัวตนเหลืองเหมือนคนเป็นดีซ่าน จวงก็พูดเอาใจว่ารับรองว่าเธอจะต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในโลกเลย
นอกจากจับวนิดามาขัดสีฉวีวรรณแล้ว นายดาวยังไปหาประจักษ์ที่สโมสร ตรงเข้าไปที่โต๊ะเขาเอาฤกษ์วันแต่งงานไปให้ บอกว่าอาทิตย์หน้าถือว่าเป็นวันดีให้เตรียมตัวไว้ให้พร้อม
ประจักษ์อึดอัดอับอายมากที่นายดาวไปพูดเสียงดังในสโมสร พยายามให้ลดเสียงแต่นายดาวอยากอวดพูดดังจนคน
ในร้านได้ยินกันหมด พอนายดาวพูดจบประจักษ์ก็บอกให้รีบกลับไปเสีย แต่นายดาวลีลามาก ขอดื่มอะไรสักหน่อยเพราะคอแห้งมาก ทำให้ประจักษ์หงุดหงิดเสียงดังใส่ว่า "ไม่ได้"
ขณะนั้นเองมนตรีเข้ามาเจอนายดาวเลยเข้าไปทัก ถามประจักษ์ว่ารู้จักกันด้วยหรือ กระซิบแซวว่าหรือประจักษ์ยืมเงินนายดาว ประจักษ์รีบปัดว่าไม่ใช่ แค่ทักทายกันนิดหน่อยแล้วหันไปบอกนายดาวว่าหมดธุระแล้วก็กลับไปเสีย ปรากฏว่านายดาวปากเปราะเชิญมนตรีไปงานแต่งงานของลูกสาวตนในวันอาทิตย์หน้านี้ด้วย
ประจักษ์อึดอัดใจอกแทบระเบิด เพราะมนตรีสนใจจี๋ขึ้นมาทันที ถามว่านายดาวมีลูกสาวอีกคนหรือ แต่พอนึกได้ก็ตกใจถามว่าหรือวนิดาจะแต่งงาน แต่งกับใคร?
ระหว่างนั้นประจักษ์พยายามขัดเปลี่ยนเรื่อง แต่สุดท้ายมนตรีก็ถามจนนายดาวซึ่งอยากจะบอกอยู่แล้ว บอกอย่างภูมิใจว่า
"เจ้าบ่าวของวนิดาคือคุณประจักษ์ยังไงล่ะครับ"
มนตรีหันขวับจ้องหน้าประจักษ์ตะลึง ส่วนประจักษ์ตีหน้าไม่ถูกพูดไม่ออกได้แต่เซ็งสุดๆ
ooooooo










