ตอนที่ 8
เมื่อทาเคชิรู้จากเคนตะว่าคินคือลูกชายของโยชิและเป็นหลานของร้อยเอกมาซากิก็ยิ่งคาดหวังต้องได้พบขุมทอง ขณะที่เคียวโกะและเพียงมาศ
คาดไม่ถึง ดีใจเหลือเกินที่คินคือพี่ชายของเคียวโกะที่กำลังตามหา
ด้วยความตื่นเต้นดีใจ ทุกคนชวนกันไปหมู่บ้านเสอปาเพื่อพบคิน แต่เวลานั้นเฒ่าลิ้นดำกำลังทำพิธีให้นายพลลีกับคินเป็นนักบวชของตน ซึ่งต้องมอบชีวิตและวิญญาณเพื่อรับใช้เขาเพียงคนเดียวด้วยการกรีดเลือดสาบาน
นายพลลีกับคินโดนมนต์สะกดจึงไม่เป็นตัวของตัวเอง ยอมรับในเงื่อนไขของเฒ่าลิ้นดำ แต่คินยังไม่ทันกรีดเลือดสาบาน พวกทาเคชิก็เข้ามาขัดขวางเสียก่อน
“ความจริงถูกเปิดเผยออกมาแล้วท่านผู้เฒ่าตอนนี้ใครๆก็รับรู้กันหมดแล้วว่าคินไม่ใช่ลูกของนายพลลีกับซอซอ แต่เป็นลูกของโยชิ ทายาทของมาซากิ”
“ถึงมันจะเป็นลูกโยชิ แต่พวกเอ็งก็ไม่มีสิทธิ์มาขัดขวาง”
“ฉันเคียวโกะ เป็นลูกสาวของโยชิ ถึงจะคนละแม่ แต่ก็พ่อเดียวกัน ดังนั้นฉันจึงมีสิทธิ์ที่จะยับยั้งไม่ให้พี่ชายของฉันเข้าเป็นนักบวชของท่าน”
“หนูขอร้องเถอะท่านผู้เฒ่า ระงับการบวชเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งให้คินบวชตอนนี้เลย อย่างน้อยก็ให้เวลาคินกับน้องสาวที่พลัดพรากได้มีเวลาคุยกันฉันพี่น้องสักระยะนึงก่อนนะคะ” เพียงมาศช่วยอ้อนวอน
“ข้ารู้ว่าเรื่องนี้ทำให้ท่านผู้เฒ่าลำบากใจ แต่เอาเป็นว่าถ้าท่านผู้เฒ่ามีน้ำใจให้กับพวกเรา ข้าก็จะมอบน้ำใจให้กับท่านผู้เฒ่าเช่นกัน”
คำพูดของทาเคชิทำให้เฒ่าลิ้นดำเกิดความโลภ เข้าใจว่าทาเคชิคงจะมอบอาวุธหรือไม่ก็ของมีค่าเป็นการตอบแทน
“ก็ได้ ข้าจะมีน้ำใจให้เจ้า และเจ้าก็ต้องมีน้ำใจให้ข้าเช่นกัน อย่าลืม”
ทาเคชิยิ้มพอใจที่อีกฝ่ายรับข้อเสนอ เพียงมาศไม่รอช้าช่วยเคียวโกะดึงคินออกจากพิธี โดยมีพวกภูผาเข้ามาช่วยนายพลลีออกไปด้วย...แล้วอีกครู่ต่อมาทาเคชิก็ตามตาเผ่กับเฒ่าลิ้นดำเข้าไปในกระท่อมพูดคุยกันส่วนตัว
“ไหนว่ามา เจ้ามีผลประโยชน์อะไรจะมาเสนอ”
“ข้ารู้ว่าที่ท่านเอาคินมาเลี้ยงก็เพื่อรอวันที่จะได้แผนที่จากมัน แต่ข้ามีวิธีที่ง่ายกว่านั้น”
“นี่เจ้ารู้เรื่องแผนที่บนหลังได้ยังไง”
“ข้าเป็นเพื่อนของโยชิ มันเล่าเรื่องนี้ให้ข้าฟัง”
“ที่แท้ก็เพื่อนไอ้โยชิ”
“งั้นเราก็คือศัตรูกัน ออกไป!” เฒ่าลิ้นดำตวาดไล่
“อย่าเพิ่งปฏิเสธศัตรูที่ยอมแบ่งผลประโยชน์อย่างยุติธรรมสิท่าน อย่าลืมว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้แผนที่บนหลังปรากฏขึ้นมา”
“ก็ได้...เจ้าต้องการอะไร”
“ทองครึ่งหนึ่งต้องเป็นของข้า”
ตาเผ่ไม่พอใจตอบโต้ทันควัน “บังอาจ! ทองที่อยู่ในถ้ำทุกชิ้นมันคือสมบัติของชาวเสอปาที่โดนขโมยไป ข้าไม่มีวันที่จะแบ่งให้เจ้าเป็นอันขาด”
“ถ้างั้นท่านก็ต้องรอต่อไป แต่อย่าลืมว่ายังมีพวกนายชนะชัยกับฝรั่งที่มันมาล่าทองเหมือนกัน ถึงท่านจะได้แผนที่มา แต่ถ้าไม่มีอาวุธดีๆเอาไว้ป้องกันตัวล่ะก็...หึๆ”
ทาเคชิหัวเราะเบาๆ จากนั้นก็โค้งให้แล้วเดินออกจากกระท่อมมาบอกเคนตะว่ามันกำลังตัดสินใจ ผ่านไปครู่เดียวตาเผ่ก็ออกมาบอกว่าท่านผู้เฒ่าตกลงตามที่ทาเคชิขอทุกอย่าง
อีกด้านหนึ่ง เคียวโกะกำลังพยายามสนทนากับคิน แต่ดูจะไม่เป็นผลเพราะเขาเอาแต่นิ่งเงียบ รวมทั้งนายพลลีที่ไม่รับรู้ใดๆ สายตาแข็งกร้าวน่ากลัว จนทุกคนลงความเห็นว่าสองพ่อลูกแปลกไปมาก ภูผาบอกว่าสองคนเป็นแบบนี้ตั้งแต่กลับมาจากในป่า ไม่เหมือนคนเดิมที่รู้จัก อาจโดนของอย่างที่หนูหริ่งพูด ซึ่งตนเชื่อว่าเรื่องอย่างนี้มีจริง โดยเฉพาะยาสั่ง มันคือสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ทำให้คนตายหรือเป็นอัมพาต หรือแม้แต่เปลี่ยนนิสัยคนก็ได้
“แล้วเราจะช่วยคินกันยังไงดีล่ะ”
“มดแดงเคยได้ยินพี่จันดีพูดเรื่องสมุนไพรถอนพิษ”
“จริงสิ บางทีถ้าไปถามจันดี ก็อาจจะช่วยคินได้นะ”
“งั้นเดี๋ยวหนูหริ่งกับมดแดงไปเอง...ไปพี่มดแดง”
หนูหริ่งกับมดแดงรีบร้อนไปพบจันดี ใช้เวลาไม่นานนักก็ได้สมุนไพรถอนพิษกลับมาแล้วช่วยกันจับคินกับนายพลลีป้อนยาจนอาเจียน
คินรู้สึกตัวล้างหน้าล้างตาแต่ยังจำไม่ค่อยได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนบ้าง เขาถามหาแม่แล้ววิ่งพรวดออกไป ขณะที่นายพลลียังคงนิ่งเฉยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
พวกภูผาติดตามคินไปด้วยความเป็นห่วง โดยให้หนูหริ่งกับมดแดงคอยดูนายพลลีอยู่ทางนี้ แต่แล้วนายพลลีก็แอบเดินหายไปหลังจากหนูหริ่งเอาผ้าเช็ดหน้าผากให้เขาจนสีชาดหลุดออก
คินไปพบศพซอซอกลางป่า เขากอดศพแม่ร้องไห้เสียใจอย่างสุดซึ้ง พวกภูผาเห็นแล้วต่างพากันสะเทือนใจ เคียวโกะกับเพียงมาศสงสารเขาแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่
หลังจากนั้นทุกคนช่วยกันไปหาฟืนเพื่อเผาศพซอซอตามธรรมเนียมชาวเสอปา ระหว่างนี้นายพลลีเข้ามากอดศพเมียรักร่ำไห้ปานจะขาดใจ พอเห็นพวกคินกลับมาก็กล่าวโทษคินทำให้เมียของตนตาย ดุด่าและตัดขาดความเป็นพ่อลูกจนทุกคนอึ้งไปกันหมด
นอกจากดุด่าคินแล้ว นายพลลียังทุบตีทำร้ายและผลักไสไล่ส่งก่อนที่ตัวเองจะวิ่งน้ำตาไหลพรากออกไป
ด้วยความเสียใจที่ต้องเล่นละครฉากใหญ่เมื่อสักครู่
นายพลลีต้องการให้คินตัดขาดจากตนเพราะกลัวว่าถ้าฝ่ายตรงข้ามจับตนมาเป็นตัวประกันแล้วบีบบังคับคินให้ทำตามเหมือนที่ทำกับซอซอก็จะทำให้คินอยู่ในอันตราย ทางที่ดีคือให้ความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับคินขาดกันไปเลยดีกว่า
คินเศร้าเสียใจและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายพลลี แต่ภูผาและกะยอมั่นใจว่านายพลลีโดนยาสั่ง จึงช่วยกันปลอบใจคินและจัดการเผาศพซอซอให้เสร็จ หลังจากนั้นภูผาขอให้เพียงมาศและเคียวโกะชวนคินคุยบ้าง เพื่อที่เขาจะได้ไม่จมอยู่กับความทุกข์จนเกินไป เพียงมาศเห็นด้วยบอกเคียวโกะให้ไปคุยเพราะเป็นน้องสาว
เคียวโกะปลอบและให้กำลังใจคินว่าเขายังมีน้องสาว ถึงเราจะไม่รู้จักกันมาก่อนแต่เราก็เป็นสายเลือดเดียวกัน เราต้องช่วยกันตามหาพ่อที่แท้จริง
คินรับฟังและรับปากว่าตนจะเข้มแข็งให้เร็วที่สุดเพื่อตามหาพ่อ แต่เพียงชั่วครู่คินก็ลุกพรวดวิ่งออกไป เคียวโกะกับภูผารีบติดตาม โดยให้เพียงมาศอยู่ตรงนี้เพื่อรอพวกกะยอที่ไปหาฟืนกลับมา
คินต้องการไปแก้แค้นพวกชนะชัยที่ฆ่าซอซอ เคียวโกะเป็นห่วงร้องขอภูผาให้ช่วยพี่ชายตนด้วย ภูผาเต็มใจอยู่แล้วแต่ไม่ยอมให้เธอไปเพราะจะห่วงหน้าพะวงหลัง เคียวโกะจึงย้อนกลับมาหาพวกกะยอยังจุดเดิม พอกะยอรู้ว่าคินไปแก้แค้นจึงชวนจันดีไปสมทบ โดยให้มดแดงอยู่เป็นเพื่อนเคียวโกะ
ภูผาตามคินไปใกล้กระท่อมพรานดำที่เงียบเชียบไร้ผู้คน คาดว่าพวกมันคงหนีไปแล้ว คินแค้นใจเอาน้ำมันราดรอบกระท่อมแล้วจุดไฟเผา พรานดำซุ่มมองความเคลื่อนไหวอยู่กับพวกชนะชัย โกรธมากจะยิงคินแต่ชนะชัยห้ามไว้ เพราะถ้าคินตายนั่นหมายความว่าแผนที่ขุมทองที่ตนอยากได้ก็ต้องหายไปด้วย
เมียงหม่องนำชาวเสอปามาตามตัวคินกลับหมู่บ้านตามคำสั่งของเฒ่าลิ้นดำ โดยแอบใช้ลูกดอกยาสลบเป่าใส่ก่อนจะหามคินกลับไปแล้วทิ้งภูผาเอาไว้ ระหว่างทางกะยอกับจันดีผ่านมาเห็น กะยอเข้าไปสอบถาม ส่วนจันดีซ่อนตัวก่อนจะมาหากะยอหลังจากพวกเมียงหม่องจากไป
เมื่อรู้ว่าคินถูกพาตัวกลับหมู่บ้าน ทั้งสองคนเป็นห่วงแต่ต้องรีบไปช่วยภูผาก่อน จันดีเอายาให้ภูผาที่โดนลูกดอกยาสลบกินครู่เดียวก็ฟื้น แล้วทุกคนรีบรุดตามพวกเมียงหม่องไปโดยจันดีขอตามดูห่างๆเพื่อความปลอดภัยจากชาวเสอปาที่เข้าใจว่าเธอตายไปแล้ว
นายพลลีกลับมาถึงหมู่บ้านและพบเห็นคินหมดสติถูกหามไปหน้ากระท่อม ก่อนที่เฒ่าลิ้นดำจะออกมาส่งตลับสีชาดให้ตาเผ่เอาป้ายหน้าผากคินและร่ายมนต์สะกดไว้เป็นทาส นายพลลีเฝ้ามองและครุ่นคิดหาวิธีแก้ไข
ในที่สุดคินก็ตกเป็นทาสของเฒ่าลิ้นดำ เขายอมกรีดเลือดสาบานกลายเป็นนักบวชเหมือนองครักษ์ทั้งสี่คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ โดยนักบวชทุกคนต้องถือพรหมจรรย์ ฝึกเป็นนักฆ่า และมีเวทมนตร์เป็นอาวุธลับ
ภูผาห่วงเพียงมาศและเคียวโกะ เขาไปพาพวกเธอกลับแคมป์ญี่ปุ่นกลางป่า แล้วทุกคนก็ถูกทาเคชิซักถามเรื่องคิน สองสาวเล่าทุกอย่างที่รู้เห็นก่อนจะขอร้องทาเคชิไปช่วยเจรจากับเฒ่าลิ้นดำเหมือนครั้งก่อนที่เขาเคยทำสำเร็จมาแล้ว
ทาเคชิฉวยโอกาสนี้ทำให้เคียวโกะเคารพนับถือและไว้วางใจด้วยการรับปากว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปเจรจากับเฒ่าลิ้นดำ เพื่อช่วยคิน แต่ตอนนี้เขาขอคุยกับเพียงมาศเป็นการส่วนตัว
ก่อนหน้านี้เคนตะเจอเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอสหล่นจากกระเป๋าเดินทางของเพียงมาศแล้วนำมาให้ทาเคชิ เมื่อทาเคชิสอบถาม เพียงมาศปฏิเสธเสียงแข็งว่าเครื่องนั้นไม่ใช่ของตนและแสดงความไม่พอใจเพราะคิดว่าพวกเขาเสียมารยาทค้นกระเป๋า
เคียวโกะแอบฟังอยู่มุมหนึ่ง เห็นเพียงมาศวิ่งหนีไป ทาเคชิเหลือบเห็นเคียวโกะจึงแกล้งพูดกับเคนตะเพื่อสร้างความร้าวฉานระหว่างสองสาวเพื่อนรัก
“น่าสงสารเคียวโกะจริงๆนะเคนตะ เด็กผู้หญิงที่น่าสงสารอย่างเคียวโกะไม่สมควรจะเป็นเพื่อนกับคนที่มีลับลมคมในอย่างเพียงมาศเลย”
เคนตะรับมุกช่วยกันเล่นละครตบตาเคียวโกะ “นายท่านรักคุณเคียวโกะเหมือนลูกสาวแท้ๆเลยนะครับ”
“เคียวโกะเป็นลูกสาวของโยชิเพื่อนรักของฉัน ฉันย่อมรักและเป็นห่วงเคียวโกะเหมือนกับลูกหลานของฉันเอง ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้เคียวโกะได้พบกับพ่อของเขาให้ได้”
“แม้แต่การแลกกับชีวิตตัวเองงั้นหรือครับ”
“ใช่ เคียวโกะคงไม่รู้หรอกว่าการที่ฉันเข้าไปตีสนิทกับพวกเสอปา ฉันอาจโดนพวกมันฆ่าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่เพื่อสืบข้อมูลเรื่องพ่อของเคียวโกะ ฉันจะยอมเอาชีวิตเข้าแลก”
เคียวโกะแอบฟังด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง ประทับใจ แล้วเมื่อเธอกลับมาเจอเพียงมาศยืนหน้าหงิกจึงถามว่าเป็นอะไร เท่านั้นเองเพียงมาศก็เล่าเรื่องที่ทาเคชิกับเคนตะ หาว่าตนเป็นหนอนบ่อนไส้แอบเอาเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอสไว้ในกระเป๋าเพื่อส่งให้คนอื่นรู้
“แล้วมันจริงหรือเปล่า”
“นี่แกถามแบบนี้มันหมายความว่ายังไง”
“ฉันก็แค่ถามว่ามันจริงหรือเปล่า”
“จะจริงได้ยังไง ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้เครื่องนั้นมันเข้าไปอยู่ในกระเป๋าฉันได้ยังไง”
“แต่มันเป็นกระเป๋าของเธอนะเพียงมาศ ถ้าฉันเป็นคุณทาเคชิ ฉันก็ต้องสงสัยเธอเป็นธรรมดา”
“พูดบ้าๆ คนที่น่าสงสัยน่ะ ฉันว่าน่าจะเป็นอีตาทาเคชิมากกว่า เธอลองคิดดูสิว่าอีตานี่จะต้องเข้าไปตีสนิทกับพวกเสอปาทำไมถ้าไม่ใช่เพราะต้องการทองเหมือนกัน”
“หยุดกล่าวหาคนอื่นซะทีเถอะเพียงมาศ”
“ฉันไม่ได้กล่าวหานะเคียวโกะ เซ้นส์ของฉันมันบอกอย่างงั้น”
“ไร้สาระ” เคียวโกะส่ายหน้าเดินหนีไป เพียงมาศหงุดหงิดแล้วกลายเป็นงอนเพื่อนที่เชื่อคนอื่นมากกว่าตน
ค่ำนั้นสองสาวแยกมุมกันอยู่ ภูผามองออกว่าน่าจะมีปัญหาอะไรสักอย่างจึงเข้ามานั่งข้างเคียวโกะแล้วค่อยๆตะล่อมถาม เคียวโกะยอมรับว่าไม่สบายใจ ทั้งห่วงคินและกำลังมีเรื่องไม่เข้าใจกับเพียงมาศ
ภูผารู้สึกดีๆกับเคียวโกะ เขาแนะนำเธอให้หาทางเคลียร์กับเพื่อน ส่วนเรื่องคินยังไม่ต้องคิดมาก เขาจะหาทางช่วยอย่างเต็มที่...ทาเคชิอยู่อีกมุม ไม่ค่อยชอบใจนักที่เห็นสองคนคุยกันสนิทสนม เพราะต้องการให้เคียวโกะวางใจในตัวเขาคนเดียว เพื่อจะได้เกลี้ยกล่อมได้ง่าย
ดังนั้นหลังจากเคียวโกะแยกตัวเข้านอนแล้ว ทาเคชิจึงหาโอกาสคุยกับภูผาตามลำพัง ทำทีเป็นเตือนด้วยความหวังดีว่าไม่อยากให้ภูผาคิดเลยเถิดกับเคียวโกะ เพราะเขาอาจจะผิดหวัง
“ทำไมล่ะครับ”
“นายลองคิดดูสิ เคียวโกะเป็นคนญี่ปุ่น ฐานะครอบครัวก็ถือว่าดีมาก การศึกษาก็ดี ฐานะทางสังคมก็ดี ผู้หญิงอย่างนี้เหมาะสมกับผู้ชายที่ทัดเทียมกันหรือมีระดับสูงกว่า ชีวิตถึงจะมีความสุข แต่ถ้าต้องแต่งงานกับคนที่ไม่มีอะไรเลย... นายลองคิดดูก็แล้วกันว่าเขาจะมีความสุขไหม”
“ครับ ผมเข้าใจ”
“ที่พูดมาน่ะ ไม่ได้คิดจะห้ามปรามอะไรหรอกนะ ฉันเพียงแค่อยากเตือนสติให้รู้ตัว เพราะถ้าปล่อยใจให้เตลิดไปกว่านี้ วันข้างหน้าทั้งนายกับเคียวโกะก็ต้องพบกับความเสียใจอย่างแน่นอน”
ทาเคชิยิ้มให้ภูผาอย่างมีไมตรี เหมือนผู้ใหญ่ใจดีเตือนสติเด็กๆ แต่ภูผารู้สึกหน้าชา เคร่งเครียดขึ้นมา
“ยังไงก็ลองเอาไปคิดดูนะภูผา ที่ฉันเตือนนายครั้งนี้ก็เพราะว่าฉันหวังดี ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นใด”
“ขอบคุณมากครับ”
ทาเคชิเดินจากไป ปล่อยภูผาจมอยู่กับความเศร้าและเจียมตัว
ooooooo
หลังจากครุ่นคิดหาทางช่วยคินอยู่ข้ามคืน... เช้าวันถัดมานายพลลีก็ไปกรีดต้นไม้เพื่อเอายางสีแดงป้ายหน้าผากตัวเองตบตาพวกเฒ่าลิ้นดำว่าตนยังคงเป็นทาสของเขา
ทุกคนหลงกลจนได้ นายพลลีจึงได้ร่วมขบวนเดินทางไปกับพวกเฒ่าลิ้นดำที่นัดเจอทาเคชิที่ถ้ำแห่งหนึ่ง เพื่อทำให้แผนที่บนแผ่นหลังของคินปรากฏ
ทาเคชิมากับเคนตะและน้ำยาเคมีพร้อมด้วยอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ โดยมีเคียวโกะ เพียงมาศและภูผาเดินตามหลังอยู่ห่างๆ สองสาวไม่ยิ้มไม่เล่นกันเหมือนเคย ภูผาสังเกตเห็นจึงกระซิบเคียวโกะให้ไปง้อเพียงมาศ
“คุณเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน เรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่าให้มันไปบั่นทอนมิตรภาพของคุณสองคนเลยครับ ใครหายโกรธก่อนน่าจะถือว่ามีสปิริตมากที่สุด”
เคียวโกะอ่อนลง ยอมทำตามคำแนะนำของภูผา เข้าไปขอโทษเพียงมาศเรื่องเมื่อวานที่ตนพูดแรงไปหน่อย
“งั้นฉันก็ขอโทษเธอด้วยเหมือนกันที่พูดอะไรไม่ดีออกไป”
“งั้นเราดีกันนะ” เคียวโกะชูนิ้วก้อยมาตรงหน้า เพียงมาศหายงอนยอมเกี่ยวก้อยกับเพื่อนรักโดยมีสายตาของภูผามองมาอย่างยินดี
ถึงหน้าถ้ำที่เฒ่าลิ้นดำจอมเจ้าเล่ห์ตั้งใจใช้เป็นสุสานฝังพวกทาเคชิ หลังจากได้เห็นแผนที่บนแผ่นหลังของคินแล้ว ทุกคนตามกันเข้าไป ยกเว้นเพียงมาศ เคียวโกะ และภูผาที่ตาเผ่ไม่ยินยอม
ทาเคชิไม่ต้องการให้คนอื่นรู้เรื่องล่าทองของตน จึงกล่อมเคียวโกะจนเธอเชื่อฟัง ไม่ดึงดันจะเข้าไปด้วย แต่เพียงมาศที่สงสัยใคร่รู้ประสาวิสัยนักข่าวอยากเข้าไปดูให้เห็นกับตา จึงวางแผนลับหลังคนพวกนั้นหาทางเข้าไปกับภูผา โดยทิ้งเคียวโกะเอาไว้นอกถ้ำ ส่วนกะยอ จันดี มดแดงที่มาสมทบให้ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจสมุนของเฒ่าลิ้นดำที่เฝ้าหน้าถ้ำไปทางอื่น เพื่อเปิดทางให้ภูผากับเพียงมาศ
ภายในถ้ำ คินซึ่งตกเป็นทาสของเฒ่าลิ้นดำถูก
เคนตะเอาน้ำยาเคมีทาแผ่นหลังจนแผนที่ปรากฏรางๆ ทุกคนดีใจยกเว้นนายพลลีที่สงสารคินจับใจ น้ำยาทำให้คินแสบร้อนแต่ต้องทนเพราะเชื่อฟังคำสั่งเฒ่าลิ้นดำ
ส่วนนอกถ้ำ บัดนี้พรานดำกับไรอัลแกะรอยจากเครื่องส่งสัญญาณที่แอบฝังไว้ในแขนคินมาถึงแล้ว และกำลังหาทางเข้าไปภายในถ้ำ แต่เกิดปะทะกับพวกกะยอและสมุนของเฒ่าลิ้นดำเสียก่อน
เพียงมาศกับภูผาแอบเข้าไปในถ้ำและได้ยินการสนทนาของสองฝ่ายจึงรู้ว่าทั้งเฒ่าลิ้นดำและทาเคชิต่างก็เป็นนักล่าทอง ต้องการแผนที่บนแผ่นหลังของคิน แต่แล้วแผนที่ยังปรากฏไม่ชัดเจน แรงระเบิดที่พรานดำ
ปาใส่สมุนของเฒ่าลิ้นดำก็ส่งผลให้ถ้ำสะเทือนจนขวดน้ำยาเคมีที่เหลือหล่นแตก เฒ่าลิ้นดำโกรธมาก สั่งทาเคชิผสมน้ำยาขึ้นมาใหม่ แต่ทาเคชิบอกว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยเจ็ดวันกว่าส่วนผสมจะเข้าที่
เฒ่าลิ้นดำผิดหวังและหงุดหงิดไม่พอใจออกไปสั่งสมุนจัดการพวกศัตรูที่มารุกราน โดยมีนายพลลีกับคินตามไปด้วย ส่วนเคนตะกับทาเคชิยังคงคุยกันเรื่องแผนที่และวางแผนจะมัดใจเคียวโกะเพื่อดึงคินมาอยู่ด้วย เพียงมาศได้ยินทุกคำ ยิ่งรู้สึกชิงชังทาเคชิมากขึ้นไปอีก
พรานดำกับไรอัลสู้อีกฝ่ายไม่ได้ จำต้องหลบหนีไปตั้งหลัก ตาเผ่เห็นจันดีเต็มตาแต่ไม่สามารถจับตัวเธอไว้ได้ จึงมาเล่นงานกะยอ มดแดง และเคียวโกะ โดยให้สมุนบีบคอทุกคนแล้วคาดคั้นให้บอกที่ซ่อนของจันดี
ทาเคชิตามออกมาเห็น ฉวยโอกาสนี้เล่นละครเพื่อเอาชนะใจเคียวโกะด้วยการคุกเข่าขอร้องเฒ่าลิ้นดำให้ไว้ชีวิตเคียวโกะซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อน เฒ่าลิ้นดำเห็นแก่ผลประโยชน์ร่วมกันเรื่องแผนที่จึงสั่งสมุนให้ปล่อยทุกคน แล้วพาคินกลับหมู่บ้าน ส่วนพวกทาเคชิก็กลับไปที่แคมป์ของตน แล้วหาโอกาสพูดยุแหย่เคียวโกะให้ผิดใจกับเพียงมาศอีกครั้งด้วยเรื่องที่ทิ้งเธอไว้คนเดียวจนเกือบโดนสมุนของเฒ่าลิ้นดำฆ่าตาย
เมื่อเพียงมาศมาบอกสิ่งที่ได้ยินคาเทชิคุยกับเฒ่าลิ้นดำในถ้ำเรื่องการล่าทอง เคียวโกะไม่เชื่อและเข้าใจว่าเพียงมาศเกลียดทาเคชิก็เลยสร้างเรื่องขึ้นมา
“นี่เธอเกลียดลุงทาเคชิมากขนาดนี้เลยเหรอ”
“ใช่ ฉันเกลียดเขา นายทาเคชิเป็นคนหน้าไหว้ หลังหลอก เราสองคนไม่ควรอยู่ด้วย”
“พอทีเถอะเพียงมาศ ลุงทาเคชิเป็นเพื่อนของพ่อฉัน เขารักและห่วงใยฉันเหมือนเป็นญาติของเขา เขาไม่มีวันทำอะไรไม่ดีเด็ดขาด ตอนนี้ฉันพบพี่ชายฉันแล้ว ภารกิจต่อไปก็คือตามหาพ่อ และฉันเชื่อว่าลุงทาเคชิคือคนที่จะช่วยให้ฉันตามหาพ่อได้สำเร็จ”
“เดี๋ยวสิเคียวโกะ ฟังฉันก่อน”
“ฉันฟังมามากพอแล้ว”
“นี่เธอไม่เชื่อฉันเลยใช่ไหม”
“เชื่อสิ ฉันเชื่อว่าเธอเห็นแบบนั้น ได้ยินแบบนั้นจริง เพียงแต่เธอยังไม่ได้ประมวลผลว่าสิ่งที่คุณลุงทาเคชิทำลงไปน่ะเพื่ออะไร”
“แล้วเธอคิดว่าเขาทำไปเพื่ออะไร”
“ก็เพื่อช่วยพวกเราไง เธอลองคิดดูซิว่าการที่จะเจรจาเพื่อให้ชนะใจใคร เราก็ต้องทำตัวเป็นพวกเดียวกับเขาก่อน ฉันเชื่อว่านี่คือแผนของคุณลุงที่ทำไปเพื่อช่วยพี่ชายฉันออกมา”
“แต่เธอมองโลกในแง่ดีเกินไป”
“แล้วเธอล่ะ ไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรอกเหรอ ลองคิดดูสิเพียงมาศ ถ้าคุณลุงเป็นคนไม่ดี แล้วเขาจะปกป้องฉันจากพวกนักบวชของเฒ่าลิ้นดำทำไม เขาดูแลช่วยเหลือฉันมาตั้งแต่ต้น คุณลุงยอมทิ้งทุกอย่างมาก็เพื่อช่วยฉันตามหาพ่อ แล้วที่สำคัญที่สุดเขาเป็นเพื่อนรักคนเดียวของพ่อฉัน ฉันจะยอมให้เธอกล่าวร้ายกับผู้มีพระคุณไม่ได้”
“แต่ฉันเป็นเพื่อนเธอนะเคียวโกะ ฉันรักแล้วก็หวังดีกับเธอเหมือนกัน ฉันรู้อะไรมาฉันก็รีบมาบอก ฉันไม่อยากให้เธอตกอยู่ในอันตราย”
“ถ้าเธอเป็นเพื่อน หวังดี และไม่อยากให้ฉันตกอยู่ในอันตรายจริงๆ เธอคงไม่ทิ้งฉันไว้กลางป่าแล้วโดนบีบคอเกือบตายแบบนั้นหรอก รู้ไหมว่าคนที่เป็นเพื่อนกัน เขาจะไม่ทิ้งกันแบบนั้น จริงสิ สำหรับฉัน ...เธอคือเพื่อน แต่สำหรับเธอ...ฉันคงเป็นแค่คนรู้จักเท่านั้น”
เคียวโกะน้ำตาคลอด้วยความน้อยใจรีบเดินหนีไป ทิ้งให้เพียงมาศยืนอึ้งน้ำตาไหลพรากเสียใจ ภูผารู้เห็นทุกอย่าง เขาเดินตามไปปลอบเคียวโกะก่อนแนะนำว่า
“ตอนนี้อย่าเพิ่งไปหาว่าใครผิดหรือถูกกันเลยครับ มันไม่มีประโยชน์ ผมคิดว่าคุณสองคนควรอยู่ห่างกันสักพักนึงก่อน ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมัน แล้วอีกไม่นานคุณก็จะรู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป”
“ค่ะ ฉันเชื่อคุณ” เคียวโกะเสียงสั่นเครือ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ภูผาส่งผ้าเช็ดหน้าให้และบอกว่า
“ร้องไห้เถอะครับ ร้องให้พอ แล้วหลังจากนี้คุณอาจไม่มีเวลาที่จะร้องไห้อีก เราต้องช่วยกันหาทางเอาตัวคินออกมาจากพวกเสอปา”
เคียวโกะเห็นด้วย แต่เมื่อเธอขออนุญาตทาเคชิไปกับพวกภูผาเพื่อช่วยคินที่กำลังตกอยู่ในอันตราย
ทาเคชิกลับไม่เห็นด้วย เสนอหนทางอย่างเจ้าเล่ห์ว่า
“เอาแบบนี้นะ ปล่อยให้พวกเขาไปช่วยคินโดยที่เราจะไม่เอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะถ้าพวกนั้นโดนจับได้ขึ้นมา เราจะได้ปฏิเสธได้ว่าไม่รู้ไม่เห็น”
“แต่มันเป็นการเอาเปรียบพวกเขานะคะ”
“ไม่ใช่การเอาเปรียบ แต่มันเป็นแผนสอง เพราะถ้าแผนแรกพวกเขาทำแล้วไม่สำเร็จ ลุงกับหนูแล้วก็เคนตะจะลงมือในแผนสองเอง เพราะคินก็คือหลานของลุงคนหนึ่ง เข้าใจมั้ย”
เคียวโกะมองทาเคชิด้วยความศรัทธาปราศจากข้อสงสัย รับปากจะทำตามเขาทุกอย่าง ครั้นเพียงมาศรู้ว่าเคียวโกะไม่เดินทางไปกับภูผาเพื่อช่วยคินก็โวยวายว่าเธออยากเห็นพี่ชายโดนพวกมันทรมานจนตายงั้นหรือ
“หยุดกล่าวหาฉันเดี๋ยวนี้นะเพียงมาศ พี่คินเป็นพี่ชายของฉัน แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธอสักนิดเดียว ฉะนั้นเลิกมาวุ่นวายกับการตัดสินใจของฉันได้แล้ว”
เพียงมาศอึ้ง หน้าชา ภูผาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบหย่าศึก ขอให้ทั้งคู่ใจเย็นๆ ค่อยๆคิด ค่อยๆตัดสินใจ อย่าเพิ่งทะเลาะกัน
“ฉันตัดสินใจแล้วค่ะคุณภูผา กรุณาอย่าบีบบังคับฉันเลย”
“ก็ได้ครับ จริงๆแล้วผมก็แค่อยากจะช่วยเหลือเพื่อนของผม ไม่ว่าคุณเคียวโกะจะไปด้วยหรือไม่ไป ผมกับเพื่อนทุกคนก็ต้องไปกันอยู่แล้ว”
“ใช่ค่ะ ยังไงเราก็หาทางช่วยคินออกมาจาก
ที่นั่นให้ได้ ไม่ว่ามันจะอันตรายแค่ไหน” จันดีกล่าวหนักแน่น ส่วนกะยอก็เช่นกัน เป็นห่วงคินมาก เร่งทุกคนออกเดินทางก่อนจะมืดค่ำ
เพียงมาศขอไปด้วยแต่เคียวโกะไม่ยอม อ้างว่าเป็นคำสั่งของทาเคชิ เราต้องเชื่อฟัง อีกทั้งเคนตะกับลูกน้องก็เข้ามาขัดขวาง เพียงมาศหงุดหงิดโวยวายใหญ่โต ภูผาเกรงเรื่องจะบานปลายจึงตัดบทว่า
“คุณเพียงมาศอยู่ที่นี่เถอะครับ เอาไว้ถ้าผมช่วยคินได้เมื่อไหร่จะรีบมาบอก”
พูดจบภูผาและเพื่อนๆก็เดินหายเข้าป่าไป
เพียงมาศฮึดฮัด ตะเบ็งเสียงด้วยความคับแค้นใจ
“บ้าที่สุด! ฉันโตแล้ว ไม่ใช่เด็กแล้วนะ ทำไมต้องมาบังคับกะเกณฑ์กันด้วย”
เพียงมาศจ้องเคียวโกะแล้วสะบัดหน้าเดินหนีเข้าไปในแคมป์ เคียวโกะมองตาม ไม่ค่อยสบายใจนัก
ooooooo










