ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

วนิดา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คุณนายน้อมด่าป้าทองกับไปล่ว่าเนรคุณ แปรพักตร์ ไปเข้ากับวนิดา พิสมัยยุให้ไล่ออกไปเสีย เลี้ยงงูเห่า ไว้สักวันมันต้องแว้งกัดเรา คุณนายเลยไล่ตะเพิดให้ เก็บข้าวของออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้

"อีฉันไปแน่ ไม่ต้องเปลืองน้ำลายไล่หรอกเจ้าค่ะ

อีทองยอมเป็นคนอกตัญญูดีกว่าต้องรับใช้คุณนายใจดำ!"

"นังทอง!!" คุณนายตวาดลั่น

"อีฉันยังพูดไม่จบ" ป้าทองเสียงดังกว่าแล้วลอยหน้าพูดไม่เว้นวรรคให้แทรกได้เลยว่า "เมื่อก่อนบ้านหลังนี้ให้แต่ ความอบอุ่นและความสุข แต่หลังจากที่ท่านเจ้าคุณเสียชีวิต มหศักดิ์ก็เหมือนตายไปด้วย อีฉันอยู่โดยที่ถูกปิดหูปิดตา เข้าใจผิดคิดว่าพวกผู้ดีอย่างคุณคือคนดี"

ป้าทองหยุดหายใจ เมื่อเห็นคุณนายกับพิสมัยหน้าเหวอพูดไม่ออก แล้วก็รีบใส่ต่อ

"แต่ความจริงไม่ใช่ คุณนิดทำให้อีฉันรู้ว่าคนดีเป็นยังไง พวกใจคอคับแคบ ชอบดูถูกคน ตัดสินคนอื่นโดยที่ยังไม่รู้จัก มันทำให้คำว่าผู้ดีที่ฉาบผิวคุณนายไม่มีค่าอะไรเลย"

"นังทอง!!" คุณนายเงื้อมือจะตบป้าทอง ถูกไปล่จับแขนไว้แน่นทำหน้าขึงขังขู่ว่าถ้าคุณนายตบป้าทอง ตนจะไม่เกรงใจ คุณนายลอยหน้าถามว่า "แกจะทำอะไรฉันหาไอ้ไปล่!"

"ทำในสิ่งที่คุณนายคิดไม่ถึง" ไปล่แสยะยิ้มใส่คุณนายแล้วหันไปประคองป้าทอง "ไปกันเถอะป้า ตายเอาดาบหน้า ดีกว่าต้องอยู่ที่นี่"

แล้วสองป้าหลานคู่หูคู่กัดก็จัดกระเป๋าเข้าไปลาวนิดา เธอถามว่าจะไปอยู่ที่ไหนกัน ไปล่บอกว่าจะกลับสุรินทร์จะพาป้าทองไปอยู่ด้วย ครั้นวนิดาถามว่าแล้วจะไปทำอะไร

"คงเลี้ยงช้างมังครับ" ไปล่ตอบ ป้าทองได้ยินถึงกับร้องไห้โฮที่ต้องไปเลี้ยงช้างเอาบั้นปลายชีวิต วนิดาเลยบอกทั้งสองคนว่าไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น  ให้อยู่ที่นี่ตนจะดูแลทั้งสองคน เอง ดีแล้วจะได้มีเพื่อน

ถม คนใช้ประจำตัวของคุณนาย แจ้นกลับมาบอกว่าวนิดาให้ป้าทองกับไปล่อยู่รับใช้ตัวเอง พิสมัยก็ยุว่า

"มันทำอย่างนี้เท่ากับมันประกาศความเป็นศัตรูกับคุณแม่นะคะ"

ooooooo

ครู่ใหญ่ต่อมา ขณะที่วนิดาจัดห้องให้ไปล่และให้ป้าทองกับจวงนอนกับตนอยู่นั้น คุณนาย ถม และพิสมัยก็เดินอาดๆเข้ามาพูดจาดูถูกถากถางต่างๆนานา แล้วคุณนายก็หาเรื่องวนิดาว่า

"คิดว่าที่นี่เป็นบ้านของเธอรึไง ถึงได้เจ้ากี้เจ้าการจัดแจงให้ใครมาอยู่ก็ได้"

"ใช่ค่ะ" วนิดาตอบชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาคุณนาย พิสมัยและถมชะงักกึก แล้ววนิดาก็ชี้แจงว่า "ฉันเป็นภรรยาคุณประจักษ์ เท่ากับว่าครึ่งหนึ่งของฉันเป็นเจ้าของบ้านมหศักดิ์ไม่ถูกต้องเหรอคะ ดิฉันว่าถ้าคุณแม่ไม่พอใจอะไรก็ไปบอกคุณประจักษ์เถอะค่ะ"

พอเถียงไม่ขึ้นคุณนายก็พาลตวาดว่า "ฉันไม่ใช่แม่แก ไม่ต้องมาเรียก"

วนิดายิ้มอย่างใจเย็นบอกให้ทำใจเสียเพราะยังไงเราก็ต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน แล้วจงใจย้ำว่า "ฝึกให้ชินไว้สิคะคุณแม่"

คุณนายน้อมโมโหจนตัวซี้ตัวสั่น ยิ่งเมื่อป้าทองประกาศว่าตอนนี้ตนไม่ใช่ขี้ข้าของคุณนายแล้วถ้าทำอะไรวนิดา นิดเดียวพวกตนก็จะใช้วิธีไพร่ๆกับคุณนาย ก็ทำเอา "ผู้ดี" อย่างคุณนายกับพิสมัยหน้าเสีย สุดท้ายคุณนายก็สั่งกลับ ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะไล่ส่งของป้าทอง จวง และไปล่

ooooooo

ประจักษ์ย้ายไปอยู่กรมเสนาธิการแล้ว จู่ๆวันนี้มนตรีก็โผล่พรวดเข้าไปหาที่ห้องโดยไม่เคาะประตู พอถูกต่อว่าก็อ้างว่ามีเรื่องร้อนใจอยากคุยด้วย แล้วพูดธุระ ทันทีว่า

"ฉันจะมาขออนุญาตพาคุณนิดไปเป็นคู่ควงงานแข่งขันลีลาศแห่งสยาม"

ประจักษ์มองหน้าเพื่อนรักอย่างตรึกตรอง แล้วพูดชัดเจนไม่ลังเลว่า

"ฉันว่านายมาเสียเที่ยวแล้วล่ะ วนิดาต้องเป็นคู่ควงไปงานนี้กับฉัน"

มนตรีงง อึ้ง ถามว่าเขาไม่เคยชอบงานแบบนี้ไม่ใช่หรือ ประจักษ์ตอบหน้านิ่งๆว่าคนเราเปลี่ยนแปลงกันได้ ให้มนตรีไปหาคู่ควงคนอื่นเสีย มนตรีพยายามตื๊อถามว่าแล้วเขาเอาพิสมัย ไปไว้ที่ไหน ถ้าพิสมัยรู้เข้าถึงตายทีเดียว

"เรื่องของฉัน" ประจักษ์ตอบอย่างมีแผนและไม่สนใจมนตรีอีกเลย มนตรีเลยฮึดฮัดผิดหวังกลับไป

ooooooo

ด้วยความแค้นใจ คุณนายใช้ให้ถมกับคนใช้อีกสองคนไปก่อกวนป้าทองกับจวงจนทั้งสองจะเข้าครัวทำ อาหารก็ไม่ได้  พอจวงเอ็ดตะโรว่าอย่ามาหาเรื่อง  ถม ก็อวดศักดาว่า

"ฉันไม่ได้หาเรื่อง คุณนายสั่งให้ฉันเป็นคนดูแลบ้านหลังนี้ ฉันมีอำนาจที่จะให้ใครทำหรือไม่ทำอะไรก็ได้ แกสองคนไม่ใช่คนของมหศักดิ์ เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในบ้าน มหศักดิ์แกสองคนไม่มีสิทธิ์ยุ่ง"

ป้าทองถามว่าแล้วจะให้ตนทำครัวที่ไหน ถมชี้ไปที่เรือนหลังเล็กบอกว่าทำที่หน้าห้องวนิดา จวงทนไม่ไหวตัวเองก็ทำอะไรไม่ได้ เลยไปหานายดาว พอเจอนายดาวจวงก็ฟ้องฉอดๆว่าคุณนายให้วนิดาไปอยู่เรือนหลังเล็ก บรรยายให้เห็นภาพน่าสมเพชว่า

"ที่นั่นทั้งเล็กทั้งเก่ายิ่งกว่าเรือนคนใช้อีกนะคะคุณท่าน แถมมันยังพูดจาดูถูกคุณนิดสารพัด กลั่นแกล้งคุณนิดทุกเรื่องแล้วยังปฏิบัติกับคุณนิดเหมือนคุณนิดไม่ใช่ลูก สะใภ้ แต่เป็นขี้ข้า ตอนนี้คุณนิดซูบไปเป็นกองหน้าตาไม่สดใสเหมือนเก่า จวงเห็นแล้วสงซ้าน...สงสาร แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง จวงถึงต้องมาขอให้คุณท่านช่วยนี่แหละค่ะ"

นายดาวฟังแล้วฉุนขาดลุกพรวดสั่งสมหมายเตรียมรถตนจะไปบ้านมหศักดิ์ จวงยิ้มหน้าบานสะใจนัก!

ooooooo

นายดาวไปถึงบ้านมหศักดิ์ เป็นเวลาที่คุณนายกำลังนั่งรอถมมานวดตัวให้ นายดาวเข้าไป คุณนายนึกว่าถมจัดแจงให้นวด นายดาวสวมรอยเข้าไปบีบไหล่นวดไปมา คุณนายชมว่าวันนี้แรงดีจัง นายดาวเลยนวดแรงขึ้นอีกจนคุณนายร้องหันมองหน้า ตกใจลุกพรวด

"นายดาว แกจะทำอะไรฉัน"

นายดาวหัวเราะกวนประสาทถามว่าคุณนายแก่จนเป็นป้าตนได้แล้วตนจะกล้าทำอะไร พอถูกคุณนายไล่ตะเพิดให้ ออกจากบ้านตน นายดาวจึงถามขึงขังว่า

"ได้ข่าวว่าคุณนายไล่ลูกสาวผมไปอยู่เรือนหลังเล็ก คุณนายทำแบบนี้เท่ากับไม่ให้เกียรติลูกสาวผมสักนิด" พอคุณนายย้อนว่าตนยอมให้อยู่ร่วมชายคาเดียวกันก็บุญแล้วจะมาเรียกร้องอะไร อีก

"คุณนายทำแบบนี้มันเหมือนแกว่งเท้าเข้าหาเสี้ยนนะ" นายดาวขู่ พอคุณนายถามว่าจะทำอะไร นายดาวตอบกวนๆตามเคยว่า "ก็แค่ทำให้เสี้ยนมันตำเข้าไปในเท้าคุณนายยังไงล่ะ"

คุณนายน้อมเสียวสันหลังขึ้นมาเลยรีบโทร.ไปบอกประจักษ์ เขารีบออกจากที่ทำงานทันที

ประจักษ์ไปถึงบ้านนายดาวเป็นเวลาที่นายดาวกำลังสั่งให้สมหมายตามทนายสุธีมา พบ แต่พอประจักษ์มาคุยด้วยดีบอกว่า ตนอยากมาเพิ่มสัญญาอีกข้อหนึ่ง นายดาวมองอย่างระแวง

"สัญญาข้อที่ว่าก็คือ" ประจักษ์เดินไปยืนตรงหน้านายดาว "ผมจะดูแลวนิดาในฐานะภรรยาให้ดีที่สุด ผมจะยกย่องให้เกียรติและปกป้องไม่ให้ลูกสาวของคุณต้องเจ็บช้ำน้ำใจหรือพบกับ ความลำบากอีก"

ฟังประจักษ์พูดจบ นายดาวก็สั่งสมหมายว่าไม่ต้องโทร.หา ทนายสุธีแล้ว บอกประจักษ์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า "ฝากคุณ ดูแลยัยนิดด้วย" เมื่อประจักษ์กลับไปนายดาวก็พูดกับสมหมาย อย่างพอใจว่า

"ในที่สุด ฉันก็คิดถูกจริงๆสมหมาย"

แต่พอประจักษ์กลับมาบอกคุณนายน้อมว่าตนไปเพิ่มเติมสัญญาอีกข้อหนึ่งว่าจะ ดูแลวนิดาให้ดีที่สุด คุณนายก็ไม่พอใจชักสีหน้าถามว่า ทำไมถึงไปพูดแบบนี้มันเท่ากับมัดตัวเองแท้ๆ

"หรือคุณแม่อยากให้เขาฟ้องเราครับ จะต้องให้ผมขอร้องคุณแม่อีกสักกี่ครั้ง เลิกยุ่งกับวนิดาและคนของเขาเสียที"

คุณนายเห็นประจักษ์โกรธ เลยเปลี่ยนท่าทีใหม่เพื่อเอาใจลูก ขอให้พาไปขอโทษวนิดาที แม้ประจักษ์จะรู้สึกแปลกๆ แต่พอคุณนายทำตาปริบๆ อย่างสำนึกผิด เขาจึงพาไปหาวนิดาที่ร้านเสื้อสองอนงค์

พอเจอหน้าวนิดาคุณนายก็เข้าไปกอด ขอโทษด้วยคำพูด และน้ำเสียงอ่อนหวาน สารภาพผิด ขออย่าได้โกรธตนเลยอภัยให้กันแล้วเรามาเริ่มต้นใหม่

แต่ระหว่างพูดเสียงดังขอโทษขอโพยนั้น ก็แอบกระซิบข้างหูวนิดาว่า

"อย่าเข้าใจผิดคิดว่าฉันยอมแกนะนังวนิดา ฉันแค่ ไม่อยากให้ลูกชายฉันลำบากใจ"

วนิดาถึงกับตะลึงอึ้ง แต่พอตั้งหลักได้ก็กอดคุณนาย ไว้แน่นราวกับมัดตราสัง พูดหวานกว่าอีกว่า

"ได้สิคะคุณแม่ขา...เราสองคนมาเริ่มต้นกันใหม่นะคะ"

พอวนิดาคลายมือ คุณนายก็อ้าปากฮุบอากาศเหมือนจะขาดใจแต่ต้องฝืนยิ้ม อำไพเห็นทั้งสองแล้วรู้สึกแปลกๆ แต่ ประจักษ์ไม่ได้สนใจรายละเอียด เห็นแม่กับวนิดากอดและพูดหวานให้กันก็ยิ้มสบายอกสบายใจ

ooooooo

พาคุณนายกลับมาที่บ้านมหศักดิ์แล้ว ประจักษ์ ขอบคุณแม่ที่ยอมเป็นฝ่ายขอโทษวนิดาแล้วขอตัวไปทำงาน  พิสมัยสวนเข้ามา  คุณนายเปลี่ยนสีหน้าเป็นร้ายกาจทันทีบอกพิสมัยว่า

"แผนของเราเริ่มต้นได้ไม่เลวเลยล่ะ"

คืนนี้ ประจักษ์หยิบการ์ดเชิญแข่งขันลีลาศขึ้นมาดูแล้วออกจากห้องจะไปชวนวนิดา เจอพิสมัยเข้าพอดี เธอถามว่าจะไปไหน ประจักษ์อึกอักแล้วปดว่าจะไปเดินเล่น

"ใจตรงกับน้องเลยค่ะ น้องจะมาชวนคุณพี่ลงไปเดินเล่นพอดี" ว่าแล้วควงไปเลย

เป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวงทอแสงนวลสวย วนิดาออกมายืนชมจันทร์อยู่กับจวง มองไปเห็นพิสมัยควงประจักษ์เดินอยู่ข้างล่าง เธอหมดอารมณ์ชมจันทร์ชวนจวงเข้าบ้าน

พิสมัยจงใจควงประจักษ์มาฉอเลาะใกล้ๆห้องพักของวนิดา ทำเป็นหนาวกอดแขนประจักษ์ไว้แนบตัว พอประจักษ์ บอกว่าถ้าหนาวก็กลับขึ้นข้างบนเสีย เธอก็ไม่ยอมกลับกอดเขาไว้แน่น

ประจักษ์รู้ว่าวนิดาเห็น เขาอึดอัดใจ เลยชวนเข้าข้างในกันดีกว่าอ้างว่าเดี๋ยวเธอจะไม่สบาย พิสมัยเลยพูดไม่ออก

ooooooo

วันถัดมา ประจักษ์ตัดสินใจจะชวนวนิดาไปงาน แข่งขันลีลาศ เขาตึงเครียดตื่นเต้น ต้องซ้อมเรียบเรียงคำพูดอยู่นานจนได้ประโยคที่คิดว่าเหมาะสม อ่อนโยนที่สุดแล้ว คือ "พอดีฉันได้รับเชิญไปงานแข่งขันลีลาศ แต่ฉันไม่มีคู่ไปด้วย เธอเป็นคู่ให้ฉันนะ" คิดแล้วบอกตัวเองว่า "เอาแบบนี้ล่ะวะ" แล้วตัดสินใจออกจากห้อง ไปเคาะประตูห้องวนิดา ยืนพูดอยู่หน้าห้อง

"วนิดา ฉันเอง...ฉันขอโทษที่มากวนเธอแต่เช้า ฉันอยากรู้ว่าคืนวันศุกร์หน้าเธอว่างรึเปล่า ฉันมีบัตรเชิญไปงานแข่งขันลีลาศ ฉันอยากชวนเธอไปด้วย ถ้าเธอไม่ว่างก็ไม่เป็นไร" ประจักษ์พูดประโยคสุดท้ายหลังจากพูดมายืดยาวแต่ไม่มีเสียงตอบรับจากในห้องเลย

แต่พอหันกลับก็เจอป้าทองยืนยิ้มอยู่ ป้าทองบอกว่าวนิดาไม่อยู่ไปบ้านอำไพ ทำเอาเขาเขินต่อว่าป้าทองว่า "แล้วปล่อยให้ฉันพูดอยู่คนเดียวได้ยังไง" แล้วเดินงุดๆกลับห้องตัวเอง

ต่อมาเขาจะเดินไปหาวนิดาอีกเพื่อบอกเรื่องงานแข่งขัน ลีลาศ เจอคุณนายน้อมเข้าถามว่าจะไปไหน วันหยุดก็น่าจะพา พิสมัยออกไปกินข้าวฟังเพลงกันบ้างปล่อยให้เธออยู่กับคนแก่ อย่างแม่เบื่อตาย แล้วคะยั้นคะยอให้เขาพาพิสมัยไปกินข้าว พูดดักคอว่า

"อ้อ หรือว่าเป็นห่วงหนูนิด ไม่ต้องห่วงหรอก แม่จะอยู่เป็นเพื่อนเขาเอง รีบไปเอารถออกสิ"

"ครับ" ประจักษ์จำใจรับคำ พอเขาเดินออกไป พิสมัยก็ไหว้ขอบคุณคุณนายอย่างอ่อนช้อย

"ไปเถอะลูก เที่ยวให้สนุกนะ" คุณนายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มองพิสมัยที่เดินตัวปลิวไปอย่างสบายใจ

ooooooo

วันนี้วนิดาไปทานอาหารที่บ้านอำไพกับอำพันธ์ ทานเสร็จเธอช่วยล้างจานเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน สองพี่น้องไม่ชอบใจเมื่อรู้ว่าคุณนายให้วนิดาไปอยู่เรือนหลังเล็ก และให้พิสมัยมาอยู่ที่ห้องประจวบแทนวนิดา กระทั่งอำพันธ์พูดอย่างเหลือเชื่อว่าคุณนายมักทำอะไรที่คาดไม่ถึงตลอดเวลา เล่นละครได้เก่งมาก

อำพันธ์ถามวนิดาว่าการที่พิสมัยมาอยู่ที่บ้าน เธอไม่คิดอะไรบ้างหรือ วนิดาตอบสบายๆใสๆว่าไม่คิดอะไรเลย เพราะตนไม่ชอบประจักษ์ ฟังแล้วอำพันธ์เผลอพูดออกมาอย่างโล่งใจว่า "ค่อยยังชั่ว" พูดแล้วรู้สึกตัวเลยแก้เกี้ยวว่า

"ค่อยยังชั่วที่คุณนิดไม่ได้ชอบคุณประจักษ์ เพราะถ้าคุณนิดชอบคุณประจักษ์ขึ้นมาจริงๆ คุณนิดคงเสียใจแย่ เพราะยังไงคุณประจักษ์กับคุณพิสมัยก็ไม่มีทางตัดขาดกันได้หรอกครับ"

ตลอดเวลาที่วนิดาอยู่ที่บ้านอำไพ อำพันธ์มองเธอเคลิ้ม จนอำไพจิกแขนดึงออกไปถามว่าบ้าไปแล้วหรือ กลับถูก อำพันธ์ถามว่า "มองคนที่ตัวเองชอบมันบ้าตรงไหน"

อำไพสะดุดหูกึกคาดคั้นถามจนอำพันธ์ยอมรับว่าตนชอบวนิดา เมื่อวนิดาไม่ได้รักประจักษ์ เขาก็จะรอเธอจนกว่าเธอจะเป็นอิสระ

พอดีวนิดามาขอตัวกลับ อำพันธ์จึงให้อำไพไปเอาไข่ใส่ตะกร้าฝากไปให้ป้าทองด้วยและขอไปส่ง

ส่วนทางบ้านมหศักดิ์ มนตรีมาหาวนิดาที่เรือนหลังเล็ก จวงบอกว่าไม่อยู่ ครั้นถามว่าไปไหนจะกลับกี่โมง พอป้าทองบอกว่าไปบ้านคุณอำไพกลับกี่โมงไม่รู้ มนตรีถามอย่างไม่สบายใจว่า บ้านอำไพอยู่ที่ไหน

ป้าทองถามขวางๆว่าจะรู้ไปทำไม มนตรีอ้างว่าจะได้ ไปรับกลับ เพราะวนิดาไปคนเดียวมันอันตราย จวงปากไวโพล่งไปว่า

"โอ๊ย ไม่อันตรายหรอกค่ะ บ้านคุณอำไพอยู่ข้างหลังนี่เอง"

เลยเสียท่ามนตรี เขาขอบใจแล้วจ้ำอ้าวไปเลย จวงอ้าปากหวอถูกป้าทองเขกหัวโป๊กหนึ่ง ฐานโง่หลุดปากบอกมนตรีไป

ooooooo

อำพันธ์เดินมาส่งวนิดา คุยกันอย่างถูกคอ เขาอยากให้วนิดามาที่บ้านบ่อยๆ อำไพจะได้ไม่เหงา เพราะเขาเองทำงานบริษัทฝรั่งต้องเดินทางบ่อยๆไม่ค่อยได้อยู่บ้าน

ขณะทั้งสองเดินคุยกันมาอย่างถูกคอนั่นเอง มนตรีมาเจอเข้าหน้าตึงทันที ปรี่เข้าไปหาวนิดา อำพันธ์เห็นมนตรีก็ชักสีหน้าเป็นปฏิปักษ์ทันทีเช่นกัน พอวนิดาถามว่ามนตรีมาหาประจักษ์หรือ เขากลับบอกว่ามาหาเธอฐานะเพื่อนสนิท แล้วกวาดตาไปทางอำพันธ์ถามวนิดาว่า นั่นเป็นใคร อำพันธ์ ฉุนขึ้นมาย้อนถามว่า แล้วคุณเป็นใคร

สองหนุ่มไม่กินเส้นกันอย่างแรง จนอำพันธ์ไม่อยากมีปัญหาเลยบอกวนิดาว่าฝากไข่ไก่ไปให้ป้าทองด้วย  ส่งตะกร้าไข่ ให้แล้วหันหลังเดินไป ยังไม่วายถูกมนตรีกระแนะกระแหนว่า

"แค่ไข่หนึ่งตะกร้า คิดว่ามันเท่นักเหรอวะ"

ได้เรื่องเลย! อำพันธ์หันขวับมาพูดเสียงแข็งว่าไม่พอใจอะไรตนก็พูดมาตรงๆเลยดีกว่า

มนตรีตอบไปตรงๆ อย่างชายชาติทหารว่า ตนไม่พอใจที่เขามาใกล้ชิดกับวนิดาที่เป็นภรรยาของประจักษ์เพื่อนรักของตน วนิดาเห็นท่าจะไปกันใหญ่เลยแยกสองคนออกมาบอกว่าอำพันธ์แค่เดินมาส่งตนเฉยๆ มนตรีคงเข้าใจผิดมากกว่า

"ไม่ผิดหรอกครับคุณนิด เห็นหน้าผมก็รู้แล้วว่าเขาต้องคิดไม่ซื่อกับคุณ" มนตรีพูดใส่หน้าอำพันธ์

ระหว่างนั้นถมมาเห็นเหตุการณ์ได้ยินการโต้เถียงกันรุนแรง ก็วิ่งแจ้นกลับไปบอกคุณนาย ครู่เดียวคุณนายก็เดินอ้าวมากับถม

มนตรีกับอำพันธ์เถียงกันไปมาจนอำพันธ์ไม่อยากมีเรื่องเลยหันหลังกลับ ถูกมนตรีคว้าไข่ในตะกร้าขว้างใส่หัวอำพันธ์แตกดังโพละ ไข่ย้อยลงมาจากหัว อำพันธ์ฉุนขาดเดินกลับมาคว้าไข่ยีใส่หัวมนตรีและปาใส่ มนตรีหลบ เป็นจังหวะที่คุณนายเดินหน้าตั้งมาพอดีเลยถูกหน้าคุณนายเข้าเต็มเปา

ศึกปาไข่ยุติลงทันที ทั้งอำพันธ์และมนตรีต่างยกมือไหว้คุณนายที่ยืนโกรธจนตัวสั่น

ooooooo

พากันกลับไปที่บ้านมหศักดิ์ ขณะที่คุณนายเอาผ้าเช็ดไข่บนผมตัวเองอยู่นั้น อำพันธ์เข้าไปขอโทษอีกครั้ง คุณนายทั้งด่าทั้งบ่นระบายอารมณ์จงใจประชดวนิดาว่า

"เห็นบ้านมหศักดิ์เป็นโรงงิ้วรึไง ร้อยวันพันปีบ้านนี้ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย แต่พอมีคนอื่นเข้ามาอยู่ก็ทำเรื่องน่าบัดสี อย่าลืมสิว่าลูกชายฉันเป็นผัวเธอ นี่ถ้าพ่อใหญ่รู้เข้าคงต้องดิ้นตายเพราะเมียมีชู้ถึงสองคน!"

"ไม่ใช่นะครับ!!" ทั้งอำพันธ์และมนตรีปฏิเสธพร้อมกัน ต่างก็ปกป้องวนิดาว่าไม่ผิด   แล้วโยนกลองให้อีกฝ่ายว่าผิด เถียงกันจนคุณนายทนไม่ไหวตวาดลั่น

"หยุด!! เห็นหัวหงอกคนนี้บ้างไหม เถียงข้ามหัวฉันไปมา ไม่มีสมบัติผู้ดี" แล้วบอกอำพันธ์ให้กลับไปได้แล้ว มนตรียิ้มเยาะพูดเบาๆ "สมน้ำหน้า" พูดไม่ทันขาดคำก็ถูกคุณนายไล่ไปอีกคน แต่พอวนิดาจะลุกไปบ้างคุณนายกลับไม่ให้ไป

"อยากต่อว่าอะไรฉันก็ต่อว่ามาเลยค่ะ"  วนิดานั่งลงตามเดิม

"ต่อว่าเธอมันจะไปสนุกอะไร ถ้าจะต้องต่อว่ากันมันต้องต่อว่าไปถึงย่าของเธอถึงจะถูก สั่งสอนหลานสาวได้เก่งมาก สันดานเหมือนกันไม่มีผิด มักมาก ไม่รู้จักพอ!"

"ใช่ค่ะ" วนิดายิ้มรับจนคุณนายแปลกใจ "ฉันเป็นผู้หญิงไม่รู้จักพอ คุณแม่เตรียมหาปี๊บคลุมหัวได้เลย เพราะดิฉันจะละเลงมหศักดิ์กับลูกชายของคุณแม่ให้เละ!" พูดเสร็จลุกไปเลย

"แกได้ยินมันพูดไหมนังถม มันผิดจากที่ฉันคิดที่ไหน" คุณนายหันไปพูดกับถม แล้วนั่งหน้าวิตกระแวงสุดๆ

ooooooo

เมื่อประจักษ์กลับมาตอนเย็น คุณนายฟ้องลูกชาย ทันที ประจักษ์ท้วงติงว่าวนิดาไม่ใช่คนแบบนั้น พิสมัยแย้งขึ้นมาว่าเขาเชื่อใจวนิดามากเกินไป  การทำแบบนี้ เท่ากับไม่ให้เกียรติเขาไม่ให้เกียรติมหศักดิ์เลย

"ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง" ประจักษ์ตัดบทแล้วเดินออกไป เขาตรงไปที่เรือนหลังเล็กแต่ไม่ใช่ไปต่อว่าตำหนิวนิดา หากไปชวนเธอออกงานแข่งขันลีลาศด้วยกัน วนิดาตอบรับทันทีเพราะเป็นงานที่เธอใฝ่ฝันอยากไปมานานแล้ว

จากนั้นทั้งคู่วางแผนซ้อมเต้นรำกันเพื่อให้เข้าขากันได้ วนิดานัดซ้อมกันทุกเย็นที่นี่ก็แล้วกัน

ส่วนมนตรีหลังจากวันนั้นแล้ว เขาร้อนใจจนทนไม่ได้ วันนี้จึงไปบอกประจักษ์ว่าอำพันธ์มีท่าทีจีบวนิดา ประจักษ์ ไม่เชื่อ มนตรีโมโหที่เขาไม่เชื่อเลยหัวเสียบอกว่าแล้วสักวันประจักษ์จะรู้เองว่าที่ ตนพูดเป็นความจริง

ประจักษ์กำลังเพลิดเพลินกับการหัดเต้นรำกับวนิดา เขาเต้นแข็งทื่อจนบางครั้งเหยียบเท้าวนิดา เธอจึงหยุดถามเขาว่าเวลาเต้นเขาคิดถึงอะไร ประจักษ์บอกว่าคิดถึงว่าต้องก้าวเท้ายังไง  เดินหน้าหรือถอยหลัง  วนิดาเลยแนะนำว่า

"ว่าแล้วเชียวว่าคุณต้องคิดแบบนี้ เพราะคุณมัวแต่ คิดถึงแต่จังหวะ เวลาคุณเต้นมันถึงดูไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับคู่เต้นยังไงล่ะคะ"

วนิดาช่วยเขาสร้างอารมณ์ด้วยการเปิดเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง บอกว่าเพลงอาจจะช่วยเขาได้ ย้ำว่า "อย่าให้จังหวะกำหนดการเต้น แต่ให้ใช้ความรู้สึก"

ทั้งสองซ้อมเต้นกันยิ่งใกล้ชิดความรู้สึกต่อกันก็ยิ่งลึกซึ้ง จนบางครั้งเขินต้องเมินหน้าไปทางอื่นแก้เก้อ

ooooooo

ถมมาเห็นประจักษ์ซ้อมเต้นรำกับวนิดาก็แจ้นไปบอกคุณนายน้อม ส่วนพิสมัยสงสัยว่าประจักษ์หายไปไหนทุกเย็นก็เข้าไปหาที่ห้อง เห็นการ์ดเชิญงานแข่งขัน ลีลาศวางอยู่ เธอดูแล้วยิ้มอย่างมั่นใจว่าประจักษ์ต้องชวนตนไปงานนี้แน่ๆ

พอรู้ว่าประจักษ์ซ้อมเต้นรำอยู่กับวนิดา ทั้งคุณนาย พิสมัย และถมก็ดาหน้ากันไปที่เรือนหลังเล็กทันที พิสมัยตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน ทำเป็นเข้าไปขอบใจวนิดาที่ช่วยเป็นคู่ซ้อมให้ประจักษ์ บอกเขาว่า

"คุณพี่ไม่เห็นต้องรบกวนคุณวนิดาให้เป็นคู่ซ้อมเต้นให้เลย" คุณนายพูดเอาใจว่าประจักษ์กลัวเธอจะเหนื่อย พิสมัยเล่นละครต่อไปทำเป็นซึ้งใจว่า "โถๆ คนดีของน้อง ฉันต้องขอบใจคุณมากนะที่สละเวลามาช่วยซ้อมเป็นคู่เต้นให้คุณพี่แทนฉัน แต่หลังจากนี้คงไม่ต้องรบกวนคุณแล้วล่ะ เพราะเหลืออีกแค่ไม่กี่วันก็จะถึงวันงานแล้ว ฉันจะซ้อมกับคุณพี่เอง"

"พิสมัย เธอกำลังเข้าใจผิด" ประจักษ์ดึงแขนพิสมัยเพื่อจะบอกความจริง พิสมัยเอะใจทำตาโตถามว่า อย่าบอกนะว่าเขาจะชวนวนิดาไปงานแข่งขันลีลาศ ประจักษ์ไม่ตอบแต่สายตาบอกว่าใช่

พิสมัยแทบช็อก จนเมื่อกลับถึงห้องนอนก็อาละวาดแผดเสียงกรีดร้องอย่างกดดัน บอกคุณนายน้อมว่าตนทนไม่ไหวแล้วถ้าไม่ระบายออกมาเส้นเลือดในสมองต้องแตกแน่ๆ พูดอย่างอาฆาตกับคุณนายว่า

"ดิฉันเกลียดมันค่ะคุณแม่ ดิฉันเกลียด..เกลียด..คอยดูนะ นังวนิดา ฉันจะทำให้ชีวิตแกไม่มีความสุข!!!"

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:28 น.