นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แหวนทองเหลือง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: “ช่อง8” ปัดฝุ่นรีเมค “แหวนทองเหลือง” ดึง “ผู้พันเบิร์ด” ประกบ “พิงกี้”

    กฤษดาในชุดนอกเครื่องแบบถือกระเป๋าเดินทาง มาถึงบ้านกำนันปานด้วยหัวใจพองโต สีหน้าดีใจ... บัวแก้วกับสายคำกำลังช่วยกันเลือกกองข้าวโพด ให้เต่าแบกไป พอเห็นกฤษดาทั้งสามก็ทิ้งกระจาดร้องเรียกน้ำตารื้น

    กฤษดาขำท่าทางทั้งสามคน แล้วถามหาดวงใจทันที ทั้งสามนิ่งสักพักก่อนจะบอกให้เขาไปถามปานเอาเอง เต่าพากฤษดาไปหาปาน ที่ตอนนี้สภาพทรุดโทรมดูแก่ชรา เอาแต่เมาหลับอยู่กับหลุมฝังศพใต้ต้นไม้...กฤษดาแทบไม่เชื่อสายตาว่าปานจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ เขาเรียกเบาๆ

    “กำนันปาน...ผมกลับมาแล้วครับ...”

    ปานได้สติลุกขึ้นจับเนื้อตัวกฤษดา “คุณกฤษดา... คุณกฤษดา แม่นคุณกฤษดาแต๊ๆ”

    สายคำร้องไห้โฮ ก่ำกับม้งวิ่งตามมาสมทบ กฤษดาถามถึงดวงใจ ปานสะอื้นอย่างเจ็บปวด “บ่มีแล้วครับ...บ่มีไอ้ดวงแล้ว...”

    “อะไรกัน! ทำไมไม่มีดวงใจ!” กฤษดามองหน้าทุกคนเห็นเอาแต่ร้องไห้ก็ใจเสีย “กำนันปาน ช่วยบอกผมด้วยว่ามันเรื่องอะไรกัน ดวงใจเป็นอะไรครับ”

    “ไอ้ดวง...มันต๋ายแล้วครับ” ปานร้องไห้สะอึกสะอื้น

    กฤษดาตกใจมาก เห็นปานเอามือตบเนินดินสุดแรง จึงถาม “อะไรนะ...กำนัน”

    “นี่ครับ...นี่ มันนอนอยู่ตี้นี่ มันต๋ายแล้ว ผมฝังมันตี้นี่กับมือ ตี้ตี้มันชอบมาวิ่งเล่นตั้งแต่มันยังน่อย”

    น้ำตาลูกผู้ชายอย่างกฤษดาไหลพรั่งพรู เข่าอ่อนทรุดลงนั่งหน้าเนินฝังศพร่ำไห้ “ทำไม...ทำไมครับกำนันปาน ทำไมดวงใจถึงตาย”

    ปานร้องไห้ยกมือไหว้ “เป๋นความผิดของผมเอง... เป๋นความผิดของผมเอง...”

    “โธ่ดวงใจ...ดวงใจ ฉันกลับมาแล้วนะ ฉันกลับมาหาเธอแล้วนะ” กฤษดาพยายามกลั้นสะอื้น หันไปถามปานว่าดวงใจตายอย่างไร

    “โดนเสือกัดตาย มันหนีไปจากบ้าน ไปโดนเสือกัดตาย...” ปานเล่าไปสะอื้นไป

    “ดวงใจเป็นเมียผม เรารักกัน...ผมกำลังจะมาบอกกำนัน แต่ต้องไปกับขบวนการเสรีไทยกะทันหัน จะบอกใครก็ไม่ได้...เราสัญญากันว่าผมจะกลับมาหาทันทีที่มาได้ ผมจะรับดวงใจไปกรุงเทพฯไปแต่งงานกัน”

    สายคำปล่อยโฮ “ไอ้ดวงมันพูดแต๊ทุกคำ แต่บ่มีใครเชื่อมัน”

    “ผมบ่เชื่อมัน...บ่เชื่อว่าคุณจะกลับมาแต๊ ผมเลยบังคับหื้อมันแต่งงาน” ปานสะอึกสะอื้น

    “ดวงใจถึงหนีจากบ้าน...โธ่กำนัน...ทำไมต้องบังคับให้ดวงใจแต่งงานด้วยครับ”

    ปานจ้องหน้ากฤษดา สีหน้าเหมือนคนบ้า “ก็เพราะมันท้อง...มันท้อง...ผมจะทนดูให้หลานท่านเกิดมาไม่มีพ่อได้ยังไง”

    กฤษดายิ่งช็อก ยกมือปิดหน้าร้องไห้อย่างสุดกลั้น ซบลงกับหลุมศพร่ำไห้แทบขาดใจ “ดวงใจ...เธอมีลูก ลูกของฉัน ลูกพ่อ...โธ่ดวงใจ...”

    “เป๋นความผิดของผมเอง ดวง...ไอ้ดวงเอ้ย ป้อขอโทษ ป้อขอโทษ” ปานลุกขึ้นโวยวายสติแตกก่อนจะทรุดเป็นลมล้มพับไป ทุกคนกรูเข้าช่วย ยกเว้นกฤษดาที่ฟูมฟายอยู่กับหลุมศพ

    ooooooo

    เวลาผ่านไป ลูกหนูวัยเกือบสามขวบวิ่งมากอดดวงใจสภาพมอมแมม อ้อยวิ่งตามมา ลูกหนูอ้อนขอดวงใจกินขนม ฟ้องว่าอ้อยไม่ยอมให้กิน อ้อยแกล้งเอ็ด

    “มาฟ้องแม่เหรอ ก็ทานข้าวก่อนสิ ถึงจะให้ทานขนม”

    ลูกหนูเถียงไม่กินข้าว จะกินขนม ดวงใจดุ “อย่าพูดแบบนี้สิลูก ไม่ดีนะ...”

    อ้อยฟ้อง เดี๋ยวนี้เก่ง เถียงทุกคำ หมอเมตตาเดินยิ้มเข้ามา บอกดวงใจอย่าไปขัดใจลูกเลย แล้วเรียกลูกหนูมากอดอุ้มนั่งตักสอน ทานขนมแล้วต้องแปรงฟันให้สะอาด ลูกหนูรับคำ อ้อยจึงพาไปอาบน้ำ ดวงใจมองตามลูกยิ้มๆ หมอเมตตามองดวงใจอย่างหลงใหล ชวนไปเดินเล่นบอกมีเรื่องสำคัญจะปรึกษา ดวงใจยิ้มรับเดินตามเขาออกไป

    หมอเมตตาเริ่มเกริ่น “ลูกหนูโตขึ้นนี่รู้เรื่องมากเลยนะ ฉลาดด้วย”

    “บางทีก็เอาแต่ใจค่ะ นายแม่กับหมอตามใจมากไป” ดวงใจยิ้มล้อๆ

    “ฉันอยากจะดูแลเธอกับลูกหนูให้ดีกว่านี้”

    “แค่นี้ก็ดีเหลือเกินแล้วค่ะหมอ ดวงกับลูก ถ้าไม่ได้หมอก็ไม่รู้จะเป็นยังไง”

    “ยังไม่ดีพอหรอก ฉันอยากทำมากกว่านี้” หมอเอื้อมมากุมมือจ้องมองดวงใจ

    ดวงใจพยายามดึงมือออกช้าๆอย่างอึดอัด “หมอคะ...ดวงมีสามีแล้ว...”

    “ลืมเขาเสียเถอะ เราตามหาเขาเกือบสองปีแล้วนะ ฉันไม่อยากเห็นเธอต้องอยู่กับความทุกข์นี้อีกต่อไป เวลามันผ่านไปนานแล้ว เขาอาจจะตายหรืออาจจะมีครอบครัวใหม่ไปแล้วก็ได้”

    “หมอคะ...ดวงขอบคุณหมอมาก ที่เมตตาดวงกับลูก แต่ดวงตัดใจจากคุณกฤษดาไม่ได้ ทำให้ดวงมีคนอื่นอีกไม่ได้ค่ะหมอ ดวงรักและเทิดทูนหมอเหมือนผู้มีพระคุณ เหมือนพี่ชาย”

    “แต่ฉันรักเธอ...ฉันรักเธอมากนะดวงใจ รักมานานแล้วด้วย”

    “หัวใจของดวงไม่มีเหลือให้ใครอีกแล้วค่ะหมอ... ดวงขอโทษนะคะ ถ้าหมอเมตตาดวง อย่าฝืนใจดวงเลยค่ะ” ดวงใจเมินหน้าหนีอย่างอึดอัด

    “ฉันรู้สึกอิจฉาคุณกฤษดาเหลือเกิน เขาจะรู้ไหมนะว่าเขามีภรรยาที่เข้มแข็งมั่นคงกับเขาขนาดไหน” หมอเมตตาสีหน้าผิดหวัง

    ดวงใจหันมายิ้ม “เขารู้ค่ะ ดวงแน่ใจว่าเขาก็เข้มแข็งมั่นคงเหมือนกัน แต่ถ้าวันใดดวงพบว่าคุณกฤษดาเปลี่ยนใจไปจากดวงแล้ว หรือพิสูจน์ได้ว่าเขาตายจากดวงกับลูกไปแล้ว ดวงจะเปิดใจให้คนอื่นค่ะ”

    “ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เราไปพยายามหาบ้านคุณกฤษดาให้เจอด้วยกันนะ”

    หญิงสาวรู้สึกเกรงใจขอไปเองเพราะไปบ่อยจนคล่อง หมอเมตตาเห็นว่าพรุ่งนี้ตัวเองมีผ่าตัดคนไข้ถึงสองราย จึงยอมให้ดวงใจไปเองแต่ย้ำให้ระวังตัว เธอรับคำ พูดเอาใจว่าเขาฝึกตนจนเก่ง หมอเมตตาอดมองเธออย่างหลงใหลไม่ได้

    ดวงใจเข้าบ้านมาช่วยแม่หมอทำอาหารเย็น แม่หมอจึงออกไปเลียบเคียงถามลูกชาย เขาส่ายหน้าเศร้าๆว่าไม่สามารถเปลี่ยนใจดวงใจได้ แม่จึงปลอบ

    “ของอย่างนี้มันแล้วแต่วาสนากันนะลูกนะ อะไรที่เป็นของเราก็ต้องเป็นของเราวันยังค่ำ แต่ถ้าไม่ใช่ เราก็ต้องยอมรับ”

    ดวงใจมาเรียกทานข้าว แม่หมอพาลูกชายเดินไป หญิงสาวมองตามอย่างไม่ค่อยสบายใจ

    ooooooo

    ภายในห้องนอนกำนันปาน มีโต๊ะหมู่บูชาที่วางรูปพระยาดำรงไว้ด้วย บัวแก้วเอายามาให้ปานทานก่อนนอน กฤษดาตามเข้ามาถามไถ่อาการ ปานจึงให้คนอื่นๆออกไปก่อน แล้วปิดประตูห้องอยู่กับกฤษดาลำพัง เขารื้อของบนโต๊ะหมู่บูชาออก เห็นหีบไม้ใบใหญ่

    “คุณกฤษดาครับ ถ้าผมมอบทั้งหมดนี้หื้อคุณกฤษดา ผมก่อจะได้หมดห่วงเสียที”

    กฤษดามองงงๆว่าคืออะไร ปานให้เขาดูเอง กฤษดา จึงเปิดหีบไม้ด้วยกุญแจดอกใหญ่ที่ปานส่งให้ แล้วต้องตกตะลึงที่เห็นเงินจำนวนมากในหีบนั้น รีบถามเงินของใคร

    “ของนายท่านครับ...ของคุณกฤษดานั่นแหละครับ”

    “ไปเอามาจากไหน ทำไมมากมายอย่างนี้ล่ะกำนัน”

    “เงินทั้งหมดได้จากการขายข้าว ลิ้นจี่ ลำไยของท่านเป๋นเวลานานร่วมซาวกว่าปีครับ ทุกครั้งตี้ท่านมาตี้นี่ ผมจะเอาเงินหื้อท่าน ท่านก่อบอกเอาไว้ก่อน ว่าไว้ใจหื้อผมเก็บไว้...จะเอาออกใช้จ่ายหื้อค่าแรงใครก่อตามใจ ท่านบ่เคยดู ท่านไว้ใจไอ้มหาโจรอย่างผม...มีที่คุ้มกะลาหัว มีที่หื้อทำกิน จะหาใครหื้อผมอย่างนี้ บ่มีอีกแล้ว คุณกฤษดาครับ เอาเงินนี้ไปเต๊อะครับ เอากลับไปหื้อท่าน ผมอยากหื้อท่านได้เห็นว่าผมได้ทดแทนพระคุณท่านครับ”

    กฤษดาฟังแล้วน้ำตาไหล จับมือปาน “กำนันคงยังไม่รู้ คุณพ่อท่าน...เสียนานแล้ว”

    ปานตกใจน้ำตาร่วงพรู “โอ้ นายท่าน! นายของไอ้ปาน เมื่อใดครับ ท่านเสียเมื่อใดครับคุณกฤษดา”

    “สองปีแล้ว ฉันเองไม่มีโอกาสที่จะกราบศพท่านเหมือนกัน” กฤษดารู้สึกเจ็บปวดใจ

    หีบไม้ถูกยกมาเก็บที่เรือนใหญ่ กฤษดานั่งมองดวงจันทร์สีหน้าเศร้าหมอง ปานสั่งก่ำกับม้งให้ไปบอกบัวแก้วยกสำรับมาให้กฤษดาที่นี่ และให้บอกเต่ามานอนหน้าห้องนอนเขาด้วย

    “ไม่ต้องไปกวนเต่าหรอก ฉันอยู่คนเดียวได้”

    “บ่ได้หรอกครับ ต้องหื้อไอ้เต่ามาคอยดู คุณกฤษดาเชื่อผมเต๊อะครับ”

    กฤษดาจำต้องพยักหน้าตามใจ ปานมอบกุญแจหีบให้ บอกว่ายกไปไว้หัวนอนเขาแล้ว จะได้หยิบใช้สะดวกๆ

    “ความจริงกำนันเก็บไว้อย่างเดิมก็ดีแล้ว จะได้ใช้จ่ายเรื่องในไร่...ผมเองจะอยู่ที่นี่ได้นานแค่ไหนก็ไม่รู้”

    “อยู่ตี้นี่นานๆเต๊อะครับ ตี้นี่เป็นบ้านคุณกฤษดา คุณอยู่จะได้เป็นขวัญกำลังใจหื้อหมู่เฮา ไอ้ผมมันก่อไม้ใกล้ฝั่ง หรือคุณกฤษดาอยากกลับกรุงเทพฯ”

    “ฉันยังกลับตอนนี้ไม่ได้ บ้านที่กรุงเทพฯจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ หวังว่าหลวงเณคงจัดการได้”

    “คุณหลวงเณนี่ก่อแปลก ยะหยังบ่ส่งข่าวหื้อผมรู้เรื่องนายท่านเลย”

    “ช่วงนั้นรบกันหนักมาก อย่าว่าแต่จะส่งข่าวเลย ในกรุงเทพฯยังต้องวิ่งหลบระเบิดกันแทบทุกวัน ระเบิดลงทางรถไฟขาดหลายแห่ง คงจะส่งข่าวแล้วแต่ทางนี้ไม่ได้รับ”

    “บ่มีนายท่าน บ่มีไอ้ดวง ชีวิตไอ้ปานก็บ่เหลืออะหยังอีกแล้ว ทุกวันนี้เหมือนต๋ายทั้งเป๋น”

    กฤษดาก็รู้สึกเช่นนั้น ปานรีบปลอบให้กำลังใจว่าเขายังหนุ่มแน่น ยังมีอนาคตอีกไกล อย่าเพิ่งหมด อาลัยตายอยาก ขอให้เห็นแก่เจ้าคุณเทศาและดวงใจ ต้องเข้มแข็ง แต่ตัวเองกลับร้องไห้สะอึกสะอื้น กฤษดาจับมือปานอย่างเข้าใจ

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ หมอเมตตาให้สามล้อถีบคันที่ใช้ประจำจนคุ้นเคย พาดวงใจไปทุ่งมหาเมฆ กำชับให้รอกลับมาด้วย คนรถรับคำและแนะนำว่าวันนี้จะไปให้ไกล กว่าเดิม เพราะมีคนบอกว่ายังเป็นเขตทุ่งมหาเมฆอยู่ ดวงใจเห็นดีด้วยให้ลองดู

    ถึงปากซอย คนรถบอก “ซอยนี้ไงที่เขาบอกว่ามีบ้านคนใหญ่คนโตหลายหลังนะ ลองเดินเข้าไปดูสิ”

    ดวงใจมอบเงินให้คนรถไว้ทานข้าวรอ คนรถย้ำไม่ต้องรีบ เธอยิ้มขอบคุณ...ดวงใจมองเข้าไปในซอยเห็นมีคนพลุกพล่าน

    ภายในบ้านพระยาดำรงกลายสภาพเป็นโรงแรม มีคนเดินเข้าออกหลายคน ทั้งผู้หญิงหากิน ทหารญี่ปุ่นและคนจีน...ดวงใจเดินมาหยุดมอง มิ่งเห็นคิดว่ามาสมัครงาน ดวงใจบอกว่าไม่ได้จะสมัครงานแต่มาหาเจ้าคุณเทศาที่เคยอยู่เชียงใหม่ มิ่งแปลกใจถามเธอเป็นใคร ดวงใจรีบบอกว่าเป็นลูกสาวกำนันปาน มีธุระสำคัญ

    “เธอเป็นลูกสาวกำนันปานเหรอ...”

    “ใช่จ้ะ...ลุงรู้จักพ่อฉันเหรอจ๊ะ”

    “รู้จักสิ เจ้าคุณท่านเคยพาฉันไปเชียงใหม่หนหนึ่ง ฉันเคยเจอกำนันปาน”

    ดวงใจดีใจขอให้พาไปพบเจ้าคุณเทศา มิ่งไม่อยากพูดอะไรมากจึงพาไปหาอิ่มที่เรือนครัว...ดวงใจถามหากฤษดา มิ่งยิ่งอึ้ง พอดีอิ่มออกมาเห็นถามมิ่งพาใครมา มิ่งบอกเป็นลูกสาวกำนันปาน แล้วบอกอิ่มตนต้องรีบออกไปซื้อบุหรี่ให้พวกขาไพ่ อิ่มแดกดันว่าเขาเป็นพวกหน้าเงิน มักได้ มิ่งเบ้ปากถ้าไม่ทำก็อด ไม่ได้ทิป...ดวงใจมองสองผู้ใหญ่เถียงกันขำๆ อิ่มสงสารหาข้าวปลามาให้ดวงใจกิน

    ขณะเดียวกันสมรกำลังบำเรอความสุขให้กับเถ้าแก่ทงบนห้องนอนใหญ่ที่เคยเป็นห้องเจ้าคุณเทศา เถ้าแก่ถึงกับออกปาก

    “คุณนี่ได้ดังใจผมทุกอย่าง ทั้งเรื่องบนเตียง ทั้งเรื่องงาน”

    “ใครดีกับหมอน หมอนก็ตอบแทนอย่างถึงใจค่ะ” สมรลูบไล้เอาอกเอาใจ

    เถ้าแก่ถามถึงเรื่องค่าน้ำค่าไฟ สมรตอบว่าทำตามที่เขาสั่งคือไม่จ่าย แต่ขอร้องเขาอย่าให้ถึงกับโดนตัดน้ำตัดไฟจริง เถ้าแก่ทงรับปาก

    “ไม่ต้องห่วง ค่าเก๋าเจี๊ยะถูกกว่าต้องจ่ายจริงซะด้วยซ้ำ รอให้มันถูกฟ้องเราค่อยช้อนถูกๆ แล้วพวกคนใช้อยู่มือแล้วใช่ไหม”

    “เหมือนที่เถ้าแก่พูดค่ะ ให้เก๋าเจี๊ยะถูกกว่าจ่ายจริง เงินเดือนพวกมันหลวงเณมันก็มาจ่ายไปสิ” สมรหัวเราะยั่วยวน

    เถ้าแก่ทงถามหลวงเณติณัตไม่มีปัญหาหรือที่เราไม่ได้จ่ายค่าเช่าบ้าน สมรตอบบอกว่าเงินอยู่ที่ตน เถ้าแก่ยิ้มอย่างพอใจที่ไม่ต้องจ่ายค่าอะไรเลย สมรแย้งค่าเช่าบ้านเขาต้องจ่ายตน เถ้าแก่จึงหยิบกล่องสร้อยเพชรให้ บอกว่าขอจ่ายเป็นดอกเบี้ยก่อน อ้างเงินเอาไปลงทุนหมด อีกไม่นานจะเอาเงินมากองให้แทบเท้า สมรปลาบปลื้มดีใจเพราะไม่เคยได้แบบนี้มาก่อน

    ooooooo

    ทางด้านดวงใจ ทานข้าวเสร็จก็ถามอิ่มถึงกฤษดา อิ่มตอบว่าหายตัวไปนานแล้ว ตั้งแต่ไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อนๆ และยังมีแสงธรรมอีกคนที่หายไปด้วย...ดวงใจช็อกทำอะไรไม่ถูก น้ำตาจะไหล เธอพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติ เล่าว่า

    “ตอนนั้น จู่ๆคุณกฤษดาก็หายไป”

    “หายไป! หายไปเฉยๆน่ะเหรอ”

    “คุณกฤษดากับคุณแสงธรรมเจอเพื่อนบอกว่าจะไปเที่ยวป่า แล้วก็หายไปไม่ได้ข่าวอีกเลย ฉันนึกว่าคุณกฤษดากลับมาบ้านกรุงเทพฯ ฉันถึงได้มาตามหา”

    “เปล่า...ไม่ได้กลับมา นี่เอ็งมาตามหาบ้านนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” อิ่มแปลกใจ

    ดวงใจกลั้นไม่ไหวร้องไห้ออกมาถามไม่มีใครได้ข่าวกฤษดาบ้างหรือ อิ่มบอกว่าพนมให้สันติบาลช่วยตามหา บางคนบอกว่ากฤษดาหนีไปมีเมีย บางคนบอกว่าไปเป็นพวกใต้ดิน ดวงใจสงสัย อิ่มปรามอย่าเอ็ดไป เพราะถ้าเป็นพวกใต้ดินจริงคงหาตัวลำบาก

    “ทำไมล่ะป้า...”

    “เขาว่าพวกใต้ดินน่ะ ถ้าตายไปพ่อแม่พี่น้องก็ไม่รู้ เพราะเขาต้องปิดเป็นความลับ พ่อแม่จะได้ไม่เดือดร้อน คุณท่านเจ็บเป็นโรคหัวใจคิดถึงคุณกฤษดาด้วย...โดน อีหมอนมันจับโขยก มีแต่ช้ำใจ ท่านตายคุณกฤษดาก็ไม่ได้มาดูใจ นี่เอ็งเป็นห่วงคุณกฤษดาขนาดนี้เชียวหรือนี่...ดวงใจ”

    ดวงใจพยายามซ่อนสีหน้าสิ้นหวัง เผอิญสมรแต่งตัวกรีดกรายเดินมา ดวงใจเห็นจำได้จึงยกมือไหว้ สมรโวยเป็นใครมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วโวยวายเอ็ดอิ่ม อิ่มแดกดัน

    “บ้านมึงเหรอ ที่นี่โรงแรมโว้ย ตัวผู้ตัวเมียที่ไหนก็เข้ามาได้ เพราะอีคนที่นี่มันรับแขกไม่เลือก แค่มีเงินจ่าย ใครจะเข้าก็เข้าสิวะ”

    “อีแก่นี่ปากหมาแต่วันนะมึง กูถามว่าอีนี่ใคร...”

    “ลูกสาวกำนันปาน ทำไม...เขามาเป็นหูเป็นตาให้คุณกฤษดา มึงมีปัญหามากไหม”

    “ตอแหล กฤษดามันตายไปแล้ว มึงอย่ามาหลอกกู” สมรโกรธที่โดนหลอกด่า

    ดวงใจแย้งไม่จริง สมรอ้างงานศพพ่อตัวเองยังไม่มา ถ้าไม่ตายคงอยู่โรงพยาบาลบ้า อิ่มทนไม่ไหว “อย่าไปฟังมันเลยดวงใจ มันน่ะแหละคนบ้า”

    “กูจำได้แล้ว อีเด็กคนนั้นนั่นเอง นังดวงใจ ลูกไอ้กำนันปานที่เชียงใหม่ มึงนี่มันไม่เคยรู้จักที่ต่ำที่สูงตั้งแต่เล็กจนโตนะ” สมรนึกได้

    อิ่มดึงดวงใจเดินหนี สมรเข้าไปกระชากแขนถามพ่อให้มาดูว่าตนทำอะไรบ้างใช่ไหม ดวงใจเถียงพ่อไม่เกี่ยว ตนมาเอง สมรไม่เชื่อ ตะโกนเรียกพวกมาจับตัวดวงใจ

    อิ่มเป็นห่วง “ไปดวงใจ ป้าจะพาไปที่อื่นเอง อย่าไปยุ่งกับมัน มันเป็นหมาบ้า”

    “ไม่ให้ไป! มันต้องอยู่ที่นี่ มันคิดไม่ดีกับกูแน่ๆ มึงต้องอยู่ที่นี่เป็นขี้ข้าที่นี่ มึงไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่เด็ดขาด ไอ้ต่อ...ไอ้ต่อ...” สมรกระชากแขนดวงใจ ร้องเรียกพวก

    อิ่มให้เขียวช่วยจับสมรไว้ บอกดวงใจให้รีบหนี ดวงใจหน้าเสียวิ่งออกไปหน้าตึก หลบหลีกพวกนักเลงบ่อน ทันใดเสียงเครื่องบินดังมา ผู้คนเริ่มแตกตื่น แต่สมรยังตามมาตบตีฉุดลากดวงใจ มิ่งกลับมาถึง ดวงใจร้องให้ช่วย พลันเสียงหวอดังขึ้น อิ่มตามมาถึงถีบสมรกระเด็น มิ่ง อิ่มและเขียวพาดวงใจไปยังหลุมหลบภัยข้างบ้าน แล้วจะปิดประตู สมรวิ่งตามมายกมือไหว้อิ่ม

    “ฉันไหว้ล่ะ ให้ฉันเข้าไปหลบด้วยนะ นึกว่าเห็นแก่เจ้าคุณท่านนะ”

    อิ่มหน้าเครียดทันที ยกเท้าถีบสมรกระเด็นออกไป “นี่ละโว้ย...กูทำเพื่อแทนคุณท่าน”

    สมรกลัวลานลุกขึ้นมาทุบประตูปังๆ...เสียงระเบิดลงตูมๆ ดวงใจตัวสั่นด้วยความกลัวสุดชีวิต เพราะเพิ่งเคยได้ยินใกล้ชิดขนาดนี้ อิ่มสวดมนต์ พุทโธ ธัมโม สังโฆ... สมรวิ่งกลับไปบ้าน เห็นเถ้าแก่ทงหอบกระเป๋าเงินจะหนี จึงเข้ากอดขอไปด้วย เถ้าแก่กลับสะบัดเธอออกไล่ไปให้พ้น สมรกระชากกระเป๋าหล่น เงินทองไหลออกมา เถ้าแก่โกรธตบหน้าฉาดที่ทำให้เสียเวลา

    “เถ้าแก่จะเอาเงินไปไหน นี่เถ้าแก่จะเอาเงินไปคนเดียว...อย่าทิ้งหมอนนะเถ้าแก่...”

    “กูไม่เอาอีผู้หญิงร่านอย่างมึงหรอก...” เถ้าแก่สั่งลูกน้องจับสมรเหวี่ยงไป

    สมรร้องไห้วิ่งตามมาหน้าบ้าน ทันใด เครื่องบินทิ้งระเบิดลงมาตรงสมรกับเถ้าแก่ทงพอดี เสียงตูม...ดังสนั่น เปลวไฟลุกโชน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”
    24 ต.ค. 2564

    00:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 04:04 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์