ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

วนิดา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เสียงเชียร์อึกทึกกึกก้องที่ดังอยู่รอบสนาม บ่งบอกถึงความดุเด็ดเผ็ดมันของการแข่งขันในสนาม...

เป็นการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลที่มีกองเชียร์มากที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะเป็นคู่แข่งที่มีฝีมือทัดเทียมกัน เป้าหมายของทั้งสองฝ่ายคือ ถ้วยรางวัล

ขณะที่ฝ่ายเสื้อดำกำลังทำแต้มได้อย่างงดงามได้ลูกไว้ ครอบครองนั้น เบอร์ 3 ของอีกฝ่ายก็ควบม้าเข้าไปอย่างเท่ ใช้ไม้โปโลแย่งลูกไปได้ หลบหลีกคู่ต่อสู้ไปอย่างคล่องแคล่ว พริบตานั้นก็หวดลูกเต็มแรงเข้าประตูฝ่ายตรงข้ามอย่างแรง แม่นฉมัง!

ผู้กำกับประตูยกธงโบกไปมา เสียงฮือฮาปรบมือดังลั่น สนามจนแทบกลบเสียงนกหวีดหมดเวลา นักกีฬาเบอร์ 3 หันมาถอดหมวก เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลา เขายิ้ม กำหมัดแน่นกระทุ้งแขนแสดงความดีใจในชัยชนะครั้งนี้ เขามองไปที่ คู่หมั้นสาวที่ลุกขึ้นยืนปรบมือและส่งยิ้มให้ด้วยความชื่นชมยินดี

เขาคือ พันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ นั่นเอง

ooooooo

ประจักษ์ถือถ้วยรางวัลเดินผ่านกองเชียร์ โดยเฉพาะ พวกสาวๆที่พากันแสดงความชื่นชมจนออกนอกหน้า เขายิ้มให้ทุกคน ยื่นมือไปสัมผัสเพื่อนๆที่แสดงความยินดี เอ่ยขอบคุณไม่ขาดปาก

เมื่อเดินไปจนถึงที่หมาย เห็นพิสมัยยืนรออยู่ ชายหนุ่ม เดินผ่านพวกสาวๆที่ทำเขินเอียงอายไปอย่างไม่สนใจ ตรงไปส่งถ้วยรางวัลให้พิสมัย ทำเอาสาวๆเหล่านั้นอิจฉาตาร้อนไปตามกัน

"คุณพี่ทำเอาน้องใจหายใจคว่ำ นึกว่าปีนี้จะไม่ชนะซะแล้ว" พิสมัยยิ้มหวานรับถ้วยรางวัลที่ผู้ชนะมอบให้แก่ยอดดวงใจ

"มียอดรักมานั่งให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง จะให้ฉันแพ้ได้

ยังไง" ประจักษ์พูดหวานทำตาเยิ้ม

"หวานเลี่ยนซะจนมดแมลงแถวนี้พากันอิจฉาแล้ว" เสียงวิชิตคู่แข่งฝ่ายเสื้อดำกระเซ้า พิสมัยหันมองยิ้มเขิน ส่วนประจักษ์หันไปทำทีต่อว่าวิชิตว่าพูดอะไร พิสมัยของตนเขินแย่แล้ว พลางโอบพิสมัยไว้ด้วยความภาคภูมิใจ

"นายนี่ยอดจริงๆ ฉันไม่เคยเอาชนะนายได้เลยประจักษ์" วิชิตเอ่ย

ประจักษ์พูดอย่างถ่อมตัวว่าก็มีแต่เรื่องม้าเรื่องเดียวที่ตนชนะเขา วิชิตแย้งว่าเรื่องอื่นตนก็กวดเขาไม่ทันเหมือนกัน แล้วหันไปถามพิสมัยว่าเมื่อไรจะมีข่าวดี

"เสด็จท่านกำลังหาฤกษ์ให้อยู่ค่ะ" พิสมัยยังไม่หายเขิน

"ความจริง เสด็จท่านคงอยากถ่วงเวลาเก็บคุณข้าหลวงคนโปรดไว้ใช้งานมากกว่า เพราะจะหาข้าหลวงคนไหนเป็นกุลสตรีอย่างพิสมัยไม่มีอีกแล้ว จริงไหมจ๊ะ" ประจักษ์หันไปถามคนรัก ทำเอาพิสมัยเขินจนแก้มเรื่อ

ooooooo

ที่บ้านนายดาว วงศ์วิบูลย์ คหบดีผู้มีลูกสาวแสนสวยสุดซน คือ วนิดา วงศ์วิบูลย์

จวง สาวใช้วัยกำดัดกำลังล้างรถไปยักย้ายส่ายสะโพกไปตามเสียงเพลงที่ตัวเองร้อง พลันก็สะดุ้ง เมื่อมีอะไรปามาถูกตัว มองไปเห็นเป็นมะยมลูกเขื่อง จวงมองๆแล้วเช็ดรถ

ต่ออย่างไม่สนใจ จนกระทั่งมะยมลูกที่สองปามาอีก เลยเดินไปทางพุ่มไม้ทิศทางที่ปามะยมมา

ที่หลังพุ่มไม้ วนิดาที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยมาหมาดๆซุ่มดูอยู่ พอเห็นจวงเดินมาก็ย่องกริบไปอย่างเร็ว ตรงไปที่รถเปิดประตูขึ้นนั่งที่คนขับ สตาร์ตเครื่องทันที

จวงหันขวับรู้เลยว่าเสียรู้แล้ว วิ่งอ้าวกลับมาร้องลั่น

"เฮ้ย!! คุณนิด...คุณนิดเจ้าคะ คุณนิดเจ้าขา หยุดนะคะ คุณนิด...คุณนิด..."

วนิดาไม่สนใจเคลื่อนรถออกไป พอจวงวิ่งไล่ตาม ก็จอดรถหน้าบ้าน ลดกระจกโผล่หน้าหวานออกยิ้มบอกจวงอย่างเอาใจว่า

"ไปก่อนนะจวง แล้วจะซื้อขนมมาฝาก"

ทีแรกจวงก็เคลิ้มที่จะได้กินขนม แต่พอนึกได้ก็โวยวายเสียงดังกว่าเก่า

"เฮ้ย...ไม่นะ จวงไม่อยากได้ขนมค่ะ คุณนิดกลับมา... คุณนี้ดดดดด..."

วนิดาขับไปไม่สนใจเสียงครวญของจวง "ทำไมทำอย่างนี้กับจวง ถ้าคุณดาวรู้เข้าจวงตายแน่..."

ooooooo

วนิดาแวะไปรับเพื่อนรักสองคนคือสุมาลีกับกัลยานั่งรถไปด้วย สองเพื่อนสาวดีใจได้นั่งรถเที่ยวด้วยกัน แต่เพียงอึดใจเดียวก็ใจหายใจคว่ำกับการขับรถส่ายไปส่ายมาเหมือนคนหัดขับ ถามเพื่อนว่าขับรถมากี่วันแล้ว พอวนิดาบอกว่าวันแรกเท่านั้น สองสาวก็ร้องพร้อมกัน

"ฮ้า!!"

วนิดาขำๆกับอาการตกใจของเพื่อนบอกเพื่อนว่ากลัวอะไรกล้าๆหน่อย พูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ยิ่งอยากแกล้ง เหยียบคันเร่งพุ่งไปอย่างแรงจนสุมาลีหน้าชนคอนโซลและกัลยาหน้ากระแทกพนักที่นั่งของสุมาลี ร้องกันลั่นรถ แต่วนิดากลับหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งเพื่อน

ไม่มีใครเห็นว่า ขณะที่วนิดาเบรกรถอย่างแรงนั้น กระป๋องขนมของกัลยากลิ้งไปที่ใต้ที่นั่งวนิดา กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ตรงนั้นตามแรงเหวี่ยงแรงกระชากของรถ

ขณะที่วนิดากำลังแกล้งเพื่อนอย่างสนุกอยู่คนเดียวนั้น มีรถจักรยานคันหนึ่งออกมาจากทางแยก คนขี่จักรยานผิวปากอย่างสบายอกสบายใจ รถของวนิดาขับตามมาห่างๆ อย่างไม่น่าห่วง

สุมาลีกับกัลยาทนไม่ไหวขอร้องเพื่อนว่าให้จอดรถตนจะลง วนิดาตอบขำๆว่าตกลงจอดก็ได้แต่พอเธอเหยียบเบรกปรากฏว่าเหยียบไม่ลง ขณะกำลังพยายามนั้น เพื่อนสองคนก็ร้องโวยวายว่าไม่ไหวแล้วเลิกเล่นได้แล้ว

"ฉันไม่ได้เล่น แต่ฉันเหยียบเบรกไม่ได้ มันเบรกไม่ได้จริงๆ"

สุมาลีกับกัลยายิ่งตกใจ ส่วนคนขี่จักรยานได้ยินเสียงรถตามหลังเสียงผิดปกติก็หันมองแล้วรีบปั่นจักรยานหนี ปรากฏว่ายิ่งหนีรถยิ่งไล่ตามซ้ำยังส่ายไปมาตามที่เขาหลบหลีกอีกด้วย

วนิดาเอะใจก้มมองเห็นกระป๋องขนมขัดอยู่ใต้คันเบรก เธอพยายามเขี่ยมันออก ระหว่างนั้นรถพุ่งเข้าเกือบชนจักรยาน เธอหักหลบได้เฉียดฉิว กัลยากับสุมาลีร้องกันเสียงหลงหน้า ซีดเผือด

พริบตานั้น มีรถแล่นมาตัดหน้า สามสาวร้องกันสุดเสียงพร้อมๆกับเสียงชน โครม!!

ooooooo

พอรถหยุดนิ่ง วนิดาก็ก้าวลงจากรถเดินอาดๆ เข้าไปถามรถคันที่ถูกชนที่เจ้าของรถเดินลงมาดูรถเช่นกัน เขาคือประจักษ์นั่นเอง

สุมาลีกับกัลยาหายตกใจเป็นปลิดทิ้งมองประจักษ์ ตะลึงงัน สองสาวรีบสะกิดวนิดาบอกว่าเราเป็นคนผิดนะ วนิดาไม่ฟังเสียง โวยลั่น

"ไม่ผิด ฉันขับของฉันมาดีๆ เขามาตัดหน้าฉันเอง คุณจะรับผิดชอบยังไง"

"เธอต่างหากจะรับผิดชอบยังไง ชนท้ายยังไงก็ผิด!"

วนิดาเถียงคอเป็นเอ็นว่าตนไม่ผิดแล้วก้าวฉับๆไปดูที่ท้ายรถประจักษ์ปรากฏว่าไม่มีรอยถูกชน เลยได้ทีขี่แพะไล่ ยืนกรานว่าตนไม่ผิด รถเขาไม่เป็นอะไรแต่รถตนเป็นรอย พูดย้ำใส่หน้าชายหนุ่มว่า

"ทำรถคนอื่นเป็นรอย ยังไงก็ผิด! สรุปคุณผิด ฉันถูก คุณจะรับผิดชอบยังไง" วนิดาลอยหน้าหวานๆ แต่ปากร้ายเผ็ดร้อนพูดๆๆจนประจักษ์อ้าปากค้าง พอได้จังหวะเขาตัดบทว่าในเมื่อรถตนไม่เป็นอะไรก็ไม่อยากคุยด้วยแล้ว พลางเดินไปขึ้นรถตัวเองจะขับออกไป

"ชนแล้วคิดจะหนีเรอะ!" วนิดาตามไปทุบท้ายรถปัง! เกิดเสียงโครม!! วนิดาตกใจมองที่พื้น ปรากฏว่ากันชนท้ายรถประจักษ์หล่นที่พื้น ชายหนุ่มก้าวลงจากรถเดินมาอย่างเอาเรื่องทำนองว่าในที่สุดเธอก็ผิด!

หลักฐานเห็นกับตาเช่นนี้ ประจักษ์ทวงถามความรับผิดชอบ วนิดาเถียงไม่ออกทำเป็นตัดรำคาญว่า

"เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ฉันว่าคุณน่าจะต้องการเงินมากกว่าคำขอโทษ จะเอาไปจัดการกับรถของคุณยังไงก็เชิญ" เธอควักเงินยัดใส่มือเขาแล้วเดินอ้าวไปขึ้นรถ

"หยุดเดี๋ยวนี้! มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน อย่านึกว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้" ประจักษ์ตามไปติดๆ แต่หยุดเธอไม่ได้ วนิดาขึ้นรถสตาร์ตแล้วขับพุ่งเฉี่ยว จนประจักษ์กระโดดหลบแทบไม่ทัน

สุดท้าย ประจักษ์ก็แบมือดูเงินในมือ มองกันชนที่หล่นอยู่กับพื้นแล้วถอนใจเฮือกใหญ่

ooooooo

วนิดาขับรถพาสุมาลีกับกัลยาไปถึงสโมสร สามสาวเดินตามกันเข้าไปในสโมสร ความสวยและกลิ่นหอมของเนื้อสาว ทำเอาหนุ่มๆในสโมสรมองกันตาค้าง ไม่ว่าวนิดาเดินผ่านไปทางไหนก็มีแต่หนุ่มๆมองเหลียวตามกันเป็นตาเดียว บ้างถึงกับสะกิดถามกันว่าเธอเป็นใคร

หนึ่งในหนุ่มๆที่มองวนิดาตาค้างคือ มนตรี เพื่อนสนิทของประจักษ์นั่นเอง เขาถึงกับแหวกบรรดาเพื่อนๆที่มองวนิดาตาค้างออกไป พึมพำเหมือนเพ้อ

"สาวสวยคนนั้นคือใครกัน"

มนตรีมองตามวนิดาไปราวกับต้องมนตร์

วนิดาตั้งหน้าตั้งตาเดินหานายดาวผู้เป็นพ่อที่นัดพบกันที่นี่ สุมาลีกับกัลยาเดินตามวนิดาแต่ตาชำเลืองมองหนุ่มๆที่บ้างเดินตามบ้างมอง ตะลึง จนวนิดาถามว่าเป็นอะไร สุมาลีจึงชี้ให้ดู พอวนิดาหันไปเห็นหนุ่มๆมองกันหน้าสลอน ก็ถึงกับเหวอ

ในกลุ่มหนุ่มๆ ที่ยืนกันอยู่นั้น มีมนตรีอยู่ด้วย จู่ๆเขาก็ถูกเพื่อนเอาเท้ายันจนถลาไปเกือบชนวนิดา เขาหันไปมองเพื่อนเคืองๆ แต่พอหันหน้ามาทางวนิดาก็เก๊กเท่ ทำเสียงหล่อแนะนำตัวเองว่า

"สวัสดีครับ ผม ร้อยเอกมนตรี พูนทวีเกียรติ ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงชื่ออะไรครับ"

"วนิดา ค่ะ" สุมาลีชิงตอบ วนิดาตกใจหันไปปรามเพื่อน แต่สุมาลีกลับเด้งไปยืนตรงหน้ามนตรีแนะนำตัวเองว่า "ส่วนดิฉันชื่อสุมาลีค่ะ" พอสิ้นเสียงสุมาลี กัลยาก็เอาบ้างแนะนำตัวเองต่อ แต่ทั้งสองชื่อเหมือนลมพัดผ่านหู เพราะเสียงหนุ่มๆ ที่อุทานออกมาพร้อมกันมีเพียงชื่อเดียวคือ

"ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณวนิดา..."

วนิดา หันไปบอกเพื่อนทั้งสองว่าเรารีบไปกันดีกว่า มนตรี ถามว่าจะรีบไปไหน พอเธอชักสีหน้าใส่ก็รีบแก้ตัวว่า ที่ถามเพราะเป็นห่วง ไม่เคยเห็นเธอมาที่นี่เกรงจะหลงทาง ถ้าอยากไปไหนจะพาไป ตนเต็มใจช่วย วนิดาไม่ตอบ กัลยาเลยตอบแทนว่า "นิดเขามาหาคุณพ่อค่ะ"

วนิดาหงุดหงิดมากที่เพื่อนพูดแทนตนอยู่เรื่อย แต่พอมนตรีได้ยินก็อุทานอย่างตื่นเต้น

"คุณนิด...ชื่อเล่นยังน่ารักเลยนะคร้าบบบบ" พูดแล้วทำตาปิ๊งๆส่งยิ้มหวานให้จนวนิดาทำหน้าไม่ถูก

ooooooo

นาย ดาวมาถึงก่อนแล้ว แต่ติดคิดบัญชีกับลูกหนี้ อยู่อีกมุมหนึ่ง ลูกหนี้คนนั้นถูกนายดาวแจกแจงหนี้ให้ฟังแล้วบอกลูกหนี้ว่าทางเดียวที่จะแก้ ปัญหาได้คือเอาที่นาแถวอยุธยามาให้ตน

ลูกหนี้คนนั้นตกใจเพราะที่นานั้นเป็นของแม่ยาย

นาย ดาวลำดับญาติให้ฟังว่า แม่ยายเขาเป็นแม่ภรรยาและภรรยาเขาใช้นามสกุลเดียวกับเขาซึ่งเสมือนเป็นคนคน เดียวกัน ถ้าสามีเป็นหนี้ภรรยาก็ต้องร่วมใช้หนี้ด้วย

นายดาวรุกไล่ บี้พูดเร็วเสียงดัง จนลูกหนี้คนนั้นทั้งอายทั้งคิดไม่ทัน ตอบรับอยู่คำเดียวขอรับ...ขอรับ จนสุดท้ายนายดาวสั่งให้เอาโฉนดที่นามาให้เสียจะได้สิ้นเรื่องกันเสียที ลูกหนี้คนนั้นทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่ปากก็ยังตอบ "ขอรับ..." นั่นแหละนายดาวจึงเดินหัวเราะร่าผ่านไป

นายดาวเดินผ่านไปทางไหน ผู้คนแถวนั้นก็จะพากันหลบหน้าหลบตากันหมด เพราะทุกคนเป็นลูกหนี้นายดาวกันถ้วนหน้า...

ooooooo

ขณะ มนตรีพยายามที่จะยัดเยียดตัวเองให้ความช่วยเหลือวนิดา ถามว่าคุณพ่อเธอชื่ออะไร ถ้าตนรู้จักจะได้ช่วยตามหา แต่ยังไม่ทันที่สุมาลีกับกัลยาจะชิงกันเสนอหน้าตอบ เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้น

"ยัยนิด..."

"คุณพ่อ..."

ทุก คนหันขวับมอง มนตรีที่หน้าเป็นทำเท่อยู่หยกๆพอเห็นนายดาวเท่านั้นหน้าเหลือสองนิ้วทันที ส่วนเพื่อนๆที่ยืนหลีวนิดากันอยู่ ก็พากันอุทานพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

"ดาว วงศ์วิบูลย์!!"

ชาย หนุ่มกลุ่มนั้นต่างหน้าเสีย แต่นายดาวหน้ายิ้มแป้นเพราะเจอลูกหนี้ทีเดียวเป็นแผงไม่ต้องเที่ยวตามหาทีละ คน แต่พอนายดาวเดินเข้าไปหา พวกนั้นก็วงแตก เหลือแต่มนตรีที่ยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว ไม่ใช่ไม่มีหนี้หรือกล้าเผชิญเจ้าหนี้ แต่เพราะขาแข็งจนก้าวไม่ออก สุดท้ายทำใจดีสู้เสือยกมือไหว้ สวัสดีนายดาว

พอนายดาวถามว่าเขาเกิน กำหนดชำระหนี้มาสามวันแล้วจะคืนวันนี้เลยไหม มนตรีก็อึกอักติดอ่างขึ้นมาทันที อ้างว่าตนมีธุระด่วนยกมือไหว้ลาเลย แต่ยังอาลัยวนิดา ปั้นยิ้มทำตาปริบๆพูดเบาๆ

"หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราคงได้ไปทานข้าวด้วยกันสักครั้งนะครับคุณวนิดา"

ส่วนนายดาวก็กระซิบมนตรีอีกต่อหนึ่งว่า "หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณคงใช้หนี้ผมได้โดยเร็วนะคุณมนตรี"เท่านั้นเอง มนตรีก็เปิดแน่บ

พอ พวกหนุ่มๆไปกันหมดแล้ว นายดาวบอกลูกสาวว่า "ลูกอย่าไปสนใจไอ้คนพวกนั้นเลยนะ พวกมันไม่ได้เรื่องเลยสักคนเดียว ลูกไม่ต้องไปเสียใจอาลัยอาวรณ์ พ่อจะหาผู้ชายที่ดีกว่านี้มาให้ลูกให้ได้ คอยดูสิ"

สุมาลีฟังแล้วแอบกระซิบกัลยาว่า "เห็นความโชคร้ายของยัยนิดรึยังล่ะ"

"ไม่มีใครอยากเป็นลูกเขยนายดาว วงศ์วิบูลย์ จอมหน้าเลือดหรอก" พูดแล้วสองสาวทำหน้าสยองกับความหน้าเลือดของพ่อเพื่อน

ooooooo

พอก ลับถึงบ้าน นายดาวปรารภกับสมหมายคนขับรถว่า วนิดาอายุ 22 แล้ว แต่ยังทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตแบบนี้ เมื่อไรจะมีคนมาขอสักที สมหมายพูดเอาใจว่ามีคนเข้าแถวยาวเหยียดจนวนิดาเลือกไม่ถูกต่างหาก

"ใช่ ลูกสาวฉันทั้งสวยทั้งเก่ง แต่พอใครๆรู้ว่ายัยนิดเป็นลูกของนายดาว วงศ์วิบูลย์ ไอ้ผู้ชายพวกนั้นก็พากันเผ่นแน่บ"

คุย กันแล้ว นายดาวบ่นสงสารลูกที่เกิดมามีตนเป็นพ่อ คิดแล้วตัดสินใจ "เห็นทีฉันต้องหาลูกเขยที่ดีที่สุดให้ยัยนิดด้วยตัวเอง บางที..." พูดพลางนายดาวหยิบสมุดรายชื่อลูกหนี้ขึ้นมาพลิก บอกสมหมายว่า "อาจเป็นใครสักคนที่มีชื่ออยู่ในนี้ก็ได้ หึๆๆ"

ooooooo

วัน นี้ ประจักษ์กับประจวบผู้เป็นน้องชาย ชวนกันไปตีเทนนิสที่สนาม โดยมีพิสมัยและปราณีคนรักของทั้งสองไปนั่งดูคุยกันอย่างถูกคอ สองสาววางแผนว่าจะแต่งงานวันเดียวกัน แค่วางแผนก็พากันตื่นเต้นว่าพวกสาวๆ ทั่วพระนครคงพากันอิจฉาเราสองคนทั้งเมืองทีเดียว

ออกกำลังกันเสร็จ ประจวบบ่นว่าเมื่อไหร่ตนถึงจะชนะพี่ชายได้สักที ประจักษ์แนะแกมสอนว่า

"แกต้องใจเย็น ใช้สติมากกว่าใช้อารมณ์ ไม่ใช่เฉพาะแต่ การเล่นกีฬา แต่แกต้องหัดใช้กับการทำงานแล้วก็การใช้ชีวิตด้วย"

ประจวบ ได้ฟังพี่ชายอบรมอยู่บ่อยๆ เลยแซวว่าบ่นเหมือนคนแก่จนบางครั้งตนนึกว่ามีพ่ออีกคน ประจักษ์เลยอบรมแถมไปอีกว่า เพราะเขาทำตัวเป็นเด็กอยู่อย่างนี้จะไม่ให้ตนห่วงได้ยังไง

"ผมรู้ครับว่าพี่ชายของผมคนนี้รักและหวังดีกับผมมากที่สุด ถ้าผมเดือดร้อน ผมรู้ว่าพี่ใหญ่ต้องช่วยผมเป็นคนแรก" ประจวบอ้อนพี่ชาย

"เพราะฉะนั้น คุณเล็กก็ควรจะรักคุณใหญ่มากๆเหมือนกันนะคะ" พิสมัยทีเล่นทีจริง

ทั้งหมด เลยหยอกกันอย่างร่าเริงประสาคนรัก จนประจักษ์ถามขึ้นว่าเที่ยงนี้เราจะไปทานอะไรกันดีตนชักหิวแล้ว ประจวบเสนอไปที่ภัตตาคารจีนเปิดใหม่ดีไหม แต่มื้อนี้คนชนะต้องเป็นเจ้ามือ

ประจักษ์ ตกลงด้วยความเต็มใจ แต่พริบตานั้นเองประจวบก็หน้าเสียเมื่อเหลือบเห็นนายดาวยืนโบกมือและส่งยิ้ม ให้อยู่อีกมุมหนึ่งของสนามเทนนิส เขาเลยปดพี่กับสองสาวว่าพอดีเจอเพื่อนให้พวกเขาไปกันก่อนเดี๋ยวตนตามไป

ooooooo

ประจวบ กังวลใจมากที่เจอนายดาวเพราะเป็นหนี้อยู่และยังไม่มีเงินใช้คืน พอเจอนายดาวก็รีบบอกว่าเสียใจที่ตนยังไม่มีเงินมาชำระหนี้ให้ นายดาวพูดอย่างอารมณ์ดีว่าตนรู้  ที่มานี่เพราะมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบสองเรื่อง เรื่องหนึ่งเป็นข่าวดี และอีกเรื่องเป็นข่าวร้าย ถามหยอกว่าอยากฟังข่าวไหนก่อน

ประจวบขอฟัง ข่าวร้ายก่อน นายดาวเลยแจ้งยอดหนี้ค้างชำระทั้งหมดว่าเขาติดอยู่ห้าหมื่นบาท ทำเอาประจวบเส้นกระตุกลุกพรวดขึ้นยืนถามว่าเป็นไปได้อย่างไร นายดาวแจกแจงว่าเขาค้างชำระทั้งต้นทั้งดอกมาสามสิบเดือน ดอกทบต้นทบดอกทบไปทบมาเลยยอดสูง ทั้งเขาก็ไม่มีของการันตีไม่มีผู้ ค้ำประกันด้วยพูดแล้วเปรียบให้ฟังว่า

"คุณน่าจะเอาอย่างพี่ชายคุณ เงินเดือนมากกว่าคุณไม่กี่มากน้อยแต่หนี้สินไม่มี"

ประจวบหัวเสียแต่จำต้องรับสภาพถามว่าแล้วข่าวดีที่นายดาวจะบอกหวังว่าคงเป็นเรื่องดีจริงๆ

"เป็นเรื่องที่น่ายินดีแน่ๆ" นายดาวพูดพลางจ้องหน้าประจวบอย่างมีเลศนัย เจ้าเล่ห์

ประจักษ์ พิสมัย และปราณีสั่งอาหารทานกันจนจะอิ่ม

แล้วประจวบยังไม่มา ประจักษ์บ่นว่าเจ้านี่เจอเพื่อนทีไรคุยติดลมทุกที ขอโทษปราณีแทนบอกว่าตนจะสั่งสอนให้เอง

"คุณใหญ่อย่าไปเอ็ดคุณเล็กเลยนะคะ ดิฉันเข้าใจคุณเล็กค่ะ" ปราณีรีบขอกลัวประจวบโดนดุ

ooooooo

วัน นี้ วนิดากับเพื่อนรักทั้งสองชวนกันมาที่ภัตตาคารจีนเช่นกัน พอจะเข้าร้านก็เจอมนตรีเข้าพอดี มนตรีดีใจมากบอกว่าวันนี้โชคดีจริงๆ กัลยากับสุมาลีเลยหยอกว่าพวกตนก็ถือว่าโชคดีเหมือนกัน มื้อนี้เขาจะเลี้ยงข้าวพวกตนใช่ไหม

มนตรีสะอึกในอก กลั้นใจตอบ "เอ่อ...ครับ"

สุมาลี จัดแจงชวนว่า "เห็นเขาว่าร้านนี้หูฉลาม เป็ดปักกิ่ง หมูหัน เป๋าฮื้อ อร่อยมาก พวกเราจะทานอะไรดี" กัลยาบอกว่าเอาทุกอย่างที่พูดมานั่นแหละ

มนตรีกำลังยกน้ำดื่มถึงกับสำลักพรวด รีบเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดปากขอโทษพวกสาวๆ เชิญสั่งกันตามสบายแล้วขอตัวไปห้องน้ำสักครู่ พอมนตรีลุกไปวนิดาติงเพื่อนว่าแกล้งเขาแบบนี้จะดีหรือ กัลยากับสุมาลีพูดประสานเสียงกันว่า จะจีบลูกสาวนายดาวมันต้องกระเป๋าหนัก ถ้าแค่นี้ไม่มีเงินจ่ายก็ตัดออกไปจากรายชื่อได้เลย

วนิดาเลยนิ่งไป พนักงานเอาน้ำมาเสิร์ฟ ทำน้ำหกใส่วนิดาเธอไม่โกรธ บอกเพื่อนว่าขอไปห้องน้ำก่อน กัลยาขอตามไปด้วยเพราะสงสัยมะขามที่ทานเมื่อเช้าทำพิษเข้าแล้ว ลุกกุมท้องเดินตามวนิดาไป

ooooooo

มนตรีแอบไปเปิดดูกระเป๋าสตางค์เทียบกับอาหารที่สุมาลีกับกัลยาสั่งแล้วหน้าซีดใจสั่น พึมพำ

"ซวยจริง ไม่พอค่าอาหารที่แม่คุณสั่งกันแน่ ทำยังไงดี"

แล้ว เขาก็ดีใจเหมือนฟ้ามาโปรด เมื่อเห็นประจักษ์เดินมาพอดี เขาวิ่งเข้าไปทัก เอ่ยปากยืมเงินบอกว่าจะเอาไปเลี้ยงข้าวสาว ทำเอาประจักษ์งง มนตรีรีบชี้แจงว่า

"ไม่ใช่สาวธรรมดานะ แต่เป็นสาวคนพิเศษ เธอคนนี้คือรักแรกพบของฉัน หน้าหวาน ขนตางอน ผิวขาวดั่งแม่แตง ร่มใบ กลิ่นก็หอมยวนใจเหมือนนางสีดาไม่มีผิด"

ประจักษ์ฟังแล้วมึนถามว่าผู้ หญิงที่ไหนจะสวยได้ขนาดนั้น มนตรีกลัวเพื่อนไม่เชื่อรีบแนะนำอีกว่าเธอชื่อวนิดาเป็นลูกสาวนายดาว ประจักษ์ชะงักกึก ถามว่าดาวไหน พอมนตรีบอกว่านายดาว วงศ์วิบูลย์ไง ประจักษ์นึกๆ

"นายดาว วงศ์วิบูลย์ ฮะ! ไอ้เจ้าหนี้หน้าเลือดนั่นน่ะเหรอ..."

มนตรี พยักหน้าหงึกดีใจที่เพื่อนรู้จัก แต่ตกใจที่เพื่อนพูดเสียงดังรีบเอามือปิดปากประจักษ์กลัวคนอื่นได้ยิน แต่ ประจักษ์ไม่กลัว พูดเสียงดังกว่าเก่าว่าใครได้ยินก็ไม่กลัว ถามว่านึกยังไงไปชอบยัยนั่น

ขณะนั้นเอง วนิดาออกจากห้องน้ำนัดกับกัลยาว่าจะมารอที่ข้างนอกเดินผ่านพอดี

มนตรี ไม่ชอบใจที่เพื่อนรักมาเรียกผู้หญิงในดวงใจของตนอย่างนั้น  บอกว่าเธอชื่อคุณวนิดา  พอดีวนิดาได้ยินชื่อ ตัวเองเลยชะงักฟัง เธอเห็นแต่มนตรีเพราะประจักษ์ยืนหันหลังให้

ประจักษ์สวดยับว่าแค่รู้ ว่าเธอเป็นลูกสาวนายดาวก็เดาได้ แล้วว่านิสัยเป็นอย่างไร วนิดาขยับไปอีกนิด เห็นประจักษ์ด้านข้างแต่ก็จำได้แม่นยำว่า "นายคนนั้น!" แค้นเก่าคุกรุ่นทันที

มนตรีเถียงเพื่อนว่าพ่อกับลูกมันคนละคนกัน เผลอๆถ้าวนิดารับรักตนนายดาวอาจจะยกหนี้ให้ฟรีๆก็ได้  เข้าทำนอง "เรือล่มในหนองทองจะไปไหน"

ประจักษ์ฉุนกึกด่าเพื่อนว่าทุเรศ เป็นทหารไปทำอย่างนั้นก็ไม่ต่างกับการขายตัวคิดจะใช้ตัวเองปลดหนี้ฟังแล้วสมเพช

เลย กลายเป็นเพื่อนรักมาโต้เถียงกัน มนตรีถามว่าตกลงจะให้ตนยืมเงินรึเปล่า  ประจักษ์บอกว่าทีแรกก็จะให้ แต่ตอนนี้ถึงมีก็ไม่ให้ ว่าแล้วเดินไปเลย

"อ้าว...เฮ้ย...แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย" มนตรีมึน นอกจากยืมเงินไม่ได้แล้วยังโดนด่าอีก

ส่วนวนิดาค่อยๆโผล่หน้ามองตามประจักษ์ไปอย่างมีแผนการจะแก้เผ็ดเสียให้สะใจ!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
16 พ.ค. 2564

07:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 11:20 น.