ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

วนิดา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คืนนี้ เป็นคืนแรกที่วนิดากับประจักษ์จะต้องนอนในห้องเดียวกัน ต่างเคอะๆเขินๆ คอยชำเลืองและสังเกตกันจนบางครั้งตาสบตากันอย่างจังจนต่างยิ้มแหยๆเขินกันไป

วิธีแก้เขินของทั้งคู่ก็ไม่ต่างกัน คือหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านหนังสือกางอยู่ตรงหน้าแต่ใจและตาวอกแวก พอมองเจอกัน ประจักษ์ถามแก้เขินว่าเธออ่านหนังสืออะไร วนิดาอ่านรามเกียรติ์ แต่ประจักษ์อ่านหนังสือกฎหมาย

ทักถามกันเพียงเท่านั้น แล้วต่างก็ยกหนังสือขึ้นปิดหน้า ลอบถอนใจทั้งคู่

ข้างฝ่ายพวกคุณนายน้อม ร้อนรุ่มหัวใจจนไม่เป็นอันกินอันนอน พอวนิดากับประจักษ์เข้าห้องก็ย่องมาแอบฟังเสียงจากในห้อง ทีแรกก็ให้ถมฟังก่อน พอถมฟังไม่ได้ยินเสียงอะไร คุณนายขัดใจเข้าไปฟังแทน

ประจักษ์นอนที่เก้าอี้ยาว แต่เพราะตัวยาวกว่าเก้าอี้ ขยับตัวไปมาเท้าเลยไปกระแทกกำแพงดังปึง! คุณนายผงะหันกระซิบบอกพิสมัยว่า ไม่รู้ทำอะไรกันเสียงดังโครมคราม

"ขอดิฉันฟังหน่อยสิคะ" พิสมัยเอียงหูเข้าแนบประตูแทน

ภายในห้อง วนิดาเห็นประจักษ์นอนไม่สบาย เลยบอกเขาว่า "ฉันว่าคุณขึ้นมานอนข้างบนเถอะค่ะ" พิสมัยผงะตาโต พอคุณนายถามว่ามีอะไรหรือ เธอให้คุณนายเข้ามาฟังเอง

ประจักษ์บอกวนิดาว่าตนนอนตรงนี้ดีแล้ว    วนิดา คะยั้นคะยอว่า

"แต่ดูคุณไม่สบาย จะปวดหลังเอานะคะ"

"ฉันทนได้ ท่านี้อาจจะไม่ปวดหลังสักเท่าไหร่" ประจักษ์เปลี่ยนเป็นนอนตะแคง

คุณนายได้ยินเต็มสองหูอ้าปากค้างทำตาโตหันมองหน้าพิสมัยเหมือนรู้กันว่าข้าง ในทำอะไรกัน พิสมัยทนไม่ได้บอกคุณนายว่าตนจะเข้าไปขวาง คุณนายห้ามไว้กลัวตาเป็นกุ้งยิง

"แล้วคุณแม่จะปล่อยให้คุณพี่กับวนิดามันเสพสุขกันอยู่อย่างนี้น่ะเหรอคะ ดิฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ว"

พิสมัยจะเข้าไปให้ได้ คุณนายรั้งไว้แต่สู้แรงเธอไม่ไหวเลยเรียกถมให้มาช่วยอีกคน ยื้อกันไปฉุดกันมาเกิดเสียงดังจนประจักษ์กับวนิดาได้ยินเสียงต่างหันมองมา ที่ประตู

พิสมัยสะบัดจากคุณนายและถมอย่างแรงจนทั้งสองกระเด็นไปล้มทับกัน ส่วนแขนเธอเองก็ไปกระแทกประตูดังปัง!

ooooooo

ประจักษ์กับวนิดาได้ยินเสียงชัดเจนมองหน้ากันงงๆ แล้วประจักษ์ก็ตัดสินใจเปิดประตูออกมาเห็นคุณนาย พิสมัยกับถมก็แปลกใจ

ประจักษ์ถามคุณนายว่า "คุณแม่ พิสมัยมาทำอะไรกันน่ะครับ"

ยังไม่ทันที่จะมีใครตอบ พิสมัยก็ปราดเข้าไปตบหน้าวนิดาเพียะ!  ทีแรกวนิดาอึ้ง  แต่พอตั้งหลักได้เธอตบคืนทันที พิสมัยแทบช็อก

คุณนายเองก็ตกใจ พิสมัยถามวนิดาว่าตบตนทำไม คุณนายไม่รอช้าพุ่งเข้าตบวนิดาซ้ายขวา ครั้งแรกฐานให้ท่าลูกชายตน ครั้งที่สองฐานตบว่าที่ลูกสะใภ้ตน

พอตั้งหลักได้ประจักษ์เข้าไปขวางกลางบอกให้คุณแม่หยุด ถามว่ามันเรื่องอะไรกัน

สงบศึกแล้วพากันไปนั่งคุยกันที่ห้องรับแขก พอประจักษ์รู้ว่าพิสมัยกับแม่ตัวเองคิดอย่างไร   เขาถามอย่างไม่อยากเชื่อว่า "ผมกับนิดเนี่ยนะครับ" แล้วบอกพิสมัยที่ร้องไห้ฟูมฟายตัดพ้อต่อว่าเขาว่า ให้หยุดได้แล้วเพราะไม่มีอะไรอย่างที่เธอกับคุณแม่คิดเลย ตำหนิว่า

"ฟังยังไม่ทันได้ศัพท์ก็จับเอาไปกระเดียด" คุณนายแก้เกี้ยวว่ากลัวอยู่กันสองคนถูกวนิดายั่วยวนเขาจะหลงหัวปักหัวปําจน ลืมพิสมัย แล้วตอกย้ำให้เขาจำใส่ใจว่า

"อย่าลืมนะพ่อใหญ่ ว่าคู่รักของลูกคือแม่พิสมัย แม่พิสมัยเป็นคนที่ลูกต้องแต่งงานด้วย ไม่ใช่นังวนิดา อย่าเผลอไปรักมันเข้าล่ะ"

ประจักษ์หลบตาพิสมัยที่มองมาอย่างคาดคั้น ทำให้ พิสมัยยิ่งใจไม่ดีกลัวเขาเปลี่ยนใจไปจริงๆ

เมื่อพาวนิดากลับห้อง ประจักษ์เอายาทารอยตบที่แก้มทั้งสองข้างให้วนิดา ได้ยินเธอร้องว่าเจ็บ เขาขอโทษ แต่วนิดาบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเขา ประจักษ์จึงได้แต่ลูบไล้ยาไปตามรอยตบเบาๆอย่างสงสาร...จนเริ่มเป็นหวั่น ไหว...

วนิดากลัวเผลอใจรีบผละออก ขอบคุณเขาแล้วลุกไป ต่างฝ่ายต่างรู้สึกสับสนในอารมณ์ วนิดากลับไปนอนที่เตียง ส่วนประจักษ์ล้มตัวนอนบนเก้าอี้ยาวยกมือก่ายหน้าผาก...

ooooooo

ที่สวนยางทางใต้ ประจวบไปที่สวนยางแต่เช้ามืด ในขณะที่ชุมศรีกำลังกรีดยาง เผลอทำมีดกรีดยางบาดนิ้วตัวเองร้อง "อุ๊ย" ประจวบรีบเข้าไปดูแผล เอาผ้าเช็ดหน้าตัวเองเช็ดเลือดให้ แต่ชุมศรีกลับดึงมือตัวเอง ออกแล้วผละห่างออกไป ประจวบถามอย่างไม่เข้าใจว่า

"เธอเป็นอะไรไป เมื่อวาน อยู่ดีๆเธอก็ทิ้งฉันให้ทานข้าวคนเดียว พอฉันไปหาที่บ้าน พี่ชวนก็บอกว่าเธอนอนแล้ว ทั้งๆที่ยังหัวค่ำ แล้วเช้านี้เธอก็มากรีดยางโดยที่ไม่รอฉันเหมือนอย่างเคย ฉันทำอะไรให้เธอโกรธงั้นเหรอ"

"คุณไม่ได้ทำอะไรหรอกค่ะ ดิฉันขอตัวนะคะ" ชุมศรีรีบเดินหนี แต่ประจวบไม่ยอมให้ไป

"เธอเห็นจดหมายของปราณีใช่ไหม" ถามแล้วเห็นชุมศรีอึกอัก เขาชี้แจงว่า "เรื่องระหว่างฉันกับปราณีมันเป็นอดีตไปแล้ว ต่อให้เขาเป็นม่ายผัวตาย หรือจะเป็นยังไง ฉันก็ไม่มีวันกลับไปรักเขาได้อีก คนอย่างฉัน เจ็บแล้วจำ"

ประจวบหยุดมองหน้าชุมศรีเหมือนจะบอกอะไร เธอหลบตาเขาก้มหน้านิ่ง

"ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า การที่เราจะรักใครสักคน เราควรจะรักคนที่เขาดีกับเราด้วยใจจริง เต็มใจที่จะร่วมทุกข์กับเรามากกว่าร่วมสุข และฉันคิดว่าฉันเจอคนคนนั้นแล้ว"

ประจวบมองหน้าชุมศรีอย่างมีความหมาย เธอรู้สึกเต็มตื้นกับคำพูดของเขา ต่างยิ้มให้กันเป็นครั้งแรกอย่างเปิดเผยความรู้สึกลึกๆของกันและกัน

ooooooo

คุณนายน้อมวางแผนใหม่หมายจะเรียกร้องความสนใจเห็นใจจากประจักษ์ ด้วยการเอายาถ่ายให้ พิสมัยกินแล้วป้ายสีว่าวนิดาวางยา พิสมัยฟังแล้วทำหน้าสยองถามว่า

"ถ้าอย่างนั้นคุณแม่ทานเองไม่ดีกว่าเหรอคะ"

"แม่จะทานเองได้ยังไง ตอนนี้ลูกก็เห็นว่าพ่อใหญ่ทำตัวติดกับนังนั่นเป็นตังเม คอยดูแลมันไม่ห่าง แผนนี้นอกจากจะทำให้พ่อใหญ่เห็นนังวนิดาเป็นผู้ร้ายแล้ว ลูกยังจะได้รับความเห็นใจจากพ่อใหญ่กลับคืนมาอีกนะ ลูกลองคิดดู ถ้าลูกไม่สบาย พ่อใหญ่เขาก็ต้องเป็นห่วง คอยดูแลลูก"

"ตะ...แต่...แต่คุณแม่ให้ดิฉันแกล้งป่วยจะง่ายกว่านะคะ"

คุณนายอ้างว่าประจักษ์ฉลาดมากถ้าจับได้ขึ้นมาเราจะเดือดร้อนกันหมด แล้วกล่อมพิสมัยให้ยอมทำเพราะแค่ยาถ่ายไม่ถึงตายหรอก และนี่เป็นวิธีเดียวที่จะดึงประจักษ์ออกห่างจากวนิดาได้

พิสมัยนิ่งคิด คุณนายเปิดขวดยาถ่ายส่งให้ พิสมัยมองด้วยสีหน้าแหยงๆ

คุณนายอาศัยจังหวะที่วนิดานั่งสามล้อไปตลาดย่องเข้าไปในห้องประจักษ์โดยให้ถมเฝ้าต้นทาง คุณนายเอาขวดยาออกมามองอย่างร้ายกาจ

แต่โชคไม่เข้าข้างคุณนาย วนิดาลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ห้องเลยย้อนกลับมาเอา ถมวิ่งหน้าตาตื่นมาบอก คุณนายตกใจมุดเข้าใต้เตียงรีบร้อนจนชนขวดยาตกที่พื้น กลั้นใจรีบคว้าขวดยาก็พอดีวนิดาหยิบกระเป๋าสตางค์เดินออกไป

คุณนายรีบคลานออกจากใต้เตียงโดยทิ้งขวดยาถ่ายไว้ที่นั่น รีบร้อนจนไม่รู้ว่าทำต่างหูหล่นไว้ข้างหนึ่ง พอออกมาแล้วก็รีบไปดูพิสมัยที่อยู่ในห้องน้ำ เธอเปิดประตูออกมาหน้าซีดจนปากเขียว เกาะขอบประตูแต่ยังทรุดลงไปอย่างหมดแรง บอกคุณนายเสียงระโหยว่า

"ไม่ไหวแล้วค่ะคุณแม่"

คุณนายเห็นอาการแล้วยิ้มอย่างพอใจที่แผนการเป็นไปอย่างที่คิด

ooooooo

พาพิสมัยไปส่งโรงพยาบาลแล้ว คุณนายส่งข่าวประจักษ์ เขารีบไปดูถามว่าพิสมัยท้องเสียได้อย่างไร คุณนายแกล้งทำหน้าลำบากใจ แต่ในที่สุดก็ทำเป็นจำใจเล่าตามแผนการของตน เล่าแล้วพากันกลับไปที่ห้องประจักษ์

เป็นเวลาที่วนิดาเหลือบเห็นต่างหูเพชรข้างหนึ่งหล่นอยู่ตรงพื้นปลายเตียง เธอหยิบขึ้นมาดูอย่างสงสัย ก็พอดีประจักษ์ คุณนาย และถมเดินเข้ามา คุณนายทำเป็นถามประจักษ์ว่าเขาจะพูดเองหรือให้ตนพูด

พอวนิดาถามว่ามีอะไรหรือ ประจักษ์บอกว่า "พิสมัยอยู่โรงพยาบาล คุณแม่บอกว่าเธอแอบใส่ยาถ่ายในอาหารให้ พิสมัยกิน"

วนิดาตกใจถามว่ามีหลักฐานอะไร คุณนายชิงพูดว่าเพราะอย่างนี้ถึงต้องมาค้นหาหลักฐานที่นี่ วนิดาหลีกทางให้ค้นตามสบาย

ระหว่างนั้นประจักษ์แอบกระซิบบอกวนิดาว่า

"ฉันพยายามห้ามคุณแม่แล้ว แต่คุณแม่ไม่ฟัง"

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจ" วนิดากระซิบตอบ

ถมทำเป็นมองไปใต้เตียงแล้วอุทานพร้อมกับหยิบขวดยาถ่ายออกมา บอกคุณนายว่าเจอแล้วขวดอะไรก็ไม่รู้ คุณนายเอาขวดยาชูขึ้นอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า บอกประจักษ์ว่าเห็นหรือยังว่าแม่นี่มันงูพิษ

"ใครกันแน่คะที่เป็นงูพิษ" วนิดาย้อนถาม คุณนายชะงัก เธอจึงเอาต่างหูเพชรออกมาให้ดู คุณนายถึงกับหน้าเสียแต่ปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตน วนิดายิ้มเยาะพูดอย่างเยือกเย็นว่า "ฉันยังไม่ได้บอกสักคำว่าเป็นของคุณ แต่ก็น่าแปลกนะคะถ้าไม่ใช่ของคุณแล้วทำไมมันถึงเหมือนต่างหูข้างที่คุณใส่อยู่"

คุณนายตกใจรีบจับหูตัวเองพบว่าหายไปข้างหนึ่ง เลยพูดไม่ออกหน้าเจื่อน

"ผมไม่นึกเลยนะครับว่าคุณแม่กับพิสมัยจะใช้วิธีสกปรกอย่างนี้!" ประจักษ์ผิดหวังมาก

คุณนายเงียบกริบ แต่แค้นสุดๆที่แผนถูกจับได้จังๆ

พอพิสมัยรู้ว่าแผนแตกถูกประจักษ์จับได้ก็ร้องไห้เสียใจว่าตนเป็นถึงขนาดนี้ แล้วประจักษ์ยังไม่มาดูดำดูดีอีก วันต่อมาก็ลุกขึ้นแต่งตัวจะออกจากโรงพยาบาลจนปราณีถามว่าแน่ใจหรือว่าหาย ดีแล้ว

"ถึงไม่หายฉันก็ทนนอนเฉยๆต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ต่อไปนี้ฉันคงพึ่งใครไม่ได้ นอกจากตัวเอง นังวนิดามันต้องได้ รู้ซะบ้างว่า ถ้ามันกล้ามายุ่งกับคุณพี่ของฉัน มันจะเป็นยังไง!"

ซึ่งก็ไม่เกินความคาดหมายของวนิดาที่บอกอำไพว่าแผนนี้ไม่สำเร็จ คุณนายกับพิสมัยอาจจะคิดหาแผนใหม่อยู่ก็ได้

วนิดาพูดไม่ทันข้ามวัน พิสมัยก็ไปที่ร้านเสื้อสองอนงค์ อำไพทักว่าท่าทางจะถ่ายท้องไปเยอะดูซูบไปเลย พิสมัยชะงักนิ่งมองวนิดาอย่างมาดร้าย พูดเสียงดังว่า

"วันนั้นอาจจะไม่ใช่วันของฉัน แต่วันนี้จะไม่เหมือนวันนั้นอีกแล้ว"

ท่าทางและคำพูดของพิสมัย ทำให้ลูกค้าที่เข้าร้านค่อยๆ ทยอยออกไปอย่างหวาดกลัว

พิสมัยกับปราณีเดินอาดๆเข้าไปในร้านกวาดตามองชุดที่แขวนโชว์ พริบตานั้นปราณีหยิบกรรไกรจากกระเป๋าออกมา ตรงไปตัดชุดเหล่านั้นอย่างบ้าดีเดือด วนิดาเข้าไปขวางก็ถูกพิสมัยผลักจนกระเด็นไปชนอำไพล้มไปด้วยกัน

ทั้งสี่สาวจับคู่ตะลุมบอนกันนัวเนียจนข้าวของในร้านล้มระเนนระนาด ดีที่มนตรีมาเจอ แม้จะโดนลูกหลงไปจนร้องโอ๊ยแต่เขาก็สามารถหยุดสงครามย่อยๆนั้นได้ด้วยการขู่ ว่าถ้าไม่หยุดจะแจ้งความ

พอพิสมัยชะงัก เขาย้ำว่าตนเอาจริง ถ้าตำรวจมาเธอกับปราณีโดนตั้งข้อหาบุกรุกแน่ พิสมัยกับปราณีจึงได้แต่กล่าวคำอาฆาตว่าวันพระไม่ได้มีหนเดียว แล้วเดินออกไปในสภาพยับเยินทั้งสองคน

วนิดากับอำไพก็ยับเยินไม่น้อยกว่ากันแต่ทั้งสองห่วงร้านมากกว่า และเมื่อมนตรีกลับไปที่กรเสนาธิการทหาร เขาตรงเข้าไปบอกประจักษ์อย่างโมโหจัดว่า

"นายต้องจัดการเรื่องนี้นะเว้ย!!"

ส่วนวนิดากับอำไพกลับไปที่บ้านมหศักดิ์ เล่าให้ป้าทอง จวง และไปล่ฟัง ทั้งสามคันมือยิกๆบ่นเสียดาย ถ้าได้อยู่ด้วยก็จะเล่นงานสองคนนั้นให้สาสม ไปล่ถามว่าต้องปิดร้านกี่วัน

"แค่สามสี่วัน ยังโชคดีที่ลูกค้าเข้าใจ แต่ก็คงต้องเร่งมือ ตัดชุดให้พวกเขาใหม่" วนิดาบอกแล้วเอ่ยปากขอแรงป้าทองกับจวงต้องช่วยกันทำ

ทันใดนั้น ประจักษ์เข้ามาท่าทางขึงขังจนทุกคนชะงัก เขาบอกวนิดากับอำไพว่า

"ฉันรู้เรื่องทุกอย่างจากมนตรีแล้ว มากับฉันหน่อย เธอด้วยอำไพ"

ooooooo

ครู่ต่อมา คู่กรณีทั้งสี่ก็มาเผชิญหน้ากันที่ห้องรับแขก พิสมัยไม่ยอมขอโทษวนิดาอ้างว่าตนไม่ผิด วนิดา เป็นฝ่ายผิดที่มาแย่งประจักษ์ไปจากตน เมื่อจัดการอะไรไม่ได้ ประจักษ์บอกพิสมัยอย่างไม่พอใจว่า

"ถ้าเธอไม่ขอโทษวนิดากับอำไพ ก็ไม่ต้องมาพูดกับฉันอีก!!"

พิสมัยเสียใจร้องไห้ลุกวิ่งไปจากห้อง ประจักษ์มองตามตกใจไม่น้อย เขามองวนิดากับอำไพอย่างรู้สึกผิดที่แก้ปัญหาอะไรให้ไม่ได้ บอกวนิดาว่าถ้ามีอะไรเกี่ยวกับร้านจะให้ช่วยตนยินดีเต็มที่

"ขอบคุณค่ะ ถ้าอย่างนั้นจี๊ดขอตัวกลับก่อนนะคะ" อำไพเอ่ยแล้วหันไปชวนวนิดา

"ฉันว่าคุณควรจะไปดูคุณพิสมัยเธอหน่อยนะคะ" วนิดาหันมาบอกประจักษ์แล้วเดินตามอำไพไป

ooooooo

แต่พอเขาไปหาพิสมัยที่ห้อง กลับเจอคุณนายน้อม เปิดประตูออกมา พูดด้วยสีหน้ามึนตึงว่า รู้เรื่องทุกอย่าง จากพิสมัยหมดแล้ว ประจักษ์จึงฝากแม่ไปช่วยบอกพิสมัย ให้ขอโทษวนิดากับอำไพด้วย

คุณนายไม่พอใจถามเสียงเข้มว่ารู้ตัวไหมว่าตั้งแต่กลับจากชะอำเปลี่ยนแปลงไป มาก ประจักษ์หันมาแย้งว่า คนที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ใช่ตน แต่เป็นคุณแม่กับพิสมัยที่ทำกับวนิดาราวกับเราเป็นพวกไม่มีการศึกษา ทำให้คุณนายฉุนขาดหาว่าเขาปกป้องวนิดาจนไม่เห็นหัวแม่กับพิสมัย

เล่นบทดุดันจนประจักษ์ชะงักหันมาฟัง คุณนายก็ตีบทโศก ทำเสียงสั่นคร่ำครวญรำพันยาเหยียด...รำพันถึงความทุกข์ของคนที่เคยมีแล้ว ไม่มี ซ้ำยังต้องรับลูกคนที่ตนเกลียดมาเป็นสะใภ้อีก

รำพันความทุกข์ของตัวเองแล้วก็บรรยายหัวอกของ พิสมัยว่า เธอรักเขามากแต่เขากลับนับวันเอาใจออกห่าง หันไปใกล้ชิดวนิดาถามว่า "ผู้หญิงดีๆที่ไหนจะทนได้ที่ต้องเห็นคนรักของตัวเองไปสนิทสนมกับผู้หญิงอื่น"

ประจักษ์นิ่งไปเหมือนถูกล้างสมอง เขารู้สึกว่าตัวเองผิดจริงๆ คุณนายเห็นดังนั้นรีบพูดต่อ

"แม่รู้ว่าสิ่งที่แม่พิสมัยทำในวันนี้มันผิด แต่ที่เขาทำก็เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเสียลูกไป" แล้วเข้าไปจับมือประจักษ์เว้าวอน "ลูกต้องเข้าใจแม่พิสมัย ต้องเข้าใจแม่นะลูก ตอนนี้ แม่กลัวเหลือเกิน กลัวลูกจะลืมว่าลูกแต่งงานกับวนิดาเพราะอะไร"

คำพูดของคุณนายทำให้ประจักษ์กลับมาสู่โลกแห่งความจริง นึกได้ว่าเหตุการณ์ที่ชะอำเป็นเพียงแค่ความฝัน...พอกลับมาสู่โลกแห่งความ จริง ความเครียดก็ครอบงำทันที

พอคุณนายกลับเข้าห้องของพิสมัยก็พูดอย่างกระหยิ่มยินดีว่า

"แม่พูดจนพ่อใหญ่รู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้เราสองคนต้องทำเรื่องเลว ร้ายกับนังวนิดา พ่อใหญ่เขารับปากว่าเขาจะอยู่ให้ห่างจากนังนั่น เขาไม่อยากให้ลูกเสียใจเพราะเขาอีก"

พิสมัยปลื้มจนน้ำตาคลอ โผเข้ากอดคุณนายไว้ด้วยความดีใจ

ooooooo

กลับมาถึงหน้าห้อง ประจักษ์ลังเลเมื่อคิดถึงคำพูดของคุณนาย สุดท้ายตัดสินใจเดินไปหลังบ้านเจอไปล่นั่งดวดอยู่คนเดียว ไปล่ชวนดื่มด้วยกัน เขา ปฏิเสธแต่นั่งลงข้างๆถามว่าไปล่เชื่อในรักแท้ไหม

ไปล่ถามเสียงยานคางว่ารักแท้มันเป็นยางงาย... ประจักษ์จึงเล่าความรู้สึกของตนให้ฟังว่า ตอนที่เจอพิสมัยตนนึกว่านั่นคือรักแท้ แต่พอได้เจอ...ใครอีกคน...ประจักษ์ไม่กล้าเอ่ยชื่อ ไปล่พูดแทรกขึ้นว่าถึงได้รู้ว่าพิสมัยไม่ใช่ แนะนำว่าถ้าอย่างนั้นก็เลิกเสียเลยไม่เห็นจะยากตรงไหน

"มันยากตรงที่ฉันสัญญากับเขาเอาไว้ ฉันจะผิดสัญญาไม่ได้ สิ่งที่ฉันทำได้คือหักห้ามใจไม่ให้ถลำลึกไปมากกว่านี้" ประจักษ์เล่าอย่างกลัดกลุ้ม แล้วหันมองไปล่ ปรากฏว่าฟุบหลับไปแล้ว...

รุ่งขึ้น คุณนายมาเห็นประจักษ์นอนอยู่ที่โซฟา คุณนายยิ้มพอใจแต่แกล้งถามว่าทำไมมานอนตรงนี้ ประจักษ์คิดหาข้อแก้ตัวไม่ทันเลยโมเมไปว่าตนเผลอหลับไป แล้วรีบขอตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงาน

คุณนายมองตามยิ้มอย่างมีความสุข ไม่เสียแรงที่เมื่อวานพูดเสียยืดยาวเสียน้ำตาไปหลายหยด

พอประจักษ์เข้าห้องเห็นชุดทหารแขวนไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแล้ว วนิดาเข้ามาถามว่าเขาหายไปไหนมาแต่เช้า เมื่อเขาไม่ตอบ เธอบอกว่า "เอ้อ...ฉันเตรียมชุดไว้ให้แล้วนะคะ"

ปรากฏว่าประจักษ์ไม่ใส่ชุดนั้นแต่กลับเอาชุดอื่นในตู้ มาใส่ วนิดาสงสัยว่าเขาเป็นอะไรเมื่อเรียกก็ทำเป็นไม่ได้ยิน อาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วขับรถออกไปเลย

ด้วยความสงสัยตอนกลางวันวนิดาแว่บออกจากร้านเสื้อไปที่สนามม้า เห็นประจักษ์ควงแขนอยู่กับพิสมัยต่างยิ้มแย้มให้กันอย่างมีความสุข ไม่เพียงเท่านั้น ยังเห็นเขาสอนพิสมัยขี่ม้าโอบกันอย่างแนบชิดด้วย

เห็นภาพนั้นแล้ววนิดาเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างประหลาด บอกกับตัวเองก่อนกลับไปว่า

"วันนี้ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าคุณเป็นอะไร"

ooooooo

คืนนี้ วนิดาดักพบเขา ประจักษ์เมากลับมา พอเธอเข้าไปขอคุยด้วยถามว่าดื่มเหล้ามาหรือก็ถูกสะบัดตวาดว่า "ยุ่งอะไรด้วย ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉัน" ทั้งยังปากแข็งว่าตนไม่ได้เมา มีสติดี

"คุณเป็นอะไรของคุณ ตั้งแต่เช้าคุณไม่คุยกับฉัน คอยหลบหน้าฉัน ฉันทำอะไรให้คุณไม่พอใจเหรอคะ" วนิดาพยายามระงับความไม่พอใจ

"จะไปไหนก็ไป...ไปสิ!!" ประจักษ์จ้องหน้าไล่เสียงดัง ครั้นวนิดาบอกว่าตนเป็นห่วงก็ถูกด่าว่า "ไม่ต้องมาแสดงความเป็นห่วงเป็นใยฉัน ฉันไม่หลงกลไอ้แผนตื้นๆของเธอเหมือนนายอำพันธ์แล้วก็มนตรีหรอก ต่อไปอย่ามายุ่งกับฉันอีก เธอ มันน่ารำคาญมากรู้ตัวรึเปล่า!!"

พูดจบประจักษ์หันหลังให้อย่างเร็วด้วยความรู้สึกเสียใจที่ต้องพูดไปอย่าง นั้น วนิดาโมโหเดินไปทันที ประจักษ์จึงหันมองตามด้วยความรู้สึกเสียใจที่ต้องฝืนทำในสิ่งที่ทำให้ตัวเอง ก็เจ็บปวด...

วนิดาเข้าไปขนเครื่องนอนออกจากห้อง ประจักษ์ถามว่าจะไปไหน เธอบอกว่าจะไปนอนห้องป้าทองกับจวง พูดประชดว่า "เพราะถ้าฉันยังอยู่ห้องเดียวกับคุณ คุณคงจะหาว่าฉันให้ท่า"

ประจักษ์อึ้ง แต่พอเข้าห้องเขาทิ้งตัวนั่งบนเตียง กุมขมับ พึมพำ "วนิดา ฉันขอโทษ แต่ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ ฉันคงหักห้ามใจจากเธอไม่ได้" พูดแล้วทิ้งตัวหงายลงบนเตียงอย่างหมดสภาพ...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ถมก็ไปลอยหน้ารายงานคุณนายกับพิสมัยว่าเมื่อคืนวนิดาหอบที่นอนไปนอนกับป้า ทองและจวง คุณนายกับพิสมัยหัวเราะดีใจที่แผนของพวกตนได้ผลเร็วเกินคาด พอดีวนิดา ป้าทอง และจวงเดินผ่านมา ถูกพิสมัยกับคุณนายพูดเยาะเย้ยหัวเราะกันคิกคัก วนิดาหันไปบอกยิ้มๆว่า

"ช่วยเงียบๆหน่อยก็ดีค่ะ เช้าๆแบบนี้ฉันไม่อยากมีเรื่องกับใคร" เท่านั้นเองทั้งพิสมัยและคุณนายก็ลุกเผชิญหน้าด่าว่าจองหอง หัดเจียมตัวไว้บ้างเพราะต่อไปนี้ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวแล้ว วนิดาสวนไปทันทีว่า "ไม่ต้องการให้ใครคุ้มกะลาหัวฉันหรอกค่ะ ฉันมีมือมีเท้า ป้องกันตัวเองได้ ขอบคุณนะคะที่เตือน" พูดแล้วเดินคอแข็งผ่านไป จวงกับป้าทองหันมาค้อนสะบัดใส่พิสมัยกับคุณนายแล้วเดินตามไป

เมื่อป้าทองเอาอาหารเช้ามาให้ประจักษ์ เลียบเคียงถามว่าเขาโกรธอะไรวนิดาหรือ เพราะดูหน้าตาวนิดาแย่มากจนตนไม่สบายใจ

"ฉัน ไม่ได้โกรธอะไรเขา ฉันโกรธตัวเองมากกว่า" ประจักษ์ตัดบท แม้ป้าทองฟังไม่เข้าใจแต่ก็ไม่กล้าถาม มองลุ้นๆว่าเขาจะพูดอะไรอีก แต่ก็เปล่า...

ooooooo

ที่สนามเทนนิส พิสมัยควงประจักษ์เข้ามากับปราณี ปราณีบ่นว่ามาเห็นสนามแล้วคิดถึงประจวบ พิสมัยปลอบใจว่าอีกไม่นานเขาคงกลับมาเล่นเทนนิสกับพวกเราได้แล้ว เพราะจดหมายฉบับล่าสุดเขียนมาว่าเก็บเงินได้พอสมควรแล้ว

ปราณีดีใจแต่ประจักษ์กลับรู้สึกใจหายเพราะถ้าประจวบกลับมาหมายถึงเขาต้องหย่ากับวนิดาทันทีเพราะใช้หนี้หมดแล้ว

"ถึงตอนนั้นเมื่อไหร่ เราจะได้แต่งงานกันเสียทีนะคะ" พิสมัยออดอ้อนอย่างมีความสุข

ปราณีเหลือบไปเห็นวนิดากำลังตีเทนนิสกับอำพันธ์ อำไพ และมนตรี บ่นอย่างหงุดหงิดว่า

"ทำไมโลกมันกลมอย่างนี้"

ประจักษ์มองตามไปเห็นวนิดากำลังยิ้มแย้มกับอำพันธ์ อย่างสดใสก็ไม่พอใจหน้าบึ้งทันที

เมื่อ มาเจอกันแล้วเช่นนี้ พิสมัยหาทางแกล้งวนิดา ต้องการทำให้เห็นว่าระหว่างวนิดากับตนประจักษ์จะเลือกใคร โดยหาเรื่องเปลี่ยนคู่เล่นกัน ตนคู่กับประจักษ์และวนิดาคู่กับอำพันธ์ เธอแกล้งหวดลูกไปถูกหัววนิดาอย่างจัง แม้จะเจ็บแต่วนิดาก็ไม่แสดง พอถึงทีเธอบ้างก็แกล้งเสิร์ฟลูกไปทางพิสมัย

ทำไปทำมาเลยกลายเป็นสอง สาวตีลูกใส่กันอยู่สองคน ส่วนผู้ชายสองคนก็คอยแต่วิ่งไปวิ่งมา เมื่อเอาชนะกันในเกมไม่ได้ พิสมัยแกล้งวิ่งสะดุดล้มกลิ้งไปแล้วร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด ประจักษ์รีบเข้าไปดู สุดท้ายทนลูกอ้อนของพิสมัยไม่ได้อุ้มเธอออกจากสนาม

"ตอแหลที่สุด ดูก็รู้ว่าไม่ได้เจ็บจริง คุณนิดไม่ต้องไปสนใจหรอกนะคะ" อำไพค้อนพิสมัยกับประจักษ์ ส่วนวนิดาได้แต่ยืนมองตามไปเซ็งๆ

ไม่ เพียงอ้อนให้ประจักษ์อุ้มออกจากสนามเท่านั้น เมื่อไปนั่งพักที่มุมหนึ่ง พิสมัยเห็นวนิดาเดินมา วนิดาก็เห็นทั้งสองจึงหลบมุมแอบดู พิสมัยแกล้งหอมแก้มประจักษ์ ทำเอาเขาสะดุ้งตำหนิว่าไม่ควรทำแบบนี้

"น้อง อยากขอบคุณคุณพี่นี่คะ แล้วก็คิดว่าไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย เพราะยังไงเราสองคนก็ต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว" พิสมัยยิ้มหน้าระรื่น ในขณะที่ประจักษ์ทำหน้าไม่ถูก เขารู้สึกผิดกับวนิดาขึ้นมาทันที

ส่วนวนิดาเสียใจจนบอกไม่ถูก เธอเดินเลี่ยงไปอย่างเจ็บปวด

ooooooo

ความ สับสนของประจักษ์ทำให้เขาฝากรูปที่ถ่ายกับวนิดาก่อนเดินทางกลับจากชะอำไปให้ เธอ พอป้าทองเอาไปให้ วนิดาถามว่าประจักษ์บอกหรือเปล่าว่าฝากมาทำไม พอป้าทองบอกว่าไม่ได้บอก วนิดาก็ถือรูปเดินจ้ำอ้าวไปที่สวนเพราะประจักษ์กำลังยืนดูดอกกุหลาบอยู่ที่ นั่น ถามว่าเอารูปมาให้ตนทำไม

"ฉันไม่อยากเก็บไว้ ฉันก็เลยฝากป้าทองเอาไปให้ เผื่อเธอจะอยากได้"

พริบตานั้นเอง วนิดาฉีกรูปแควกแยกเธอกับเขาออกจากกันแล้วขว้างทิ้งก่อนเดินกลับไป

วัน แล้ววันเล่าผ่านไป วนิดามีแต่ความเจ็บปวดสับสนเมื่อถูกพิสมัยออดอ้อนประจักษ์และตัวเขาก็ตอบรับ ด้วยดีทั้งๆที่ลึกๆแล้วเขาสะเทือนใจทุกครั้งที่วนิดาเห็นภาพเหล่านั้น

จน วันนี้จวงทนไม่ได้บ่นกับป้าทองว่าสามสี่วันมานี้คุณผู้ชายเป็นอะไรก็ไม่รู้ ทำเย็นชาใส่คุณนิดไม่เห็นเหมือนอยู่ที่ชะอำเลย ป้าทองเองก็รู้สึกว่าประจักษ์พยายามหลบหน้าวนิดาตลอดเวลา

"คุณใหญ่อาจจะกำลังมีปัญหาอยู่ก็ได้ เพราะหลายวันก่อนคุณใหญ่มานั่งปรับทุกข์ให้ฉันฟัง" ไปล่บอก

"เรื่องอะไร" จวงตาลุกหูผึ่ง

"มันผ่านมาหลายวันแล้วพี่ไปล่จำไม่ได้หรอกจ้ะน้องจวง แล้วคืนนั้นพี่ไปล่ก็เมามากเลยหลับไปก่อนที่จะฟังคุณใหญ่พูดจบ"

จวงฟังแล้วเซ็งสนิทบ่นไปล่ว่าไม่ได้เรื่องเลย ป้าทองเปรยๆขึ้นว่า

"ข้าว่างานนี้คนที่มีความสุขมากที่สุดคงจะเป็นคุณนายน้อม"

ooooooo

คุณนาย น้อมกับพิสมัยหัวเราะกันระรื่นเมื่อคุยกันถึงเรื่องที่สนามเทนนิสและยิ่ง เมื่อถมมารายงานว่าวนิดาไปบ้านอำพันธ์อีกแล้ว ทั้งสองก็ยิ่งสะใจที่ทุกอย่าง จะเป็นไปตามแผนและความต้องการของตน

แต่ประจักษ์กลับหงุดหงิดงุ่นง่านเมื่อเห็นอำพันธ์เดินมาส่งวนิดาและจับหิ่งห้อยให้กันอย่างร่าเริง

การ ไปที่บ้านอำพันธ์และสนิทสนมกับสองพี่น้องนี่เอง ทำให้วนิดาเพิ่งรู้ว่าแม่ของอำพันธ์กับอำไพเป็นคนที่อยู่กับคุณย่ามณฑาของ เธอนานและรู้เรื่องของย่าดีที่สุด วนิดาขอให้อำไพเล่าให้ฟัง

อำไพ เล่าว่า "แม่จี๊ดบอกว่าท่านเจ้าคุณรักคุณหญิงมาก สมัยที่ท่านเจ้าคุณยังมีชีวิตอยู่ คุณนายน้อมไม่มีอำนาจอย่างทุกวันนี้หรอกค่ะ อะไรๆก็ต้องแล้วแต่คุณหญิง คุณนายน้อมจึงริษยาคุณหญิงมาก แม่ของจี๊ดเคยเตือนให้คุณหญิงระวังตัว แต่คุณหญิงเป็นคนซื่อไม่สงสัยอะไร"

วนิดาตั้งใจฟังมาก จ้องหน้าอำไพเขม็ง จนอำไพเล่าต่ออีกว่า

"จน กระทั่งคุณหญิงถูกกล่าวหาว่ามีชู้ แม่บอกว่าคุณหญิงถูกใส่ความและคนนั้นคือคุณนาย หลังจากคุณหญิงออกไปแล้ว ท่านเจ้าคุณก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องกับขวดเหล้า คุณนายน้อมก็เลยตั้งตัวเองเป็นผู้มีอำนาจสิทธิ์ขาดในบ้านมหศักดิ์เพียงคน เดียว จนกระทั่งท่านเจ้าคุณล้มเจ็บหนักและเสียชีวิต"

ฟังอำไพเล่า แล้ว วนิดายิ่งมุ่งมั่นที่จะรู้ให้ได้ว่าคุณนายน้อมเป็นคนใส่ร้ายคุณย่าของเธอ จริงหรือเปล่า ดังนั้นเมื่อกลับไปที่บ้านมหศักดิ์จึงให้ป้าทองพาไปดูที่ห้องเก็บของที่เต็ม ไปด้วยฝุ่น บอกว่าตนอยากรู้ว่ามีของของคุณย่าบ้างหรือเปล่า ป้าทองบอกว่าไม่มีหรอกเพราะคุณนายเอาไปทิ้งหมดแล้ว

แต่วนิดาก็เจอรูป ของประจักษ์กับประจวบในวัยเด็ก ถ่ายสะสมมาจนกระทั่งเข้าเรียนทหารใหม่ๆและรูปคุณนายในวัยสาว วนิดาถามป้าทองว่าทำไมคุณนายถึงเอารูปพวกนี้มาเก็บในห้องเก็บของ

"คุณนายแกเป็นคนไม่ชอบนึกถึงเรื่องในอดีตค่ะ" ป้าทองรู้ดีเพราะเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงของท่านเจ้าคุณ ส่วนจวงฟังแล้วตั้งข้อสังเกตว่า

"แสดงว่าอดีตของยัยคุณนายน้อมอาจจะเคยทำเลวอะไรเอาไว้ก็ได้นะคะคุณนิด"

วนิดาก้มดูรูปถ่ายของคุณนายในวัยสาวอีกครั้งอย่างครุ่นคิด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 12:05 น.